สุพิศาล ชูมาตรการแพทย์-อาชญาวิทยา แก้กฎหมายซ้อมทรมาน-คุมขังซ้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อภิปรายร่างกฎหมายว่าด้วยการซ้อมทรมาน โดยเสนอให้ชัดเจนในมาตรา ๒๑ และมาตรา ๓๔ โดยเฉพาะการใช้มาตรการทางการแพทย์และดุลพินิจของคณะกรรมการ เพื่อปิดช่องว่างทางกฎหมาย พร้อมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขผู้กระทำผิดซ้ำในทุกวัยอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการใช้เครื่องมือทางอาชญาวิทยาสมัยใหม่ ปรับสภาพแวดล้อมเรือนจำ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัว และใช้เกมวิดีโอเพื่อปรับพฤติกรรม ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙ และส่งเสริมการคืนคนดีสู่สังคมอย่างมีหลักเกณฑ์และวัดผลได้

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาต มีส่วนอภิปรายในพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยที่เกี่ยวกับเรื่องการซ้อมทรมาน พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ส่งคืนกลับมาจะมีอยู่ ๒ ประเด็นที่หลัก ๆ คือประเด็นของมาตรา ๒๑ แล้วก็มาตรา ๓๔ สิ่งที่อยากให้เพิ่มเติมโดยเฉพาะหลักการแล้วนั้นท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ ก็บอกแล้วว่าเราเห็นด้วย แต่ยังมีคอมเมนต์ (Comment) นิดหน่อยนะครับ โดยมาตรา ๒๑ นั้นมีการแก้ไข โดยเฉพาะ มีหมอที่เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยหมอจิตเวช หมออายุรเวท แต่ประเด็นของผมท่านประธานครับ ในวรรคสุดท้ายของมันที่บอกว่า หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการใช้มาตรการทางการแพทย์ ให้เป็นไปตาม และมาตรการอื่น ๆ ที่เขียนไว้เฉย ๆ ในวรรคหนึ่งมันคืออะไรนะครับ ถ้าไม่เขียน วิธีหลักการไว้มันจะหายไป เพราะในวรรคหนึ่งนี้ไม่ต้องบอกด้วยว่าคำแนะนำของคณะกรรมการ เป็นการใช้ได้ดุลพินิจไปได้เลย ท่านประธานครับ นั่นคือประเด็น ๆ หนึ่งครับ

ผมมาที่มาตรา ๓๔ ท่านประธานครับ อันนี้ดีครับ ผมขอบคุณที่ทางสภา ข้างบนนี้ได้ให้ความเห็นใจของมาตรานี้จำนวนมาก ในเนื้อความที่ปรากฏในวรรคสองของ มาตรา ๓๔ นั้นขยายครับ ขยายความชัดเจนของการคุมขังของกลุ่มผู้กระทำความผิดซ้ำ สิ่งสำคัญคือการที่บอกชัดเลยว่าห้ามใช้เรือนจำ อันนี้สิ่งแรกที่ผมเคยพูดไว้ในวาระแรกว่า จะใช้เรือนจำ ขอบเขตของเรือนจำเป็นพื้นที่ขังหรือคุมขังตามคำนิยามนั้นไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะว่าเขาเป็นผู้กระทำความผิดซ้ำ แล้วตอนนี้ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว เพียงแต่สิ่งที่เขาเคย ทำซ้ำ ๆ ยังอยู่ในจิต อยู่ในภาวะของบุคคลที่อาจจะกระทำอีก เพราะฉะนั้นการปฏิบัติตัว ผู้คุมขังจะเหมือนผู้กระทำผิดมิได้ อันนี้ชัดเจนนะครับ อันนี้ต้องคำนึงถึงมาตรา ๒๙ ของรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน แต่ประเด็นของผมมีในส่วนที่เกี่ยวข้องเนื้อหาของมาตรา ๓๔ นี้ ที่จะสนับสนุนนะครับ เพื่อให้ความชัดเจนของมาตรานี้ได้มีมากขึ้นครับ เราต้องพิจารณา และแยกแยะของประเด็นดังกล่าวนี้ให้ครบถ้วน เพราะอะไรครับ เพราะในเรื่องของการใช้ อำนาจในการคุมขังนี้ซึ่งเป็นหลักการต้องมุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหา โจทย์มันคือเขาจะกระทำ ความผิดซ้ำนะครับ เพราะฉะนั้นตัวรัฐเอง ตัวหน่วยงานที่รับผิดชอบเองจะต้องมีทูล (Tool) หรือเครื่องมือครับ ที่จะทันสมัยทางอาชญาวิทยาครับ เพราะฉะนั้นอาชญาวิทยาสมัยใหม่ มันมีเครื่องมือหลายตัวครับ ทั้งทางด้านจิตเวช ทั้งทางด้านสภาพแวดล้อม ทั้งทางด้าน การกระทำความผิดซ้ำทางด้านพฤติกรรมศาสตร์ ต่าง ๆ นานานี้มันเป็นทฤษฎีที่เรียนรู้ ในความทันสมัยได้ นานาอารยประเทศเขาใช้วิธีเครื่องมือทางความสมัยใหม่เข้ามาใช้ เพื่อดูแลคนที่กระทำความผิดซ้ำ เพราะฉะนั้นการดูแลการกระทำความผิดซ้ำจะต้องมุ่งเน้น ให้เห็นเลยว่าผู้ที่กระทำความผิดนั้นเป็นอะไรครับ เป็นผู้ป่วย หรือเป็นผู้ที่จะกระทำความผิด ซ้ำอีก ต้องมีเส้นขาดให้ได้ครับ มีเครื่องมือที่จะตัดขาดตรงนี้ให้เห็นต้องมีเส้นขาดให้ได้ มีเครื่องมือที่จะตัดขาดตรงนี้ให้เห็นว่าไม่ใช่ผู้ป่วยนะครับ ไม่ใช่คนที่เสียสติ ไม่ใช่คนที่มีความรู้สึก ที่ไม่รู้ดีรู้ชั่วไม่สามารถกลับเป็นคนดีได้ จุดประสงค์คือการใช้มาตรการตาม พ.ร.บ. นี้ต้องการให้เขากลับเป็นคนดีทางสังคมครับ ท่านประธาน เพื่ออะไร เพื่อให้สังคมมีคนเพิ่ม มีปริมาณคนเพิ่มครับ เพราะฉะนั้นการที่จะ ขีดเส้นตรงนี้หลักเกณฑ์และวิธีการของคณะกรรมการจะต้องแม่นและมีเครื่องมือที่วัดได้ ทางเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพให้ชัดเจนครับ

ในประเด็นของผู้ที่กระทำความผิดซ้ำที่เป็นทั้งเยาวชนหรือเป็นผู้ใหญ่ก็มีเขต อีกครับท่าน ผมยกตัวอย่างให้ฟังครับ ถ้าเด็กที่เติบโตขึ้นมาโดยภาวะของการกดทับทางสังคม แล้วเกิดการกระทำผิดซ้ำทางเพศบ่อย ๆ นะครับ หรือกระทำความผิดในเรื่องของการใช้ เครื่องมือในการทำร้ายคนอื่นซ้ำ ๆ สิ่งที่เด็กยังสามารถปรับหรือแก้ไขได้ในทางทันสมัย อาจจะเขาได้มาจากการดูเกมมหาโหด ดูเกมทางเครื่องมือทันสมัย เราก็ต้องใช้เครื่องมือ เช่นนั้นเหมือนกัน เช่น เกมวิดีโอ เกมที่เป็นพลวัตใหม่ของวิทยาศาสตร์เข้าไปแก้ไขปัญหา โซน (Zone) ผู้ใหญ่ครับท่าน ผู้ใหญ่ก็ต้องมีทูล (Tool) อีกอย่างหนึ่ง เช่น เกิด ๕๐ อัป (Up) ขึ้นไปถึงผู้สูงวัยก็จะต้องปรับสภาพแวดล้อมของพื้นที่ที่คุมขังให้เหมาะสม หาญาติที่ใกล้ชิด ที่เชื่อใจหรือผู้ที่เขาเชื่อใจเข้ามาพูดคุยพบปะ มีสิ่งอันเล็กอันน้อยที่รัฐควรจะให้ได้ เพื่ออะไร เพื่อปรับพฤติกรรมศาสตร์ของผู้ที่กระทำผิดดังกล่าวมิให้กระทำผิดซ้ำ ให้เห็นโทษและคุณค่า ของสังคมที่เขาลงมือทำผ่าน ๆ มาเพื่อให้เขามีความรู้สึกอิน (In) ไปกับสิ่งที่เขาลงมือว่า มันกระทำ เป็นตราบาปที่เขาไม่ควรจะกระทำนะครับ ถ้าเขาเห็นพวกนี้แล้วเขาก็สามารถ ที่จะปรับตัวเองหรือปรับปรุงตัวเองให้เป็นคนดี แต่สุดท้ายแล้วจริง ๆ ว่าเมื่อถ้าเป็นพวกผู้สูงวัย หรือผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ การส่งถ่ายกลับออกไปสู่สังคมมันจะต้องมีเส้นทาง ทิศทางและมีเครื่องมือ ที่ทันสมัยพอสมควร โดยเฉพาะการชั่งสมดุลของผู้กระทำผิดซ้ำแต่ละช่วงวัย มันจะต้องมี อย่างชัดเจนและให้มากขึ้น ๆ อย่าให้เกินเลยกว่าที่กฎหมายกำหนดครับท่านประธานครับ โดยเฉพาะการที่จะใช้พื้นที่คุมขัง เริ่มจากพื้นที่คุมขังครับ ขอให้มี เขาเรียกอินฟรา (Infra) หรือความสะดวกสบายให้แตกต่างจากห้องควบคุมขังไปนะครับ แล้วสิ่งที่จะเตือนเขาได้ก็คือ ให้เห็นทิวทัศน์ ให้เห็นภาพลักษณ์ในเชิงบวกของประเด็นหรือปัญหาที่เขาเคยลงมือกระทำ ความผิดในความผิดซ้ำ ๆ ในประเภทนั้น เพื่อให้เห็นร่องรอยสิ่งที่เขาเคยลงมือ เขาจะได้ ปรับปรุงตัวและแก้ไข ผมเห็นด้วยครับ ในการแก้ไขกลับมาของครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านโหวตเห็นด้วยครับ