รังสิมันต์ โรม อภิปรายสนับสนุนกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕

รังสิมันต์ โรม อภิปรายสนับสนุนกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว โดยชี้ว่ากฎหมายฉบับนี้ได้รับฉันทามติจากประชาชนแต่มีประเด็นที่วุฒิสภาตัดออกเรื่องการสรรหากรรมการโดยสภาฯ ซึ่งทำให้ขาดการยึดโยงกับประชาชนและกลายเป็นข้าราชการประจำ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผมรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขออภิปรายในฐานะของ อีกด้านหนึ่งก็คือเป็นรองประธานของกรรมาธิการที่พิจารณากฎหมายฉบับนี้ร่วมกันกับ ท่านประธานชวลิต ก่อนอื่นผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกจากฝั่ง ส.ส. ที่ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ ตอนที่เราโหวต กันวาระสามไม่มีท่านใดเห็นคัดค้านกฎหมายฉบับนี้เลยแม้แต่ท่านเดียว นั่นหมายความว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เราสามารถเรียกได้ว่าได้รับฉันทามติจาก ผู้แทนของปวงชนชาวไทยทุกท่านนะครับว่ามีความสำคัญที่เราจะต้องมีกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เราอาจจะพูดได้ว่าถ้าไปดูประวัติศาสตร์ความเป็นมากว่าจะเป็นกฎหมาย ฉบับนี้มีพัฒนาการการต่อสู้อย่างยาวนาน มีความพยายามในการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ ตั้งแต่สมัย สนช. แต่ไม่สำเร็จ เริ่มมีความสนใจเห็นควรว่ามีกฎหมายฉบับนี้ต่อเมื่อที่มีการอุ้มหาย คุณตาร์วันเฉลิมที่พนมเปญ ประเทศกัมพูชา หลังจากนั้นเมื่อเกิดกรณีของผู้กำกับโจ้กฎหมาย ฉบับนี้ก็ยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในท้ายที่สุดเราสามารถผลักดันไปสู่การพิจารณา ในวาระหนึ่ง วาระสองตามลำดับและสุดท้ายก็ผ่านของชั้นวุฒิสภาและส่งกลับมาที่นี่ ท่านประธานครับ เมื่อเราพิจารณาในรายละเอียดที่วุฒิสภาได้แก้ไขมา จริง ๆ ต้องเรียนกับ ท่านประธานตามตรงว่าหลายเรื่องก็น่าผิดหวังที่เราไม่สามารถผลักดันให้สำเร็จได้ในชั้นของวุฒิ เรื่องหนึ่งที่ผมได้พยายามผลักดันนะครับ คือเรื่องของกรรมการที่ผมตั้งใจให้เห็นว่าผู้ที่จะ เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นเพื่อนของผู้เสียหายในการเข้าไปตรวจสอบผู้ที่ใช้อำนาจรัฐ จะต้องยึดโยงกับประชาชน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการสรรหาโดยกรรมการจึงจำเป็นต้องยึดโยง กับสภาแห่งนี้ มันจึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่วุฒิซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งไปตัดเรื่องนี้เสีย เรากำลังจะมีกรรมการซึ่งถูกยึดโยงโดยประชาชน มีความไว้เนื้อเชื่อใจโดยประชาชนมากกว่า ปกติ พวกเขากลับตัดเรื่องนี้ออกไป กรรมการจำนวนมากจึงกลายเป็นข้าราชการประจำ ซึ่งประชาชนไม่ได้เป็นผู้เลือกหรือมีความเกี่ยวข้องอะไรเลย และที่น่าเสียดายต่อไปก็คือ ข้าราชการประจำเหล่านี้ถ้าเราไปดูกันจริง ๆ ในกฎหมายหลายฉบับพวกเขาก็นั่งเป็นกรรมการ ชุดอื่น ๆ ครับ คำถามก็คือเราจะมีกรรมการที่เป็นเพื่อนให้กับประชาชน เป็นคนที่คอยแนะนำ ให้กับประชาชนได้อย่างไร ไม่ต้องเอาเรื่องของความชอบธรรม เอาแค่ว่าเวลาที่ท่านมีท่านจะมี ให้กับพี่น้องประชาชนมากแค่ไหน ท่านประธานครับ นี่จึงเป็นสิ่งที่ผมเสียดายมาก ๆ ที่กรรมการ ที่กำลังจะยึดโยงกับสภาผู้แทนราษฎรถูกตัดออกไปนะครับ นี่อาจจะเป็นโมเดล (Model) แรก เป็นตัวอย่างให้กับการออกแบบกฎหมายในเรื่องอื่น ๆ ที่จะทำให้เราเริ่มกลับมาคิดว่าการดีไซน์ (Design) ให้มีคณะกรรมการต่าง ๆ ตามกฎหมายมันถูกยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น แต่ไม่เป็นอะไร ครับท่านประธาน ผมเข้าใจดีว่าเราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ได้ปกติมากนัก เรื่องนี้มันจึงจำเป็น ต้องกลืนเลือดครับ มันจึงจำเป็นต้องยอมรับ แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่วุฒิสภาตัดไปก็ตาม

เรื่องที่ ๒ ที่ผมเสียดายมากจริง ๆ ครับ อยู่ในมาตรา ๒๐ (๗) ซึ่งเป็นการให้ อำนาจกรรมการในการตรวจสอบสถานที่ที่มีการควบคุมตัว ซึ่งการตรวจสอบตรงนี้สามารถ ทำได้โดยพลัน โดยพลันก็คือการแจ้งล่วงหน้ามันจะไม่มี นั่นหมายความว่าหากมีกรณีที่ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวซึ่งอาจจะถูกใช้เพื่อการซ้อมทรมาน กรรมการสามารถที่จะเข้าไป ตรวจสอบได้ ซึ่งการที่เข้าไปตรวจสอบโดยพลัน มันจะทำให้เรามีโอกาสช่วยเหลือคนที่ถูก ซ้อมทรมานได้ แต่น่าเสียดายครับที่เรื่องนี้ถูกตัดออกไป นั่นหมายความว่ากรณีที่มันมี ข้อสงสัยว่ามันมีการควบคุมตัวเอาไว้ในสถานที่ราชการ เราก็จะต้องมีการประสานงานกัน ตามขั้นตามตอน ซึ่งการประสานงานเหล่านี้บางครั้งมันไม่ได้ถูกเชื่อถือและไว้วางใจจาก พี่น้องประชาชน หลายครั้งพี่น้องประชาชนก็ตั้งคำถามว่ามันคือการช่วยเหลือพวกพ้อง หรือไม่ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่น่าเสียดายประการที่ ๒

ประการที่ ๓ ที่น่าเสียดาย คือในเรื่องของอายุความ ซึ่งในกรรมาธิการที่เรา พิจารณาในชั้นของสภาผู้แทนราษฎร เรากำหนดให้อายุความสูงสุดคือ ๔๐ ปี แต่เนื่องจาก การแก้ไขของวุฒิสภาได้แก้โดยให้เริ่มนับจนกว่าจะทราบชะตากรรมของผู้ที่ถูกกระทำ ให้สูญหาย ซึ่งนั่นหมายความว่าอายุความมันจะเป็นไปตามประมวลกฎหมายที่เราบังคับใช้ อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งสูงสุดก็คือไม่มีทางเกิน ๒๐ ปี เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เรื่องนี้ถูกตัดออกไป กรณีอุ้มหายและซ้อมทรมาน ท่านประธานเรียนด้วยความเคารพนะครับ บางครั้งกว่าที่เรา จะจับคนร้ายมาได้ บางครั้งพูดกันตรงไปตรงมาคือมันต้องรอให้เขาหมดอำนาจเสียก่อน ยิ่งอายุความน้อยเท่าไรโอกาสที่เราจะเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ท่านอาจจะอธิบายว่าอายุความเหล่านี้มันกำหนดเอาไว้เพื่อให้พยานหลักฐานมันยังถูกใช้ ในกระบวนการทางกฎหมายต่อไปได้ ถ้านานเกินไปพยานหลักฐานมันอาจจะหาไม่ได้แล้ว แต่ในโลกปัจจุบันสิ่งที่พวกท่านทำเอาไว้ในทางอาญาหลาย ๆ อย่างเราสามารถหยิบเอามา พิสูจน์กันได้ เพราะเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันมันได้ก้าวล้ำเกินกว่าระบบกฎหมายที่เรา บังคับใช้กันอยู่ด้วยซ้ำไป จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียที่วุฒิสภาได้ตัดเรื่องนี้ แต่สุดท้ายครับท่านประธาน ไม่ว่าผมในฐานะที่เป็นรองประธานของกรรมาธิการที่พิจารณากฎหมายฉบับนี้ และมีส่วน ในการช่วยยกร่างกันมาตั้งแต่ต้น แม้ว่าหลายเรื่องที่ผมอยากจะเห็นมันจะยังไม่เกิดขึ้น แต่ยอมรับครับ ต้องกลืนเลือดครับท่านประธานว่าวันนี้ด้วยระยะเวลาที่สภาชุดนี้มี สิ่งที่เรา ทำได้ก็คือต้องยอมรับในสิ่งที่วุฒิสภาแก้มา ซึ่งหลายเรื่องก็ต้องชื่นชมวุฒิสภาเช่นกันว่า ท่านได้คงรักษาบางเรื่องที่เราคิดว่ามีความสำคัญและยังอยู่ในกฎหมายฉบับนี้อยู่ ชั่งน้ำหนัก กันแล้วนะครับ ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากฝั่งของพรรคก้าวไกล ก็คงต้อง ยืนยันว่าเราคงต้องให้ผ่านสำหรับกฎหมายฉบับนี้ และเห็นว่าไม่ควรที่จะไปตั้งกรรมาธิการร่วม อีกแล้ว ขอบคุณท่านประธานครับ