ทวี สอดส่อง วิพากษ์วิจารณ์บทบาทและประสิทธิภาพของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยตั้งข้อสังเกตถึงการถูกครอบงำโดยอำนาจรัฐ ความล้มเหลวในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการใช้จัดสรรงบประมาณที่ไม่เป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลและทบทวนนโยบายอย่างจริงจัง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมก็ขอสวัสดีกับท่านผู้มาชี้แจง เนื่องจากว่าสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งถือว่า เป็นเรื่องของอนาคต ผมได้พูดในสภานี้มาครั้งหนึ่งแล้วว่าถ้าจะดูอดีตสังคมใดให้ไปดู ที่พิพิธภัณฑ์ ถ้าจะดูปัจจุบันให้ไปดูที่หน่วยปฏิบัติ แต่ถ้าจะดูอนาคตให้ไปดูที่การศึกษา ให้ไป ดูที่เยาวชนคืออนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมก็มีความรู้สึกไม่ใช่อคติ แต่ผม ก็ค่อนข้างที่มีประสบการณ์มาจนถึงวันนี้ พระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมปี ๒๕๖๒ นี้เป็นกฎหมายชิงออกก่อนที่จะมีบัตร สภาผู้แทนราษฎร เราต้องยอมรับว่ากฎหมายที่ออกในยุคที่ผู้นำได้ยึดอำนาจหรือยุคที่ผู้นำ รัฐประหารออกนี้จะเป็นกฎหมายที่มีลัทธิชาตินิยม ที่แบ่งเขาแบ่งเราเห็นคนอื่นเป็นฝ่ายตรง ข้ามเสมอ จะเห็นได้ว่าเรื่องการศึกษานี้เป็นเรื่องของอนาคตจะเห็นว่าคณะกรรมการ สภานโยบายใน ๒๘ คนถึง ๑๖ คนนี้อยู่ในคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีชุดนี้เราก็พบว่าบริหาร บ้านเมืองสร้างความเหลื่อมล้ำ สร้างความยากจน คุณภาพชีวิตของประชาชนได้รับ ผลกระทบอย่างร้ายแรง ประธานสภานโยบายก็เป็นนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำ นโยบายทางเศรษฐกิจเราก็จะเห็นว่าเศรษฐกิจเรายิ่งล้าหลังเมื่อไปเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงมีความรู้สึกเห็นใจต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๙ ท่าน ที่ท่านถูกเลือกมาจากตัวแทนอธิการบดี แต่อย่างไรก็ตามใน ๑๖ ท่าน แล้วก็บวกกับโดยตำแหน่ง มาจากระบบราชการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้อ่านรายงานผมก็คิดว่าในรายงานนี้ก็มี ข้อมูลที่อย่างน้อยที่สุดในปีแรกๆ มาอยู่ในสภา ในครั้งต่อไปน่าจะมีการพัฒนา เราจะเห็น ได้ว่าในระดับอุดมศึกษาของเรา ถ้าท่านไปดูในหน้า ๓๕ เราจะพบว่าเมื่อเราจัดอุดมศึกษา ไปเทียบกับอุดมศึกษาของโลกที่มี ๑,๕๒๗ มหาวิทยาลัย ถ้า ๑ ใน ๑๐๐ มหาวิทยาลัยของ ไทยนี้ไม่มีอยู่จะมีแค่ประเทศสิงคโปร์ ๒ มหาวิทยาลัย ถ้า ๑ ใน ๕๐๐ มหาวิทยาลัย ในประเทศไทยก็ยังไม่มีอยู่ถึง แต่มีอยู่ของประเทศมาเลเซีย ๑ มหาวิทยาลัยแต่ถ้า ๕๐๐- ๑,๐๐๐ ปรากฏว่าของไทยมีอยู่ ๔ คือมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แล้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ส่วนมาเลเซียก็มีถึง ๘ มหาวิทยาลัย อันนี้ก็สะท้อนให้เห็นผมยังไม่มั่นใจว่าคณะกรรมการของสภานโยบายซึ่งจะมี วัตถุประสงค์ถึง ๑๑ ข้ออยากจะเรียนถาม อยากได้คำตอบว่าบุคคลโดยตำแหน่งขอทราบว่า ใน ๑ ปีคณะกรรมการประชุมกี่ครั้ง ตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่มีรายชื่อมาประชุมด้วย ตนเองหรือไม่ แล้วก็การประชุมถ้ามีรายละเอียดอยากจะขอทราบว่ามันมีวาระลักษณะ อย่างไรบ้าง เพราะเนื้อหาบางทีรายงานเล็ก ๆ ยังมีคุณค่ามากกว่า รายงานการศึกษาของ ในสภาหลาย ๆ รายงานที่เกี่ยวกับการศึกษายังมีคุณภาพมากกว่า อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะ กราบเรียนว่าหนึ่งในนโยบายที่ผมเห็นอยากจะช่วยให้สภานโยบายลองไปคิด ท่านก็เขียนไว้ ในนี้แล้วว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยเราลดลง อัตราการเกิดก็ลดลง แสดงว่าในอนาคตเรื่อง การศึกษามหาวิทยาลัยอาจจะต้องเปลี่ยนจากการให้การศึกษาที่เป็นนักศึกษาไปสู่บุคคล ที่สูงอายุมาศึกษา แต่ที่สำคัญที่ท่านเขียนว่าการลดความเหลื่อมล้ำให้เข้าถึงการศึกษา ในระดับอุดมศึกษา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ จะมีกฎหมายในหมวดปฏิรูปประเทศ จริง ๆ ให้กฎหมายเสร็จใน ๑ ปีและให้มีผลใน ๕ ปี ครบ ๕ ปีเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๕ มีกฎหมายอีกจำนวนมากน่าจะหลายสิบหรือเป็นร้อยฉบับไม่ปฏิบัติตาม แม้แต่กฎหมายเรื่อง ปฏิรูปการศึกษาท่านบอกว่าให้เสร็จภายใน ๑ ปี โดยให้มีกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา รัฐธรรมนูญเราเขียนไว้ชัดเจนเลยว่ามาตรา ๕๔ วรรคหก ผู้ยากไร้ให้มีกองทุน ท่านไปมีกองทุนเสมอภาคการศึกษา กองทุนเสมอภาคการศึกษาได้งบประมาณไปปีละ ๖,๐๐๐ ล้านบาท กลับใช้เงินทั้งหมดไปใช้กับคนที่ไม่ยากไร้ ก็คือใช้คนที่เรียนฟรี ๑๕ ปี ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเราเอาเงินไป แต่กองทุนนี้ก็เดินเข้าไปหาคนเรียนฟรี แต่คนที่ยากไร้ ต้องไปกู้เงิน กู้เงิน กยศ. ไม่พอ รัฐบาลชุดนี้เมื่อปี ๒๕๖๐ ก็ไปออกกฎหมาย กยศ. ใหม่ให้มี ดอกเบี้ยจากเงินฝากธนาคารออมสิน คือ ๑ สลึง เป็น ๗.๕ บาท และเบี้ยปรับอีก ๑๘ เปอร์เซ็นต์ รวมเป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็คือมะเร็งร้ายที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ แล้วที่สำคัญเวลาไปดูงบการเงิน ของ กยศ. ไปดูสิครับจะมีดอกเบี้ยกับเบี้ยปรับถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไปหากินกับคนที่เรียนหนังสือ ท่านไม่ได้ส่งเสริมการศึกษาครับ ผมก็อยากจะฝากทางสภานโยบายช่วยเอาข้อมูลว่าสภานี้ ทำอะไรกันบ้าง เพราะรายงานมันเหมือนตัดแปะมาเท่านั้นเองครับ ขอบพระคุณมากครับ