อุบลศักดิ์ ชี้วิจัยเกษตรไม่ตอบโจทย์ ขอทบทวนงบ 24,000 ล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕

อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม วิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณวิจัย 24,000 ล้านบาทที่ไม่สอดคล้องกับผลลัพธ์จริง โดยเฉพาะด้านการเกษตรที่ชาวนาขาดเหลือเกิน ขณะนักวิจัยกลับไม่ตอบโจทย์ชุมชน และเรียกร้องให้ปฏิรูปการวิจัยเพื่อสนับสนุนเกษตรกรอย่างแท้จริง

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งมีงบประมาณกระทรวงนี้ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านใช้ งบประมาณ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านได้วิจัยเล่มเพียงเท่านี้เอง เมื่ออ่านศึกษาดูแล้วผมให้ คะแนนติดลบเพราะการวิจัยของท่าน ท่านต้องฟังด้วยนะครับว่าวันนี้ด้านวิชาชีพไม่ว่า อาชีวศึกษาซึ่งมีทุกสาขาทุกแผนกประเทศไทยถ้าไม่มีอาชีวะก็สร้างชาติไม่ได้ นั่นประการที่ ๑ ในด้านการวิจัยด้านเกษตร ด้านเทคนิค ด้านเครื่องมือ แม้แต่ด้านอาหาร ซึ่งประเทศไทย อ้างว่าจะผลิตอาหารเลี้ยงมนุษยโลก แต่ประธานที่เคารพครับ ผมเอาเรื่องเดียวก็พอ ถ้าหลายเรื่องเดี๋ยวท่านประธานก็จะท้วงติงว่าเกินเวลา ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เป็น ประธานคณะอนุกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทยที่รับผิดชอบเกษตรกร ๗,๓๘๔ กลุ่มทั่วประเทศและเป็นประธานดูแลทั้ง ๗๗ จังหวัด ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อก่อนนี้พี่น้องชาวนาขายข้าว ๑ เกวียนประมาณ ๑๕,๐๐๐-๒๕,๐๐๐ แต่เดี๋ยวนี้ ท่านวิจัยอย่างไรครับ ให้ชาวนาขายข้าวได้เกวียนละ ๖,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพ ท่านนักวิจัยทั้งหลาย ท่านเคยคิดไหมว่าการผลิตภัณฑ์พันธุ์ข้าวนั้นแต่ละชนิดต้องใช้เวลา นักวิชาการวิจัยไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี ถามว่านักวิจัยมีกี่คน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเห็นว่าวันนี้การวิจัยเรื่องพันธุ์ข้าวก็ดี เรื่องการแบ่งพื้นที่เพาะปลูกก็ดี ไม่ว่าวิจัยดิน ไม่ว่าน้ำ หรืออุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ แม้แต่ปัจจัยในการผลิตดังที่เพื่อนผู้แทนได้กราบเรียน ไปแล้วว่าปุ๋ย พวกปุ๋ยนี่ท่านทำอย่างไรครับ สั่งมาจากต่างประเทศ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เงินออก จากประเทศไทยไปเท่าไร ท่านมีความคิดไหม ในขณะเดียวกันพี่น้องเกษตรกรวันนี้ปุ๋ยตันละ เท่าไรครับ ๓๗,๐๐๐ กว่าบาท ถ้าตีเป็นลูกก็ประมาณลูกละ ๑,๗๐๐ กว่าบาท ท่านทราบไหม ว่าชาวนาขายข้าวนี่ท่านวิจัยอย่างไร ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท จะต้องขายข้าว ๔-๕ เกวียน ถึงจะได้ปุ๋ย ๑ ตัน นี่หรือนักวิจัยที่ใช้งบประมาณภาษีประชาชน ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่ายุบ กระทรวงนี้เถอะครับ ไม่ควรจะมีต่อไป เงินภาษีพี่น้องประชาชน ภาษีจากเขามานั่งหา ผลประโยชน์อย่างไร ผมทราบดีครับ ผมอยากเห็นว่าวันนี้ท่านต้องวิจัยพันธุ์ข้าวให้ข้าวเกวียนละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาทอย่างไร ถ้าหากว่าท่านไม่รู้ไปที่จังหวัดลพบุรี อำเภอท่าวุ้ง เขาผลิตโดย การไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีตั้งแต่ผลิต แปรรูป การตลาดแบบครบวงจรเขาวิจัย ข้าว ๑ ตันได้ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ถ้าท่านไม่รู้ไปถามเด็ก ป. ๔ ที่ท่าวุ้งเขาวิจัยเป็น ตั้งแต่ผลิต ตั้งแต่ปุ๋ย ใช้ ปุ๋ยอินทรีย์ในการไถไร่ไถนาทำอย่างไร เมื่อหลังจากผลผลิตเสร็จเรียบร้อย ท่านประธาน ทราบไหมว่าตั้งแต่ไม่ว่าแกลบ ไม่ว่าปลาย ไม่ว่ารำสามารถแปรรูปได้ แม้แต่นมข้าวท่านรู้จัก ไหมครับ เขาไปทำเครื่องสำอาง ท่านรู้ว่าส่งออกต่างประเทศ ผมไม่รู้ว่าท่านวิจัยอย่างไร เงิน ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท จึงกราบเรียนด้วยความเคารพต่อท่านประธานและนักวิจัยที่ว่า เป็นนักวิจัย บางคนไปศึกษาเมืองนอกจบดอกเตอร์ (Doctor) ลงเครื่องบินดอนเมือง สมัยก่อนข้าวเขียวชอุ่ม บอกหญ้าอะไรมันงามเหลือเกิน นี่คือนักวิจัยที่ผ่านมา หลาย ๆ เรื่อง ด้วยกันถ้าจะกล่าวตอนนี้เวลาคงไม่พอ ไปดูสิครับกรมการข้าวมีนักวิจัยไม่เกิน ๑๐ กว่าคน ที่มีองค์ความรู้ แล้วเวลาพี่น้องอยากจะได้ข้าวพันธุ์ดี ๆ ไปเอาที่ไหน ก็ถูกต้มจากนักวิจัย ปลอม ท่านรู้ไหมว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ ท่านรู้ไหมว่าวันนี้พันธุ์ข้าวจะต้องให้บริษัทยักษ์ใหญ่ มีห้องแล็บ (Lab) ปรากฏว่ากฎหมายในเรื่องข้าวนั้นการจำหน่ายข้าวเขาเขียนอย่างไรครับ ชาวนาจะขายข้าวต้องมีห้องแล็บ (Lab) มีห้องวิจัย มีนักวิจัย ผมถามชาวนาจะเอาเงิน มาจากไหน เห็นไหมครับ ชนชั้นใดเมื่อมีโอกาสเขียนกฎหมายจะเขียนกฎหมายเพื่อชนชั้นนั้น ครับท่านประธาน จึงกราบเรียนไปยังรัฐบาลว่าคิดไม่ออกบอกอุบลศักดิ์มาเดี๋ยวจะชี้แจงให้จะ เล่าให้ฟัง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมชี้ให้เห็นว่าศักยภาพผมไม่เชื่อถือเลย แต่แน่นอน ท่านจะมีเวิร์ดดิง (Wording) ในการเขียนอย่างสวยหรูจากเล่มนี้ นี่หรือครับ เล่มเดียวเท่านี้ใช้ เงิน ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมดูรายชื่อแล้วไม่ต้องเอ่ย ดูจากเล่มแล้วผมสงสารประเทศชาติ เรื่องงบประมาณก็เหมือนกันทราบดีในการไปทำวิจัย ก็มีแต่พรรคพวกตัวเองเขียนลอกไป ลอกมาแล้วมาเบิกเงินกัน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าฝากไปถึงรัฐบาลที่รับผิดชอบ งบประมาณแผ่นดินควรจะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าไม่ต้องให้ชาวนาผม มาสอนว่าทำอย่างไรข้าวเกวียนละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ถ้ากรรมการไม่รู้บอกมาจะพาไปดู และจะได้รู้ว่าวันนี้ชาวนาเหนือนักวิชาการ เกษตรกรเหนือนักวิชาการ สินค้าเกษตรทุกตัว ต้องกราบเรียนว่าปัจจัยตั้งแต่ผลิต แปรรูป การตลาดแบบครบวงจร ตลาดซื้อขายอยู่ตรงไหน เมื่อเกษตรกรทุกอาชีพ ผลิตมาแล้วเป็นผู้กำหนดราคาสินค้า แต่มีอาชีพเดียวเท่านั้นคือ เกษตรกร ผลิตแล้วต้องไปถามเถ้าแก่จะให้ราคาเท่าไร นี่หรือครับวิจัย กราบเรียนด้วยความ เคารพท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ