สุรวาท ทองบุ หารือประเด็นความเหลื่อมล้ำด้านเงินเดือนและสภาพการทำงานของคณาจารย์และบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา พร้อมเรียกร้องให้มีกฎหมายเฉพาะและนโยบายที่เป็นธรรมเพื่อคุ้มครองความมั่นคง ขวัญกำลังใจ และการดึงดูดบุคลากร qualified ให้อยู่ในระบบการศึกษาอย่างยั่งยืน
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สุรวาท ทองบุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมก็ขออภิปรายรับทราบรายงานของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติครับ ซึ่งในเอกสารรายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศในปี ๒๕๖๔ ภายใต้ชื่อการฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) สู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคม ท่านประธานครับ ผ่านไปยังสภานโยบายว่าผมยินดีและชื่นชมและเห็นด้วยกับทิศทางของ การพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมด้วย แล้วก็ได้เห็นรายงานที่ท่าน รายงานขึ้นมาซึ่งมีหน้าตารูปเล่มสวยงามทีเดียว แล้วก็ได้เห็นความสำเร็จ ความก้าวหน้า ความเปลี่ยนแปลง ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าเดินมาถูกทางแล้วก็เห็นอนาคต อย่างไร ก็ตามเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วก็ให้มีการขับเคลื่อนการพัฒนาการอุดมศึกษาเป็นไป อย่างทั่วถึงเสมอภาคและเท่าเทียมทั้งประเทศ ผมจึงขออภิปรายในวันนี้เพื่อเป็นการสอบถาม ด้วยว่าท่านได้คิดถึงเรื่องที่ผมจะกล่าวถึงนี้หรือไม่ ผมชื่นชมแต่ว่าในรายงานนี้มันจะปรากฏ แต่ความสำเร็จบางชิ้นบางอัน ซึ่งแท้ที่จริงผมทราบว่าน่าจะมากกว่านี้ที่ทำได้ และควรจะ มากกว่านี้กับอีกจำนวนมาก ศักยภาพที่มีแต่ยังไม่ได้ทำอย่างทั่วถึง แล้วก็เท่าเทียม ผมพูด ประเด็นนี้เพื่อที่จะสอบถามไปยังสภานโยบาย ท่านได้ดูแลทุกสิ่งทุกอย่าง ผลงานวิจัยท่านได้ ขับเคลื่อนที่จะไปสู่อันดับโลกทั้งหลาย มีงานวิจัย ได้ดูแลบัณฑิต ผู้เรียน ได้ปรับระบบ ปลดล็อกกฎหมายหลายตัว แต่ที่ยังขาดอยู่คือเรื่องที่ท่านไม่มีนโยบายแล้วก็ไม่ได้ดำเนินการ ในการพัฒนาบุคลากรคืออาจารย์ แล้วก็บุคลากรสายสนับสนุนที่มีอยู่ทั่วไปไม่ว่าจะเป็น ในมหาวิทยาลัยที่เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐหรือมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ วันนี้ เพื่อนคณาจารย์และบุคลากรเขาฝากผมมาเรื่องของความเหลื่อมล้ำ เรื่องเงินเดือน ค่าจ้าง เงินเดือนกลุ่มที่เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาที่เหลื่อมล้ำกับข้าราชการครู ซึ่งเดิมนั้นมีความเทียบเคียงเทียบเท่ากันกับข้าราชการครู วันนี้เราจึงพบว่ามีอาจารย์จำนวน มากที่ลาออกจากอาจารย์มหาวิทยาลัยด้วยวุฒิปริญญาเอกเพื่อไปบรรจุเป็นครูในวุฒิปริญญาตรี เพราะเหตุว่าไม่มีความมั่นคง ไม่มีความก้าวหน้า ทั้งเงินเดือนต่ำกว่าครู ๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มี ระบบที่ไม่มีความมั่นคง ๓ ปี ๔ ปี หรือ ๑ ปี ต้องประเมิน ไม่จ้างต่อบ้างอะไรทั้งหลาย ขาดขวัญกำลังใจ ซึ่งเกิดความขัดแย้งกัน ถ้าคณาจารย์พูดผิดหูผู้บริหารก็ประเมินไม่ผ่าน เลิกจ้าง วันนี้ท่านไปดูนะว่ามีคดีฟ้องร้องกันอยู่กี่พันกี่หมื่นคดีในสถาบันอุดมศึกษา ๘ เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษาหรือพนักงานในมหาวิทยาลัย ที่มีมติ ครม. ให้จ่ายเงินเดือน ๑.๕ ๑.๗ ท่านทราบดี จะทำอย่างไรให้ทุกมหาวิทยาลัยจ่ายได้ อย่างเป็นแนวทางเดียวกัน บางแห่งจ่าย ๑.๓ บางแห่งจ่าย ๑.๕ ๑.๗ เต็มตามตัวนี้ วันนี้เพื่อนครู คณาจารย์เขาถามว่า ๘ เปอร์เซ็นต์ที่มีความพยายามที่จะเยียวยากฎหมายมีอำนาจให้ ครม. ดำเนินการได้แล้ว เหลือแต่เพียงว่านโยบายของท่าน ของรัฐบาล ของสภานโยบายจะให้ อาจารย์ ให้พนักงานเขาหรือไม่ อย่างไร วันนี้ดำเนินการถึงไหนแล้ว ผมคิดว่าเพื่อนคณาจารย์ รอรับฟังอยู่นะครับ ท่านประธานครับ มีประเด็นหนึ่งที่เพื่อนคณาอาจารย์เขาฝากมาเรื่อง ความมั่นคงของความเป็นอยู่ของคณาจารย์ของบุคลากร วันนี้มีกลุ่มที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ เป็นพนักงานแต่ว่ายังไม่มีกฎหมายเป็นของตัวเอง ยังต้องใช้กฎหมายข้าราชการพลเรือนใน สถาบันอุดมศึกษาโดยอนุโลมนะครับซึ่งอยากจะให้ อว. โดยสภานโยบายได้กำหนดว่าควรจะมี กฎหมายเพื่อคุ้มครองและดูแลให้เขามีความมั่นคงมีขวัญมีกำลังใจนะครับ ให้เป็นการจูงใจและ ดึงดูดคนที่มีความรู้ความสามารถคนดีคนเก่งทั้งหลายมาเป็นอาจารย์ไม่ใช่ลาออกอยู่ร่ำไป วันนี้มันมีบุคลากรหลายประเภทมากในอุดมศึกษานะครับ ถ้าเป็นพนักงานในมหาวิทยาลัย ในกำกับรัฐที่ได้รับงบประมาณนับหมื่นล้านรู้สึกว่าจะมีความสุขสามารถที่จะดำเนินการ จัดการอะไรได้สามารถที่จะไปสร้างรายได้ในมหาวิทยาลัยได้นับ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็มีใน มหาวิทยาลัยและได้รับงบเป็นหมื่นล้าน บางแห่งได้ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ เงินรายได้เป็นหมื่นล้าน อันนี้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยกลุ่มนี้อาจจะมีความสุข แต่ก็ยังมี หลายคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมนะครับ ท่านประธานครับอันนี้ก็อยากจะฝากเป็นนโยบาย แล้วก็มีสิ่งหนึ่งที่มีการเรียกร้องและติดตามมาก่อนที่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ๒ ครั้ง มีมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่คือมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชมงคล สถาบันปทุมวัน หรือมหาวิทยาลัยนครพนมของท่านประธาน มหาวิทยาลัยนราธิวาสอะไรพวกนี้เรียกว่าเป็น มหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ เราเคยจะทำเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ที่จะพัฒนาเพิ่มยกระดับ เพิ่มศักยภาพให้กับพวกเขานับหมื่นล้านที่ทำกัน แต่ว่าพอปฏิวัติทุกที ๒ ครั้งโครงการนี้ ก็หายไป จนถึงวันนี้มหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่จะอายุถึง ๒๐ ปีแล้วแต่ก็ยังไม่มีมาในทิศทางจะ พลิกโฉมอย่างนั้นอย่างนี้มันไม่มีทางเป็นไปได้ครับท่านไปดูงบประมาณหลัก ๑๐๐ ล้านบาท ๒๐๐ ๓๐๐ ล้านบาท จะไปพลิกโฉมอย่างไรในมหาวิทยาลัยกลุ่มนี้ผมเลยเสนอว่าให้ตั้งงบประมาณ ที่เป็นเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ในการยกระดับศักยภาพของมหาวิทยาลัยเหล่านี้ ซึ่งเราเคยทำในยอดงบประมาณหมื่นล้าน ขึ้นไปในมหาวิทยาลัย ๔๐-๕๐ แห่ง แห่งใหม่เหล่านี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะ เรียนเรื่องนโยบาย