กองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ หารือเรื่องงบประมาณที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเสนอแผนงานโครงการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ เพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ และก่อให้เกิดการจ้างงานในระดับชุมชน
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขอ อนุญาตที่จะใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อที่จะสนับสนุนแล้วก็มีข้อเสนอแนะที่ผมได้อ่านรายงาน ตามที่ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ได้จัดทำแล้วก็เผยแพร่ให้สภา แห่งนี้ได้ศึกษาผมได้ดูแล้วจากการรายงานที่อยู่ในมือผม รายละเอียดต่าง ๆ ก็มีอยู่ครบถ้วน ว่าการกู้เงินมาใช้เพื่อการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ผมจะขออนุญาตไปที่รายละเอียดในเรื่องของการดำเนินงานในหน้า ๑ เกี่ยวกับ แผนงานที่ ๑ คือแผนงานโครงการที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อแก้ไขปัญหาการ ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ซึ่งมีวงเงิน ๔,๕๐๐ ล้านบาท โดย ครม. อนุมัติให้ใช้แผนงานที่ ๑ มาเพิ่มเติมก็มีวงเงินถึง ๖๓,๐๐๐ ล้านบาทเศษ และมี หน่วยงานที่ได้เบิกจ่ายไปแล้วคิดเป็นร้อยละ ๗๘ การใช้จ่ายเงินในส่วนนี้ก็เป็นเพื่อ วัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งได้แก่การจัดหาเรื่องของวัคซีนของโควิด-๑๙ (COVID-19) และส่วนสำคัญที่ผมจะขออนุญาตกล่าวถึงก็คือการสนับสนุนค่าตอบแทน สำหรับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือว่า อสม. ทั่วประเทศ อันนี้ก็เพื่อที่จะให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ในส่วนนี้ผมคิดว่า เราน่าจะปรับแผนให้มีการสนับสนุนการตอบแทนอาสาสมัครอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย อย่างเช่น อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ซึ่งทางอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนและเจ้าหน้าที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วก็เจ้าหน้าที่ของฝ่ายปกครองระดับพื้นที่ เช่น แพทย์ ประจำตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครองผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ในเมื่อเกิด สถานการณ์แล้วก็จะต้องออกมาปฏิบัติภารกิจเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาร่วมกับบุคลากร ที่เป็นผู้รับผิดชอบด้านการแพทย์โดยตรง เช่น อสม. และเมื่อเขาออกมาแล้วก็ต้องมีการใช้ จ่ายในเรื่องของการออกมาปฏิบัติหน้าที่เช่นเป็นค่ายานพาหนะ เรื่องของค่าอาหาร พี่น้อง เหล่านั้นก็เป็นผู้ที่เป็นอาสาสมัครด้วย แม้ว่าบางท่านอาจจะได้รับค่าตอบแทนในตำแหน่ง ซึ่งก็ไม่มากมาย ส่วนนี้ผมคิดว่าถ้าจะสามารถสนับสนุนให้ควบคุมไปถึงอาสาสมัครอื่น ๆ ก็จะ ทำให้การปฏิบัติงานในส่วนของการแก้ไขปัญหาโควิด (COVID) โดยบุคลากรทางการแพทย์ จะได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น นอกจากนั้นแล้วผมได้พูดคุยกับเพื่อนนายอำเภอที่มีอยู่ทั่วประเทศ ที่รู้จักมักคุ้นกันก็ได้รับการบอกกล่าวว่าในส่วนของงบประมาณเรื่องของการบริหาร ศบค. หรือว่าศูนย์บริหารสถานการณ์แก้ไขปัญหาแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ในระดับอำเภอ ระดับภูมิภาคไม่เพียงพอ นายอำเภอบางท่านยังต้องไปขอความช่วยเหลือ ความอนุเคราะห์ จากองค์กรการกุศล ไปขอสนับสนุนมาจากวัด อันนี้ผมก็อยากจะฝากเป็นข้อเสนอแนะว่าเรา จะทำอย่างไรให้มันครอบคลุมไปถึงหน่วยงานและส่วนราชการบุคคลที่เกี่ยวข้องตาม แผนงานที่ ๑ นะครับ
ผมจะขออนุญาตไปที่แผนงานที่ ๓ เรื่องแผนงานโครงการที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) หรือโควิด (COVID) นี่ได้ดูจากรายงานก็เป็นการใช้จ่ายงบประมาณใน ส่วนนี้เพื่อวัตถุประสงค์เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ก็เป็นการดำเนินงานโครงการเพื่อ กระตุ้นการบริโภคในประเทศ เพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ แล้วก็ก่อให้เกิดการจ้างงานใน ระดับชุมชน ทั้งประชาชนในท้องถิ่น นักศึกษาจบใหม่ แล้วก็การดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจ ฐานรากนี้ก็จะส่งผลให้ประชาชนมีความรู้ มีทักษะในการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง ของการประกอบอาชีพเพื่อให้มีอาหารบริโภคในครัวเรือน ที่ทางรายงานก็บอกว่าในส่วนนี้ ควรจะมีมาตรการกระตุ้นและประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการร้านต่าง ๆ หันเข้ามาให้ความ ร่วมมือยิ่งขึ้น แล้วในส่วนสำคัญในส่วนโครงการที่เหลืออยู่ในระหว่างการดำเนินงานโครงการ ของกระทรวงการคลัง เมื่อประเมินผลแล้วเสร็จก็จะรายงานให้รัฐมนตรีและรัฐสภาทราบ ส่วนนี้พี่น้องประชาชนในระดับภูมิภาคยังมีความหวังว่าแผนงานเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจาก เกษตรกรรายย่อย พวกกลุ่มของวิสาหกิจชุมชนที่ได้เสนอแผนงานโครงการเกี่ยวกับการฟื้นฟู เศรษฐกิจโดยใช้งบโควิด (COVID) ก็ยังมีการรอคอยอยู่ ผมเข้าใจว่าถ้าหากเราสามารถจะ ดำเนินการเร่งรัดให้จัดสรรงบประมาณเหล่านี้ออกมาใช้จ่าย เบิกจ่ายให้มันรวดเร็วก็จะเป็น ประโยชน์ยิ่งก็กราบเรียนไว้เป็นข้อพิจารณา กราบขอบพระคุณครับ