พิสิฐ ท้วงติงงบ กสทช. ไม่สอดคล้อง สตง. ชี้โปร่งใส-ถูกต้องน้อย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕

พิสิฐ ลี้อาธรรม ตั้งข้อสังเกตความล่าช้าในการตรวจสอบงบการเงินของ กสทช. โดย สตง. ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขในรายงานประจำปีไม่สอดคล้องกับผลสอบทาน โดยเฉพาะในประเด็นการจัดการทรัพย์สินที่ใช้ระบบคู่ขนาน ความโปร่งใสในการบริหารเงินสด และการจัดทำงบที่ขาดความชัดเจนในหน่วยแสดงตัวเลข จึงเรียกร้องให้มีการชี้แจงแนวทางแก้ไขเพื่อให้การรายงานมีความถูกต้อง ทันเวลา และโปร่งใส พร้อมเสนอให้ สตง. ปรับแนวทางการประเมินผลการใช้จ่ายจากรูปแบบการตรวจสอบเชิงบัญชี มาเน้นการพิจารณาว่าการใช้เงินสอดคล้องกับเป้าหมายและเกิดประโยชน์สูงสุดตามนโยบายหรือไม่

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นขอขอบคุณทาง สตง. แล้วก็ทาง กสทช. ที่ได้มานำเสนอข้อมูลนะครับ จริง ๆ รายงานที่ท่านนำเสนอในครั้งนี้เป็นงบการเงินของปี ๒๕๖๒ ซึ่งก็เคยมานำเสนอแล้วเมื่อ ปี ๒๕๖๓ แต่ตอนนั้นเป็นรายงานที่ สตง. ไม่ได้ตรวจสอบ แล้วพวกเราในห้องประชุมแห่งนี้ ก็ได้เคยอภิปรายไปพอสมควรแล้ว ผมก็จะไม่ขออธิบายซ้ำนะครับ เพราะมีปรากฏเป็นบันทึก อยู่แล้วนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ยังติดอยู่ในใจที่อยากจะขอให้ท่านได้ช่วยชี้แจงก็คืออยู่ในรายงาน ของ สตง. ทั้ง ๒ ฉบับนะครับ ฉบับแรกที่เป็นสีฟ้าเป็นงบการเงินที่ สตง. ได้ตรวจสอบ ซึ่งอย่างที่เราทราบปีนี้เป็นปี ๒๕๖๕ แต่งบนี้เป็นปี ๒๕๖๒ โดยที่ทาง กสทช. จะต้องทำงบ เสนอภายใน ๑๕๐ วัน เพราะฉะนั้นรายงานประจำปีท่านก็เลยมีตัวเลขของงบการเงินที่ สตง. ไม่ได้ตรวจสอบ หรือตรวจสอบยังไม่เสร็จก็แล้วแต่แน่นอนก็จะเกิดความลักลั่นกัน ก็มีการชี้แจงในส่วนนี้ ในรายงานของ สตง. แต่ที่ผมอยากจะขอทราบจากท่านผู้บริหารทั้ง ๒ ฝ่ายว่าจะมีวิธีการ อย่างไรที่จะให้งบการเงินของ กสทช. ได้มีการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ตรวจสอบแล้วก็จะมี การลงในรายงานประจำปีให้ทันกับที่ท่านนำเสนอต่อประชาชน มิฉะนั้นแล้วก็จะเกิดปัญหา ขึ้นมาว่าในรายงานประจำปีเป็นตัวเลขอย่างหนึ่ง แล้วก็ในตัวเลขที่ สตง. ตรวจสอบก็เป็นอีก อย่างหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้ต่างกันเล็กน้อย ต่างกันเป็นหลักพันล้านหมื่นล้านครับ มันมีเหตุผล หลายอย่างที่ประชาชนก็อาจจะสับสนได้ เพราะฉะนั้นผมขอความเข้าใจในส่วนนี้จากท่านว่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์อันนี้แล้วท่านได้มีวิธีการที่จะแก้ไขตรงนี้อย่างไร ที่จะให้การรายงาน ของรายงานประจำปีเป็นตัวเลขที่ สตง. นี้ตรวจสอบ ซึ่งอันนี้เป็นบรรทัดฐานที่ธุรกิจมหาชน โดยทั่วไปในตลาดหลักทรัพย์เขาทำกัน คือก่อนที่จะนำเสนอข้อมูลต่อประชาชนจะต้องผ่าน การตรวจสอบของผู้สอบบัญชีก่อน แต่ในกรณีนี้ผมไม่แน่ใจว่าท่านได้ดำเนินการอย่างไร อันนี้ ก็เป็นเบื้องต้นที่ขออนุญาตสอบถามก่อน

เรื่องต่อไปครับ คืองบการเงินของปี ๒๕๖๒ สตง. รับรองอย่างมีเงื่อนไข เพราะว่ามีเรื่องของทรัพย์สินที่มันไม่ตรงกันจากที่ท่านมีระบบอยู่ ๒ ระบบ ระบบเอ็กซ์เพรส (Express) กับระบบเรดิโอ ฟรีเควนซี ไอเดนทิฟิเคชัน (Radio Frequency Identification) หรืออาร์ฟิด (RFID) ไม่ทราบว่าได้มีการแก้ไขไปอย่างไรไหม ในช่วง ๒-๓ ปีนี้ อันนี้ก็เป็น เรื่องของการทำงานนะครับ แล้วก็ที่เคยอภิปรายไว้ก็คือเรื่องที่ว่า กสทช. จากที่แสดงในงบ มีเงินสดเก็บไว้จำนวนมาก ผลตอบแทนก็ต่ำ เก็บเป็นเงินฝากออมทรัพย์เป็นหลักหมื่นล้าน ทุกวันนี้ท่านแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรไหม จริง ๆ เงินที่ท่านมีอยู่ควรจะต้องจัดให้มีการบริหาร จัดการเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ เพราะถือว่าเป็นเงินแผ่นดินส่วนหนึ่งที่จะต้องมี การลงทุนไม่ใช่เก็บเป็นเงินสดไว้อย่างที่ปรากฏในงบการเงินฉบับนี้นะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่จะขอท้วงติงนะครับ จริง ๆ งบการเงินเป็นงบของหน่วยงาน สตง. รับผิดชอบเฉพาะแต่ใบหน้างบที่เขียนว่ารับรอง ไม่รับรอง แต่ว่าตัวงบเป็นของ หน่วยงาน ซึ่งผมดูข้อมูลข้างในแล้วท่านก็ทำละเอียดดี แต่ก็มีข้อท้วงติงนิดหนึ่งว่าถ้าดู รายการเกี่ยวกับข้อมูลประกอบงบ ท่านให้ตัวเลขเยอะแยะไปหมดในตารางต่าง ๆ เกือบ ทุกหน้า แต่ไม่ได้ระบุหน่วย ผมเข้าใจว่าหน่วยคงจะเป็นล้านบาท คือต้องใช้ความเข้าใจ เอาเองว่าเป็นหน่วยล้านบาท เพราะว่าในงบที่ สตง. รับรองแล้วก็มีลายเซ็นของผู้บริหารอยู่ มันเป็นหลักบาท ก็อยากจะขอให้ทางนักบัญชีช่วยดูด้วยว่าปกติแล้วการทำตารางใด ๆ จะต้องมีความชัดเจนแล้วก็ให้มันถูกต้อง อันนี้ก็เป็นเรื่องของงบการเงินครับ

ทีนี้มาถึงเอกสารฉบับที่ ๒ ที่เป็นฉบับสีชมพู ก็ขอขอบคุณทาง สตง. ที่ได้ จัดทำการประเมินผลการใช้เงินและทรัพย์สิน อันนี้เป็นก้าวที่สำคัญครับ ผมคิดว่าเป็น ประโยชน์อย่างมากที่ สตง. จะได้พยายามที่จะประเมินผลการใช้เงินว่าหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ เริ่มจาก กสทช. แล้วก็หวังว่าจะทำกับหน่วยราชการต่าง ๆ ด้วยที่ท่านจะไปตรวจสอบ ว่าเขามีการใช้เงินอย่างไร เป็นไปตามเป้าหมาย ประสิทธิผล ประสิทธิภาพหรือไม่ แต่เมื่อมา ดูเนื้อหาที่ท่านทำผมก็อยากจะขอเสนอแนะให้ท่านได้ปรับปรุงวิธีคิด วิธีทำงานว่าการ ประเมินผลมันไม่ใช่อยู่ที่การไปวัดว่าเบิกจ่ายเต็มที่ ไม่เต็มที่ อย่างที่ท่านพยายามจะเขียนในนี้ ผมคิดว่ามันน้อยเกินไปแล้วก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องด้วยที่จะไปเร่งให้เขาใช้เงิน ทั้งที่จริง ๆ อาจจะเป็นสภาพที่เขาไม่ควรจะใช้เงินแต่ก็ไปเร่งให้เขาเบิกจ่าย จริง ๆ ท่านควร จะต้องไปดูว่าโครงการต่าง ๆ หรืองานต่าง ๆ ที่เขาทำปกติแล้วจะมีการเริ่มต้นจากการกำหนด เป้าหมายวัตถุประสงค์นะครับ ไปตรวจสอบประเมินว่าเงินที่ใช้ไปเป็นไปตามเป้าหมายหรือ วัตถุประสงค์หรือไม่ครับ อันนี้ต่างหากล่ะครับที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนว่างานต่าง ๆ ที่เราใช้เป็นหลักหมื่นล้านแสนล้านใน กสทช. มันเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงตามที่เขียน โดยเฉพาะในตอนที่ขอเงินไว้หรือไม่ มากกว่าที่จะมาเขียนแต่เฉพาะว่าจะเบิกจ่ายไปได้เต็มที่ หรือไม่ ขอบพระคุณมากครับ