อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ชี้แจงความคืบหน้าโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 3 ช่วงพัทยา-สัตหีบ เพื่อรองรับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พร้อมย้ำถึงความพยายามลดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมระหว่างก่อสร้าง ฝุ่นละออง ไฟส่องสว่าง และผลกระทบต่อผู้ประกอบการ รวมถึงการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมตามกฎหมาย โดยกำหนดให้ผู้รับจ้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบตามข้อเท็จจริง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบกระทู้ของ ท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมที่ท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ได้มีความเป็น ห่วงเป็นใยพ่อแม่พี่น้องในชุมชนผู้ใช้ถนนเกี่ยวกับโครงการการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๓ ก็ต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าทางหลวงหมายเลข ๓ ช่วงพัทยา-สัตหีบ เป็นโครงการเดิมจาก ๔ ช่องจราจรเพื่อจะขยายเป็น ๘ ช่องจราจรก็เพื่อรองรับเศรษฐกิจเขตพื้นที่อีอีซี (EEC) โดยจะสามารถเพิ่มการขนส่งเพิ่มศักยภาพทั้งหมด ซึ่งในการออกแบบได้มีการประชาสัมพันธ์ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนจากภาคประชาชนและภาคส่วนราชการจนได้รูปแบบที่มี ความเหมาะสมสอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงข่ายถนนและวิถีชีวิตของชุมชนในภาพรวม อันนี้ก็ต้องกราบเรียนว่าในประเด็นที่ว่าก่อนเริ่มโครงการ โครงการใหญ่ ๆ ของทุกโครงการ ในกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมทางหลวงก็จะต้องมีการเรียกว่าทำประชาพิจารณ์ลงไป คุยกับพี่น้องพื้นที่ประชาชนให้ทุกคนยอมรับตรงกัน ซึ่งก็อาจจะมีทั้งถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง แต่อย่างไรก็แล้วแต่สุดท้ายแล้วว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรูปแบบไหน กรมทางหลวงเราก็จะ พยายามทำออกมาตามรูปแบบความต้องการของพี่น้องประชาชนมากที่สุดนะครับ และจาก ที่ท่าน ส.ส. สะถิระ ได้กล่าวถึงปัญหาจริง ๆ ก็ต้องกราบเรียนว่าทางกระทรวงคมนาคมเรา ก็ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาในการก่อสร้างขยายถนนหมายเลข ๓ นี้มาตลอดเช่นกัน และนโยบายของกระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงเองเราก็ได้บอกไปตลอดว่าการขยาย ถนนการก่อสร้างทุกสายในประเทศไทยเราเน้นมุ่งหวังว่าทำอย่างไรที่จะก่อสร้างแล้ว ลดปัญหา ลดความเดือดร้อนของพี่น้องผู้ใช้ถนนของประชาชนข้างเคียงให้มากที่สุด ต้องไม่ เป็นภาระ ต้องไม่สร้างความรบกวน อันนี้ก็พยายามกำชับไปทุกแขวง ทุกเขต รวมถึงผู้รับจ้าง ที่จะต้องมารับงานก็ต้องอยู่ในเงื่อนไขสัญญาที่ต้องทำให้ได้ตามระเบียบนะครับ และจาก ปัญหาที่ท่าน ส.ส. สะถิระ ได้ยกมา ผมขออนุญาตเผอิญว่ามีหลายประเด็น อย่างเช่น ประเด็นเรื่องการป้องกันน้ำท่วม อันนี้เบื้องต้นทางกรมทางหลวงก็ได้ประสานกับผู้รับจ้างก็ได้มี การดำเนินการก่อสร้างขุดวางท่อเหลี่ยมระบายน้ำทั้ง ๒ ข้างทางช่วยนะครับ เพื่อในการช่วย ระบายน้ำเหมือนอย่างรูปที่ท่านยกขึ้นมา แต่บางครั้งเนื่องจากว่าในช่วงมรสุมมีพายุเข้าหรือ น้ำทะเลหนุนสูงก็อาจจะทำให้การระบายน้ำก็อาจจะช้าไปสักนิดหนึ่ง แต่อย่างไรก็จะพยายาม เร่งระบายให้เร็วที่สุด อันนี้ก็ได้กำชับไป
ปัญหาเรื่องไฟส่องสว่าง การก่อสร้างของโครงการขณะนี้ก็ได้ใช้ไฟแสงสว่าง ที่มีอยู่เดิมของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ แล้วนอกจากนี้นะครับ ตอนนี้ก็ได้เสริมไฟฟ้า แสงสว่างตามแนวแบริเออร์ (Barrier) ทั้งหมดนะครับ แต่ถ้ามีตรงไหนยังขาดตกหรือตรงไหน ยังมืดท่านก็ให้ข้อมูลเพิ่มเสริมเติมเข้ามาได้ ก็จะได้ประสานไปทางผู้รับจ้างประสานไปยัง ผู้เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ปัญหาเรื่องฝุ่นระหว่างการก่อสร้างโครงการนะครับ ก็ได้ มอบหมายให้บริษัทผู้รับจ้างก็ใช้รถบรรทุกน้ำฉีดพ่นน้ำเป็นระยะเพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย ในระหว่างการก่อสร้าง
แล้วก็มีเรื่องที่ท่านยกขึ้นมาก็คือผู้ประกอบการที่ทำมาหากินไม่ได้ที่เป็นภาค ของอาคารพาณิชย์ ๘ คูหา อันนี้ผมก็ได้ลงสอบถามในรายละเอียดเบื้องต้นว่ารูปแบบการ ก่อสร้างตรงนั้นก่อนก่อสร้างได้ลงไปพูดคุยเอาแบบไปให้กับเจ้าของอาคารทั้ง ๘ หลัง ตรงนั้นให้เลือกแบบแล้ว
แล้วก็สุดท้ายก็ได้มีการตกลงพูดคุยกันว่าให้มาเลือกเป็นในแบบอย่างภาพ ที่ท่าน ส.ส. ได้ยกขึ้นมา อันนี้ก็เป็นการตกลง ล่าสุดก็คือได้พูดคุยกันทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วก็ จะปรับแก้กันแล้วก็จบลงด้วยดีแต่อย่างไรก็จะติดตามให้อีกครั้งหนึ่งว่าการแก้ปัญหาเป็นที่ พอใจของพี่น้องประชาชนหรือไม่นะครับ ส่วนในคำถามเรื่องการเยียวยาทั้งหมดก็ต้อง กราบเรียนว่ามันก็มีระเบียบ มีข้อกฎหมาย อย่างเรื่องแรกท่านถามว่าจะเยียวยาเรื่องค่าใช้จ่าย ในการต่อท่อระบายน้ำจริง ๆ ถ้าตามกฎหมายผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่ ว่าจะเป็นค่าท่อ ค่าดำเนินการ ค่าขุดวาง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางโครงการได้ประสานผู้รับจ้าง เพื่อทำการช่วยลดค่าใช้จ่ายแล้วก็อำนวยความสะดวกนะครับ ก็คือของทางผู้รับจ้างบริษัท ก็จะไม่คิดค่าดำเนินการ หมายความว่าตรงนี้เราจะดำเนินการให้ ทางผู้รับจ้างจะดำเนินการ ให้ในการต่อท่อโดยที่พี่น้องในชุมชนตรงนั้นไม่ต้องเสียค่าในการดำเนินการ อาจจะเสียแค่ ค่าวัสดุ ส่วนค่าดำเนินการติดตั้งทางบริษัท ทางกรมทางหลวงจะเป็นผู้ดูแลให้ กรณีการเยียวยา ค่าใช้จ่ายอุบัติเหตุที่เกิดจากการก่อสร้างถนน อันนี้ท่านสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนมาได้เลยนะครับ เพราะว่าผู้รับจ้างเยียวยาเขาได้ทำประกันไว้ก็จะต้องมีจ่ายค่าใช้จ่ายเรียกว่าถ้าเป็นเหตุที่เกิด จากการก่อสร้าง อันนี้ผมต้องย้ำเพราะว่าหลายเคส (Case) หลายครั้งที่ถนนเส้นนั้นการเกิด อุบัติเหตุไม่ได้มาจากสภาพพื้นผิวถนน ไม่ได้เกิดจากการก่อสร้าง แต่อาจจะเกิดจากผู้ขับขี่ การขับขี่ การขับแซง การมึนเมา กรณีนี้ทางผู้รับจ้างจะไม่รับเยียวยา แต่ถ้าเกิดจากเป็นหลุม เป็นบ่อ ตกหลุม ตกบ่อแล้วทำให้เกิดความเสียหาย อันนี้สามารถมาเรียกร้องทางผู้รับจ้าง ก็จะเยียวยาก็ดูเป็นเคส ๆ ไปนะครับ เรื่องการเยียวยาจากน้ำท่วมขัง อันนี้ทางหลวงก็จะ รับผิดชอบยาวในกรณีที่ว่าเหตุเกิดจากน้ำที่มันท่วมขังจากการก่อสร้างจริง ๆ อย่างเช่นถ้าว่า การก่อสร้างถ้าทางผู้รับจ้างหรือทางหลวงทำคันดินกั้นน้ำหรือไปปิดท่อระบายน้ำตรงนี้ก็จะ เยียวยาให้พี่น้องชุมชนในละแวกนั้น แต่ถ้าเกิดจากภัยธรรมชาติ อย่างเช่นพายุหรือน้ำทะเล หนุนสูงตรงนี้ก็จะไม่ครอบคลุมนะครับ ก็ต้องกราบเรียนว่า ในทุก ๆ โครงการที่กรมทางหลวง หรือกระทรวงคมนาคมดำเนินการเราก็จะคำนึงถึงความต้องการของพี่น้อง ความสะดวก ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุก ๆ คน แต่อย่างไรก็ตามมันก็อาจจะมีบางจุดบางที่ ที่อาจจะไม่ครบบ้าง อาจจะมีบางจุดที่ได้รับผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ทางกระทรวง คมนาคมก็ยินดีที่จะรับฟังข้อมูลที่ท่านให้มาเพื่อนำไปเป็นประโยชน์แล้วก็สั่งการในส่วนงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อในการแก้ไขต่อไปครับ