สะถิระ เผือกประพันธุ์ หารือเรื่องการปรับปรุงถนนในเขตสัตหีบ โดยเฉพาะการข้ามถนนของนักเรียน พร้อมขอให้เพิ่มสัญญาณไฟจราจรและอุโมงค์ลอด เพื่อแก้ปัญหาการข้ามถนนของนักเรียน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการก่อสร้างถนนรอบเมืองสัตหีบ โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการป้องกันน้ำท่วม ป้องกันฝุ่น ป้องกันทราย ไฟส่องสว่าง สัญญาณไฟเตือน การเร่งดำเนินการก่อสร้าง และการเปิดทางให้ผู้ประกอบการได้ค้าขาย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ สำหรับคำถามที่ ๒ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ชี้แจงนะครับ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเยียวยาว เรื่องการป้องกันน้ำท่วม หรือว่าการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมจะพูดเป็นบรรทัดฐานไปในการทำถนนในพื้นที่อื่น ๆ ด้วยว่าการทำ ประชาพิจารณ์เราเข้าถึงมากน้อยแค่ไหน ท่านต้องมีเคพีไอ (KPI) ตัวชี้วัดว่ามันเข้าถึงตัว ประชาชนหรือไม่ อย่างไร เพราะว่าที่ท่านเชิญมาก็จะเป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ผู้นำชุมชน จะเป็นนายกสมาชิกสภาเทศบาลหรือว่า อบต. ผู้นำชุมชน แต่สิ่งสำคัญก็คือกลุ่ม นักเรียน กลุ่มผู้ปกครอง กลุ่มอาชีพต่าง ๆ อาชีพพ่อค้า แม่ค้า แม่ค้าตลาด วินมอเตอร์ไซค์ รับจ้าง อาชีพรถรับจ้าง รถสาธารณะต่าง ๆ อันนี้ผมมองว่าควรที่จะเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เขาใช้ รถใช้ถนนเป็นประจำ หรือแม้กระทั่งในพื้นที่นั้น ๆ ที่เขาจังหวัดไหน พื้นที่ไหน อำเภอไหน ที่มีผู้ประกอบอาชีพอย่างไร อันนี้คือสิ่งที่เราต้องมองเล็งเห็นว่าเราแยกประเภทการทำ ประชาพิจารณ์เขาจะมีหัวหน้ากลุ่มของเขาอยู่แล้ว ตรงนี้ผมฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีด้วย สิ่งที่เราพูดมาวันนี้ก็คือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ หรือสิ่งที่เราผ่านมาแล้ว แต่ทีนี้ อนาคตสิ่งที่เราจะต้องเตรียมเมื่อเราทำไปแล้วแล้วมันไม่ประสบความสำเร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีอะไรประสบความสำเร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ดีที่สุดคืออะไรครับ พี่น้องประชาชนได้รับ การบริการจากภาครัฐหรือจากรัฐบาลที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าการเรื่องทำมาหากิน เรื่องความ ปลอดภัยในชีวิตคืออะไรครับ เราวางแผนว่าต่อจากนี้เราจะทำอะไร ท่านประธานครับ สัตหีบจาก ๔ เลนเป็น ๘ เลน คำถามแรกเลย นักเรียนจะข้ามถนนอย่างไรถ้าไม่มีสะพานลอย นักเรียนจะข้ามถนนอย่างไร ถ้าไม่มีไฟแดง ไม่มีทางม้าลาย ในเรื่องนี้ผมจะขอท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ด้วยว่าเราควรจะมีไหม สัญญาณไฟจราจรที่พัฒนาแล้ว เป็นสัญญาณดิจิทัล สัญญาณข้าม ถนนสำหรับเยาวชน สำหรับนักเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ ของผมมีทั้งหมด ๒๔ โรงเรียน ของรัฐบาล อีกประมาณ ๑๐ โรงเรียนของเอกชน ทุกวันนี้ยังมีไม่ครบจุดเลย และนักเรียนอยู่ ประมาณ ๓๔,๙๕๕ คนที่ต้องเรียนอยู่ที่อำเภอสัตหีบ ซึ่งเขาต้องเติบโตไป อาจจะมาเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแทนผมก็ได้ เป็นแทนรัฐมนตรีก็ได้ ตรงนี้คือสิ่งที่เราเป็นกังวล ที่ผมเป็น กังวลแทนผู้ปกครองพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบครับ ท่านประธานครับ นอกจากอุโมงค์ ลอดแล้ว เรายังมีอะไรที่ต้องทำอีก นอกจากสัญญาณไฟจราจรที่เป็นดิจิทัลแล้ว อุโมงค์ลอดนี่ ก็สำคัญครับ อุโมงค์ลอดนี่คือการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ผมว่างบประมาณประมาณไม่เกิน เมื่อ ๕ ปีที่จุฬาทำประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าบาท งบประมาณเขาการจัดตั้ง ตัวเลขกลม ๆ ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัย ทีนี้เมื่อเปรียบเทียบกับการก่อสร้างสะพานลอย อุโมงค์ลอด ข้ามถนนมันสามารถทำได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ท่านมองว่าเป็นแอโรโทรโพลิส (Aerotropolis) เมืองธุรกิจการบิน ถ้านักท่องเที่ยวหรือนักลงทุนลงสนามบินนานาชาติอู่ตะเภามามาเห็น นี่สะพานลอยเมืองไทยหรือ นี่สะพานลอยเมืองไทยเป็นแบบนี้หรือ มันควรที่จะต้องเป็นแบบ พัฒนาแล้วหรือไม่ หรือทันสมัยหรือไม่ อย่างไร อันนี้ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมด้วยครับ
ทีนี้คำถามที่ ๒ มีบางประเด็นที่อาจจะซ้ำคำถามแรก แต่รบกวนท่านรัฐมนตรี ช่วยตอบประเด็นที่แตกต่างออกไปนะครับ คำถามที่ ๒ กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวง มีมาตรการเข้มงวดเพียงใดต่อผู้รับเหมาและตั้งใจอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน มากแค่ไหนขณะก่อสร้าง ขณะก่อสร้างถนนรอบเมืองสัตหีบ ทั้งเรื่องการป้องกันน้ำท่วม ป้องกันฝุ่น ป้องกันทราย ไฟส่องสว่าง สัญญาณไฟเตือน และนี่สำคัญที่สุดครับ การเร่ง ดำเนินการก่อสร้างแต่ละจุดมีผลต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบอย่างมาก โดยเฉพาะที่ผมพูดตลอดคือเรื่องเวลาทำมาหากิน และเวลาในการใช้ชีวิตประจำวัน และเวลา ที่จะพักผ่อนอยู่กับครอบครัว และมีการเปิดทางให้กับผู้ประกอบการได้ค้าขายหรือไม่ พร้อมเส้นทางที่มีคุณภาพ ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ สะพานข้ามแยก สะพานลอยมีเพียงพอหรือไม่ หรือกำหนดจุดความต้องการของพี่น้องประชาชนหรือไม่ แล้วสุดท้ายครับ เวลาพี่น้องผู้พิการ ข้ามถนน ผู้ช่วยผู้พิการข้ามถนนเขาจะข้ามอย่างไร ใช้ถนนอย่างไร อันนี้ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับ