อนุพงษ์ แจงปมกฎหมายร่วมทุน ชี้ต้องพิจารณาโครงการเก่าร่วมด้วย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕

อนุพงษ์ เผ่าจินดา ชี้ประเด็นปัญหาความซับซ้อนของโครงการร่วมทุนภาคีภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะการเดินรถในกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้องกับหนี้สิน ความโปร่งใส และการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมย้ำบทบาทการกำกับดูแลที่ไม่ใช่การบงการ และเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่พิจารณาแนวทางต่อไปภายใต้กรอบกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ มันมีคำพูดที่อาจจะต้องอธิบายว่า ปมต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องกันถูกต้องที่สุด ในเมื่อมีทั้งส่วนหลักส่วนต่อขยาย ๑ ส่วนต่อขยาย ๒ เป็นสายเดียวกันที่ต้องให้บริการพี่น้องประชาชน นั่นคือปัญหาหลักเราไม่สามารถที่จะให้ ผู้ประกอบการคนที่ ๑ ผู้ประกอบการคนที่ ๒ ผู้ประกอบการคนที่ ๓ มาได้ ถ้ามี ๓ บริษัท ประชาชนก็ต้องขึ้นลงรถ ๓ หน นั่นคือปัญหาว่าแม้กระทั่งใน พ.ร.บ. ร่วมทุนในการที่จะ พิจารณาส่วนใหม่เป็นกฎหมายจะต้องเอาส่วนหลักมาพิจารณาร่วมด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผมไม่ได้ตั้งปัญหาย้ำใหม่ว่ามันมีปัญหาเกิดขึ้น รฟม. ท่านได้เรียนเองว่าไปอยู่ช่วงท้าย รฟม. เองก็ทำไม่ได้อย่างไรก็ต้องขาดทุน คสช. เขาถึงบอกว่าให้เป็นเจ้าเดียวกันเสียให้เอามาให้ กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครก็อยากได้แต่ไม่อยากได้หนี้ รัฐบาลบอกไม่ได้ต้องรับหนี้ไปด้วย กรุงเทพมหานครเขาก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นปมต่าง ๆ ต้องเกี่ยวกันแน่นอน ไม่สามารถจะ สลัดไปได้เลย จะต้องมาอยู่ด้วยกันในกฎหมายของ พ.ร.บ. ร่วมทุนจะต้องเอาเรื่องโครงการ เก่ามาพิจารณาด้วยแน่นอนครับ กระผมไม่ได้ทำแต่คณะกรรมการที่เจรจาเป็นคนทำ ก็มาพูด ถึงการกำกับสักเล็กน้อย ขอเรียนให้ได้เข้าใจว่าการกำกับนั้นแจ่มชัดว่ากำกับให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ทำได้ตามอำนาจหน้าที่แต่ไม่ใช่ไปทำในเรื่องสิ่งที่ผมไม่มีอำนาจ เช่น การที่เขาจะพิจารณาเรื่องการเดินรถ เขาทำกับสภาเขา เขาจะตัดสินใจทำอย่างไร เขาคิดกับ สภาเขา เรื่องงบประมาณจะทำอย่างไรเขาเป็นคนคิด กระผมไม่ได้เข้าร่วมประชุมสภาด้วย แล้วไม่สามารถออกความคิดได้เลยในการที่จะไปนั่น แต่ผมกำกับได้เช่นถ้าไม่บริสุทธิ์เดี๋ยวผม ก็จะเรียนให้ทราบว่าทำอย่างไร ถ้ามีความไม่โปร่งใสอันนั้นขั้นตอนเราทำได้ แต่ไม่ใช่ไป บงการสั่งการ เข้าไปเสนอความเห็นว่าให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ใช่อำนาจหน้าที่และไม่มี อำนาจหน้าที่ เขาไม่เคยเชิญผมไปประชุมสภาเว้นแต่บอกให้ไปเปิดวันแรกเท่านั้นเอง ไม่เคยมีอำนาจเข้าไป ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารกรุงเทพมหานคร โดยกฎหมายรัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้แล้วว่าการ กำกับทำเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เขามีอิสระที่จะทำเขาตราบใดที่เขามีอำนาจหน้าที่ อันนี้คงตอบ โดยรวม ๒ เรื่องด้วยกัน ย้ำไปอีกทีหนึ่งท่านบอกว่าแล้วถ้าแก้ไม่ได้ก็ คสช. เขาพยายาม แก้แล้ว แล้วเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าไม่ว่าจะรัฐสภาแห่งนี้ หรือใน ครม. ท้วงติง ๑๑ หน มีทั้งหมดหลายสิบข้อ ครม. ก็ต้องเอาข้อมูลจากกรุงเทพมหานครเขาเป็นคนทำชี้แจงมา ขณะนี้ผมก็ไม่ทราบว่า ครม. ถ้าเอาเข้าเขาจะมีความเห็นอย่างไร รวมทั้งความไม่โปร่งใสก็อยู่ ในหัวข้อนี้ กทม. ก็ชี้แจงมาว่าทำอย่างไร ก็พิสูจน์ให้ประชาชนได้เห็นอย่างหนึ่งว่า แม้ว่า คสช. มีอำนาจแล้วทำจบแล้ว ๒ ปีกว่ามานี้ก็ต้องฟังว่าตกลงจะให้เห็นชอบไปนี้มีคนเขา ท้วงติงมาอย่างนั้นอย่างนี้ก็ต้องพิจารณาให้ครบถ้วน แล้วผมขอเรียนยืนยันแล้วขณะนี้ ไม่พิจารณา ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านใหม่ได้พิจารณาหาแนวทาง แล้วก็ย้ำว่า ผมไปบัญชาการว่าให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ก็ไม่ได้ ผมว่าท่านก็คงไม่เชิญผมไปว่าจะทำอย่างไร ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านใหม่ก็คงไม่เชิญผมไปหรอก เพราะท่านก็ต้องพิจารณา ดำเนินการ แล้วก็ตัดสินใจที่จะดำเนินการกับสภาก็เรียนยืนยัน ส่วนในเรื่องเมื่อสักครู่นี้เดี๋ยว จะเข้าใจผิดว่ากรุงเทพมหานคร เรื่องโครงการนี้ก็จะมีคณะกรรมการ กระทรวงมหาดไทย เนื่องจากในข้อกำหนดนี้ว่าเมื่อหมดสัญญาแล้วสมบัติทั้งหมดจะเป็นของกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครก็จะเป็นเจ้าของเขาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นนิติบุคคลของเขา เราคงไม่เข้าไปยุ่งในส่วนนั้น แต่ทีนี้การเดินรถนี้เป็นอย่างนี้ครับ เมื่อสร้างเสร็จ ๒ ท่อน ตามที่ว่าแล้วนี้ไม่เดินประชาชนก็ได้รับผลกระทบ สร้างเสร็จแล้วทำไมไม่เดิน ในขณะนี้ ยังไม่มีการทำอย่างไร หาคนมาดำเนินการสัมปทานก็ไม่มีใครมา เขาก็จ้างเดินรถไปก่อน กรณี ที่เขาจ้างเดินรถ คำตอบแรกคือเพื่อให้ประชาชนได้ขึ้นเหมือนปัจจุบันนี้ยังได้ขึ้นอยู่ การจะเก็บค่าโดยสารยังไม่ได้ข้อยุติก็ไม่ได้เก็บอยู่ในขณะนี้ ตกลงประชาชนได้ประโยชน์ ได้ขึ้นรถ แล้วกรุงเทพมหานครก็ยังไม่ได้จัดเก็บเพราะเป็นภาระกับประชาชน ไม่มีข้อยุติว่าจะ เก็บเท่าไร เขาก็ยังไม่ได้เก็บใด ๆ ทั้งสิ้นในขณะนี้ แต่การเดินรถนี้มันสำคัญนิดหนึ่ง การจ้าง เดินรถนี้ไม่ใช่เหมือนจ้างมาทำเฉย ๆ พอจ้างเดินรถก็จะมีข้อกำหนดว่าจะต้องเดินกี่ขบวน ต่อกี่นาที กลางวัน กลางคืน คนที่รับจ้างเดินรถต้องจัดหารถมาด้วย อันนี้ล่ะเป็นปมว่าทำไม เขาถึงจ้าง ๑๓ ปี หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมตอบได้เพียงว่าเขาต้องทำเพราะเขาจะต้องให้บริการ ประชาชน แต่ทำถูกกฎหมาย ไม่ถูกกฎหมาย เรื่องนี้มีการดำเนินการตามกฎหมายอยู่ ป.ป.ช. กำลังดำเนินการอยู่นะครับ ถ้าผิดก็ต้องดำเนินการ ถ้าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านใดทำ แล้วโดนนั่น ผมก็จะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ นั่นคืออำนาจหน้าที่ผม ขณะนี้ตอบได้เลยว่าเขา ทำเพื่อบริการประชาชน ถูกกฎหมาย ผิดกฎหมาย เขารับผิดชอบ มีคนดำเนินการตาม กฎหมายอยู่ มีการร้องเรียนอยู่ นั่นเป็นส่วนหนึ่งซึ่ง ครม. ก็ดู ถ้ายังมีเรื่องอยู่ก็เลยยังไม่เอามา พิจารณา ก็คงตอบรวม ๆ ว่าสุดท้ายทั้งหมดนี้มีเจตนาอย่างเดียวให้ประชาชนได้รับบริการ สร้างเสร็จแล้วก็ต้องมี ถ้าจะเก็บเงินมีปัญหาก็อย่าเพิ่งไปเก็บ ถ้าจะหาผู้ประกอบการใหม่จะต้อง ไปแก้สัญญา มีปัญหาก็หยุดก่อน แล้วนี่ล่ะก็จึงถามผู้บริหารใหม่กับสภาใหม่ว่าจะทำอย่างไร ไม่ได้หนีความรับผิดชอบ ผมยังมีความรับผิดชอบเต็มที่ในการกำกับ แต่เป็นการกำกับเท่านั้น ไม่ใช่ไปบงการครับ