ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ หารือเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวจากหมอชิตไปอ่อนนุช ที่กรุงเทพมหานครมอบสัญญาให้เอกชนบริษัทบีทีเอส ในสัญญา 13 ปี และไม่เห็นด้วยกับการสร้างเงื่อนปมที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน
เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ประเดิมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง ขออนุญาตท่านประธานจากการที่ผมได้ฟังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบและคำถามที่ ๑ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งกรุงเทพมหานครและคนไทยทั้ง ประเทศก็คงที่จะมีความรู้สึกที่ไม่แตกต่างไปจากผม ท่านตอบในความพยายามที่จะปฏิเสธ ความรับผิดชอบในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกรุงเทพมหานคร และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวจากหมอชิตไปอ่อนนุช อย่าลืมนะครับว่าในส่วนของ เจ้าของสัญญาสัมปทานคือกระทรวงมหาดไทย แต่กระทรวงมหาดไทยมอบหมายไปให้ กรุงเทพมหานครเป็นผู้บริหารจัดการหรือว่าเป็นผู้ดูแล ฉะนั้นกระทรวงมหาดไทยเองจะ ปฏิเสธความรับผิดชอบในส่วนตรงนี้ไม่ได้ การที่ท่านตอบแล้วเอา ๓ สัญญามาพัวพันแล้ว สร้างให้เกิดเงื่อนปมในการสร้างปัญหาความยุ่งยาก ท่านประธานครับ อันนี้มันเปรียบเสมือน การเขียนบทละครที่ทำให้ดูเปรียบเสมือนว่ามีความจำเป็นที่จะต้องหาทางในการแก้ไขปัญหา แต่สิ่งทั้งหลายทั้งปวงทั้งหมดเกิดขึ้นอยู่กับกระบวนการของหน่วยงาน และรวมทั้งท่าน รัฐมนตรีในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแล ท่านจะปฏิเสธความรับผิดชอบในส่วนตรงนี้ไม่ได้ ในเมื่อ สัญญาหลักเจ้าของสัมปทานคือกระทรวงมหาดไทย แต่กระทรวงมหาดไทยเองจะไปบอกว่า มอบหมายให้ กทม. ไปพิจารณาแล้วนำเสนอขึ้นมา ท่านเองเคยไปดูไหมว่า กทม. เขามอบให้ ใครทำ มอบให้กรุงเทพธนาคมบริษัทลูกของกรุงเทพมหานครทำ ซึ่งเต็มไปด้วยแหล่งแห่ง ผลประโยชน์ในการที่จะสร้างภาระให้กับพี่น้องประชาชน ฉะนั้นท่านไม่สามารถที่จะตอบ ปฏิเสธตรงนี้ได้ นำมาสู่คำถามที่ ๒ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านบอกว่าท่านเป็นเพียง ผู้มีหน้าที่ในการที่จะรวบรวมความคิดเห็นหรือว่าความเห็นจากกรุงเทพมหานครหรือว่า คณะกรรมการที่ตั้งโดยคำสั่งคณะ คสช. ที่ตั้งเมื่อหลังจากที่มีการเลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๒ เรามีการเลือกตั้งวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ คำสั่งนี้ออกหลังจากมีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่จะมีคณะรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งเพียงแค่ ๑๗ วัน ท่านมาอ้างว่าถ้าไม่ใช้คำสั่งนี้จะทำให้เกิดความเสียหายจะต้องมีความจำเป็นในการที่จะต้อง รวบรวมข้อมูลเพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ผมขออนุญาตถามท่านว่าแล้วจาก วันนั้นจนถึงวันนี้ท่านยังหาทางออกเรื่องนี้ไม่ได้เลย เป็นเวลากับ ๓ ปีแล้วก็ยังหาข้อสรุปและ จุดจบไม่ได้และรวมทั้งท่านทราบไหมว่าสัญญาหลักที่จะหมดอายุสัมปทานในปี ๒๕๗๒ กรุงเทพมหานครในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของท่านได้มีการไปเซ็น ต่อสัญญาให้กับบริษัท บีทีเอส ในส่วนสัญญาหลักออกไปอีก ๑๓ ปี ให้หมดสัญญาใน ปี ๒๕๘๕ ถามว่ากรุงเทพมหานครใช้สิทธิอะไรในการไปต่อขยายอายุสัญญาในขณะที่ว่า สัญญามันยังไม่หมดไปต่อให้เขาอีก ๑๓ ปีในสัญญาหลัก ก็คือในส่วนของหมอชิต-อ่อนนุช เพื่อที่จะให้มันไปสอดคล้องกับในสัญญาส่วนที่ ๒ ที่ท่านบอกก็คือในส่วนของพื้นที่สถานีตากสิน- บางหว้าและอ่อนนุช-สำโรงที่มีการจ้างที่ท่านกล่าวอ้างถึงเมื่อสักครู่ว่า กทม. มีความพยายาม ที่จะหาคนมาเดินรถแล้วแต่ไม่มีใครสนใจ ผมต้องนำเรียนท่านประธานว่าถ้าใครเข้ามาเดินรถ ก็บ้าแล้ว เพราะว่าส่วนหัวส่วนท้ายมันไม่ใช่พื้นที่หลักในการที่จะหาผู้โดยสาร แต่ผู้โดยสาร หลักมันอยู่ในส่วนของหมอชิต-อ่อนนุช เป็นหลัก ฉะนั้นใครจะกล้ามาลงทุน ทั้ง ๆ รู้ว่าลงทุน ก็ขาดทุน แต่ กทม. กับกระทรวงมหาดไทยกับสร้างเงื่อนปมในการที่จะทำให้ ๒ เรื่องมาผูก เป็นเรื่องเดียวกันและท้ายที่สุดยังนำเอาเรื่องที่ ๓ กทม. ไม่ได้ยินยอมในการที่จะรับในส่วนที่ท่าน สร้างเพิ่ม โดยให้ รฟม. สร้างเพิ่มในส่วนของหมอชิตไปคูคต ในส่วนของแบริ่ง ในส่วนของ การเคหะ-สมุทรปราการ แต่เมื่อท่านสร้างเสร็จแล้วมีปัญหาก็โยนไปให้กรุงเทพมหานครแล้ว ก็นำมาสู่การสร้างผูกเงื่อนปมที่ทำให้เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ฉะนั้นตรงนี้ท่านต้องตอบว่า ประเด็นที่ กทม. ไปต่อสัญญาอายุสัมปทานในส่วนของสัญญาหลักไปอีก ๑๓ ปี ถือว่าเป็นการ เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนที่มีรายรับจากทั้งค่าตั๋วโดยสารและรายได้ส่วนอื่นที่หา ผลประโยชน์จากตัวสถานีทั้งในเรื่องของพื้นที่ค้าขาย ทั้งในเรื่องของการนำเอาเคเบิล ใยแก้ว ที่อยู่ในตัวรางรถไฟไปให้เอกชนหรือว่าบริษัทเช่าซึ่งเขาสามารถสร้างรายได้มหาศาลในส่วน ตรงนี้ ฉะนั้นขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าท่านในฐานะ ที่เป็นผู้กำกับดูแลกรุงเทพมหานครท่านได้ดำเนินการกระทำอะไรที่เกี่ยวข้องในฐานะที่เป็น ผู้กำกับดูแลที่กรุงเทพมหานครทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ที่ทำให้รัฐเสียหายและประชาชน เดือดร้อนในขณะนี้และในอนาคต ขออนุญาตถามเป็นคำถามที่ ๒ ครับ