พริษฐ์ วัชรสินธุ อภิปรายเสนอให้ปรับลดงบประมาณรวมของประเทศ 5 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเห็นว่าการจัดสรรงบประมาณขาดความเป็นธรรม ไม่ตอบโจทย์ปัญหาใหญ่ของประเทศ และกระจุกตัวในพื้นที่บางแห่งโดยมีเงื่อนไขเชื่อมโยงกับฐานเสียงการเมือง พริษฐ์ วัชรสินธุ วิพากษ์การจัดสรรงบประมาณที่ขาดวิสัยทัศน์ระยะยาว ไม่คำนึงถึงวิกฤตสังคมสูงวัยและภาวะโลกร้อน พร้อมเสนอให้ปฏิรูประบบราชการเพื่อลดการทำงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่าย และจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับความจำเป็นจริงของประเทศ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น จะขออภิปรายต่อที่ประชุม ให้พิจารณาปรับลดงบประมาณรวมของประเทศในอัตรา ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ผมยอมรับว่ามีความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณ ๓.๑๘๕ ล้านล้านบาท ที่เรากำลังพิจารณากัน อยู่ในวันนี้ ผมค้นพบว่าปัญหาใหญ่ที่สุดนั้นที่เราเผชิญอยู่ไม่ใช่ว่าประเทศเราไม่มีเงิน แต่เรากำลังใช้เงินผิดจุดไปกับหลายส่วนที่ยังไม่ตอบโจทย์ ไม่จำเป็น และไม่เป็นธรรม ผมได้ข้อสรุปว่าทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นจากการตั้งงบประมาณโดยไม่คำนึงถึง ๔ ภาพสำคัญ นั่นก็คือภาพกว้าง ภาพใหญ่ ภาพไกล และก็ภาพรวมครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ข้อบกพร่องที่ ๑ คือการจัดสรร งบประมาณโดยไม่มองภาพกว้าง ปัจจุบันงบประมาณเราถูกจัดสรรโดยไม่มองภาพกว้างของ คนทั้งประเทศเพื่อพยายามจะกระจายงบประมาณและโครงการต่าง ๆ ไปสู่ทุกจังหวัด อย่างเป็นธรรม หากเรายกตัวอย่างโครงการถนนและโครงการน้ำที่รวมกันก็เกินกว่า ๕๐เปอร์เซ็นต์ของงบลงทุนทั้งหมด เราจะเห็นว่างบประมาณนั้นมีความกระจุกตัวอยู่ในบาง ต่างจังหวัดอย่างชัดเจน สำหรับโครงการซ่อมถนนของกรมทางหลวงและกรมทางหลวง ชนบทเราจะเห็นครับว่า ๗ จังหวัดที่ได้งบประมาณสูงสุดนั้น รวมกันแล้วได้งบประมาณสูงถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของงบทั้งประเทศ ถ้าเราไปดูโครงการปรับปรุงแหล่งน้ำของกรมชลประทานเราก็จะค้นพบเช่นกันครับว่า ๗ จังหวัดที่ได้งบประมาณสูงสุดนั้นรวมกันแล้วได้งบประมาณสูงถึง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ของงบ ทั้งประเทศ ผมไม่ได้บอกนะครับว่าการจัดสรรงบอย่างเป็นธรรมหมายความว่างบโครงการ ถนนและโครงการน้ำนั้นจะต้องมีปริมาณที่เท่ากันในทุกจังหวัด แต่การจัดสรรงบนั้นจำเป็น ที่ต้องให้น้ำหนักต่อปัญหาของประชาชนทุกคนได้ทุกพื้นที่อย่างเท่ากัน ท่านประธานครับ สิ่งที่น่ากังวลตอนนี้ก็คือเราไม่แน่ใจว่าจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงสุดสำหรับการซ่อมถนน หรือปรับปรุงแหล่งน้ำเป็นจังหวัดที่มีปัญหาเรื่องถนนและเรื่องน้ำมากกว่าจังหวัดอื่น จริงหรือไม่ เพราะพอเราไปดูงบซ่อมถนนเราก็จะสังเกตเห็นครับว่าแม้พรรคต้นสังกัดของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะมี ส.ส. เขตใน ๓๔ เปอร์เซ็นต์ของทุกจังหวัดทั่วประเทศ แต่ถ้าดูแค่เฉพาะ ๗ จังหวัดที่รับงบสูงสุดเราจะเห็นว่าพรรคนี้จากมี ส.ส. เขตในทั้ง ๗ จังหวัด หรือคิดเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือถ้าเราไปดูงบปรับปรุงแหล่งน้ำเราก็จะสังเกตเห็นว่า แม้พรรคต้นสังกัดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมี ส.ส. เขตใน ๒๑ เปอร์เซ็นต์ของทุกจังหวัดทั่วประเทศ แต่ถ้าเราเอาเฉพาะแค่ ๗ จังหวัดที่รับงบสูงสุด พรรคนี้กลับมี ส.ส. เขตถึง ๓ จาก ๗ จังหวัดหรือว่าคิดเป็น ๔๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ตัวเลขไม่เคยโกหกใครและผมคิดว่าคำถามที่ประชาชนทั่วประเทศคงอดสงสัยไม่ได้ก็คือ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณโดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของทุกคนอย่างเป็นธรรมหรือว่า จัดสรรงบประมาณบนพื้นฐานของผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง
ข้อบกพร่องที่ ๒ คือการไม่มองภาพใหญ่ ปัจจุบันงบประมาณเราถูกจัดสรร โดยการขาดการจัดลำดับความสำคัญและการคำนึงถึงปัญหาภาพใหญ่ของประเทศ อย่างเพียงพอ จนทำให้งบนั้นถูกจัดสรรแบบเบี้ยหัวแตกที่แบ่งออกเป็นโครงการเล็ก ๆ ที่นำไปสู่การแค่ได้ทำมากกว่าทำแล้วแก้ปัญหาได้จริง จากทั้งหมด ๒,๕๐๐ กว่าโครงการ เกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์เป็นโครงการที่มีมูลค่าน้อยกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ถ้าสมมุติคนไทยคนหนึ่งและอีก ๑๐๐ ปีข้างหน้าไม่มีข้อมูลอะไรเลยเกี่ยวกับประเทศไทย ในวันนี้ นอกจากการได้อ่านเอกสารงบประมาณเขาจะไม่มีทางรู้เลยครับว่าปัญหาใหญ่ที่สุด ของประเทศไทยในปี ๒๕๖๕ นั้นคืออะไร เขาจะไม่มีทางรู้เลยครับว่าประเทศเรากำลังต่อสู้ กับปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ต้องการการเพิ่มสวัสดิการให้เพียงพออย่างเร่งด่วน เขาจะไม่มี ทางรู้เลยครับว่าประเทศเรากำลังอยู่ในช่วงที่ต้องเร่งลงทุนในการสร้างงานใหม่ ๆ เพราะว่า การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางเดิมก็อาจจะไปต่อได้ยากในโลกหลังโควิด (COVID) และเขา ก็จะไม่มีทางรู้เลยครับว่าประเทศเรากำลังพยายามกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นเพราะว่า งบส่วนใหญ่ยังถูกกำหนดโดยราชการส่วนกลาง ถ้าการจัดสรรงบประมาณของเรายังไม่ สามารถฉายภาพให้เราเห็นได้ว่าปัญหาที่สำคัญเร่งด่วนที่สุดของประเทศเราคืออะไร ผมคิดว่าอันนี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ชัดครับว่างบประมาณเรายังไม่ตอบโจทย์
ข้อบกพร่องที่ ๓ คือการไม่มองภาพไกล งบประมาณปัจจุบันเราถูกจัดสรร ด้วยการมองแค่การแก้ปัญหาในระยะสั้น แต่ไม่คิดเผื่อในระยะยาว นอกจากหนี้สาธารณะ ที่เพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปีประเทศเรายังต้องเผชิญกับอุกกาบาตใหญ่อีก ๒ ลูกที่กำลังพุ่งตรงมา ทำลายความมั่นคงในชีวิตของคนไทยทุกคน อุกกาบาตลูกที่ ๑ คือปัญหาสังคมสูงวัย แต่ในขณะที่ทางรอดของวิกฤตินี้ส่วนหนึ่งอยู่ที่การส่งเสริมการออมในหมู่คนวัยทำงาน ซึ่งรวมถึงแรงงานอิสระ แต่งบที่เราเตรียมให้กับสำนักงานประกันสังคมกับเพิ่มขึ้นเพียง ๑.๖ เท่า ทั้ง ๆ ที่เราก็รู้ครับว่าจำนวนผู้ประกันตนนั้นจะเพิ่มขึ้นประมาณ ๓ เท่า อุกกาบาต ลูกที่ ๒ คือปัญหาภาวะโลกรวน ในขณะที่ภาวะโลกรวนและภัยพิบัติที่ตามมามีโอกาสที่สร้าง ความเสียหายให้กับประเทศเราไม่น้อยไปกว่าสงครามในอดีต แต่งบจัดการผลกระทบของ ภาวะโลกรวนทั้งหมดยังน้อยกว่าแค่ส่วนต่างของงบบุคลากรกลาโหมที่เพิ่มขึ้นในปีนี้
ข้อบกพร่องที่ ๔ คือการไม่มองภาพรวม ปัจจุบันงบประมาณถูกจัดสรร บนฐานของระบบราชการที่ทำงานแบบไซโล (Silo) หรือแบบแยกส่วนตัวใครตัวมันโดยไม่ได้ พยายามมากพอที่จะมองภาพรวมหรือบูรณาการทำอยู่อย่างจริงจังเพื่อประหยัดงบประมาณ และเพิ่มประสิทธิภาพของงาน ในระดับโครงการครับเราเห็นการตั้งโครงการที่ซ้ำซ้อนกัน ทั้งระหว่างแต่ละกระทรวงหรือภายในกระทรวงเดียวกัน หรือในระดับองค์กรครับเราก็เห็น หลายหน่วยงานที่มีภารกิจคล้ายกันแต่กลับถูกผู้บริหารแยกจากกัน เรามี ๒ หน่วยงาน ที่รับผิดชอบเรื่องงานของรัฐสภา แต่ประชาธิปไตยเราก็ยังถูกจัดว่าเป็นประชาธิปไตย แบบตกหล่นบกพร่องโดยดัชนีประชาธิปไตย เรามี ๓ หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการต่อต้าน การทุจริต แต่ดัชนีความโปร่งใสของเราก็ลดลงมาติดกัน ๔ ปี เรามี ๓ หน่วยงานที่รับผิดชอบ เรื่องการเก็บรายได้แต่เราก็ยังเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้า และเรามี ๖ หน่วยงานจาก ๔ กระทรวง ที่รับผิดชอบเรื่องน้ำแต่ประชาชนก็ยังเข้าไม่ถึงแหล่งน้ำอย่างทั่วถึง แม้ผมเชื่อว่าทุกหน่วยงาน มีเจตนาที่ดีแต่ทางออกของปัญหาต่าง ๆ ของประเทศเรามันไม่ได้อยู่ที่การตั้งหน่วยงานใหม่ ๆ ที่มาทำงานซ้ำซ้อนกันครับ แต่มันอยู่ที่การปฏิรูประบบราชการให้หน่วยงานที่มีภารกิจ คล้ายกันถูกบริหารอยู่ในบ้านหลังเดียวกันเพื่อช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความคล่องตัว ของหน่วยงานซึ่งจะนำไปสู่ทั้งการประหยัดและการเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณ ท่านประธานครับ หากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ยังยืนยันที่จะไม่ปรับปรุงแก้ไขงบประมาณ ฉบับนี้ ทั้ง ๆ ที่งบประมาณถูกจัดสรรโดยไม่คำนึงถึงทั้งภาพกว้าง ภาพใหญ่ ภาพไกล และภาพรวมของประเทศ ผมกังวลครับว่าประชาชนหลายคนในทั่วทุกมุมของประเทศ จะไม่เห็นภาพอนาคตของประเทศไทย และจะไม่เห็นภาพอนาคตของพวกเขาในประเทศนี้ ขอบคุณครับท่านประธานครับ