วิสาร เตชะธีราวัฒน์ หารือการปรับลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการใช้งบด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการวิจัยและพัฒนาอาวุธ การขาดนโยบายออฟเซต และความล้มเหลวของคณะผู้แทนพิเศษในการแก้ปัญหาชายแดนใต้ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนแนวทางการแก้ปัญหาที่เน้นการใช้งบประมาณมากแต่ไร้ผลลัพธ์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ในมาตรา ๙ เรื่องกระทรวงกลาโหม ผมขออนุญาตปรับลด ๙ เปอร์เซ็นต์ เรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ตั้งแต่สมัย เรามีนายกชื่อ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร งบกลาโหมเรามีแค่ ๘๕,๙๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธานครับ จากปี ๒๕๔๙ จนถึงปี ๒๕๕๙ ขณะนี้ ๑๐ ปีเพิ่มมา ๑๐๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ถ้าเราคิดมาถึง ๒๕๖๖ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ถึงปี ๒๕๖๖ กระทรวงกลาโหมงบความมั่นคง เฉลี่ยแล้วปีหนึ่ง ๒๐๐,๓๕๐ ล้านบาท ผมเรียนท่านประธานว่าสาเหตุที่ผมปรับลดมีอยู่ ๒ ๓ เรื่องที่จะขออนุญาตท่านประธานไปเร็ว ๆ นะครับ อันแรกผมเรียนท่านประธานว่า งบเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อการป้องกันประเทศ ท่านประธานครับ อันนี้ ปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๕ ลดลงอย่างต่อเนื่องเลยครับ ปีนี้เรามีแค่ ๑๙๗.๒๕ ล้านบาท สิ่งที่อยากเรียน ท่านประธานก็คือว่าการที่เราจะมีการวิจัยพัฒนาเพื่ออาวุธต่าง ๆ มันจะได้ทำให้เกิดความ มั่นคง และที่สำคัญก็คือเกิดการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจภายในประเทศด้วย ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยอยู่ในชั้นที่ ๓ หรือเขาเรียกว่า เติร์ดเทียร์ (Third Tier) หมายถึงว่าเป็นประเทศ ที่ไม่สามารถที่จะผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ได้ด้วยตนเอง มีแต่เพียงบางส่วนที่เป็นอะไหล่ และการผลิตได้ขนาดเล็ก ๆ เท่านั้นเอง ทั้ง ๆ ที่ความรู้ความสามารถของบุคลากรในประเทศไทย เราสามารถที่จะพัฒนาเป็นการยิงอาวุธไร้ท่อ ๑๐ หัวจ่าย หรือว่ามีการพัฒนาเครื่องเกราะ ล้อยางได้ทุกอย่าง แต่สาเหตุนั้นเพราะอะไรครับ มันไม่มีการพัฒนา เพราะกองทัพต้องการ ที่จะซื้ออาวุธ จำเป็นจริง ๆ เพราะว่าการซื้อนี้เป็นหลักของกองทัพทั้งหมด สิ่งที่ต้องตัด งบประมาณตัวนี้มันทำให้เกิดเงินไหลออกนอกประเทศ และที่สำคัญคืออะไรครับ ขาดโอกาส ที่จะพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศด้วย ท่านประธานครับ มีเรื่องที่จะขออนุญาต ท่านประธานว่าทุกวันนี้ประเทศ ๑๓๐ ประเทศทั่วโลกเขาใช้นโยบายออฟเซตโพลิซี (Offset Policy) ครับ คำว่า ออฟเซตโพลิซี (Offset Policy) นั่นหมายถึงว่ามันมีมาตรการ ทางกฎหมายใหม่ที่ผู้ซื้ออาวุธและผู้ที่จะขายอาวุธมีข้อตกลงเพิ่มเติมกัน นั่นหมายถึงว่า จะต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับผู้ซื้อด้วย และจะต้องมีการร่วมลงทุน ในระหว่างภาครัฐกับเอกชนในระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายด้วย ที่สำคัญหนักกว่านั้นก็คือว่าเขา ต้องการที่จะให้มีการสร้างงานและมีการพัฒนาทักษะให้สูงขึ้น ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงเรา มาเลเซีย อินโดนีเซีย เขาใช้นโยบายอันนี้แล้ว แต่ประเทศไทยเรากรรมาธิการได้สอบถามไหม ว่าออฟเซต โพลิซี (Offset Policy) ท่านรู้จักไหมครับ เรียนประธานว่าตอนนี้มีเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ที่เราคิดว่าถ้าไม่พูดสำหรับกองทัพคงไม่ได้ นั่นก็คือการที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คนไทยเรานะครับ เราเสียใจ เรามีปัญหา เราเห็นแล้วน่าสงสารมากเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก ผมคิดว่าวันนี้ถ้าเราไม่พูด เรื่องนี้ไม่ได้แน่นอนครับ เพราะเรามีการตั้งงบลับเยอะมากนะครับ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงกลาโหม สำนักปลัดกระทรวง กองทัพอากาศ กองทัพบก กองทัพเรือ มีหมดครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะขอเรียกร้องท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการขณะนี้นะครับ มันมีการตั้ง คณะกรรมการพิเศษของรัฐบาลชุดนี้นะครับ คณะที่ ๑๙/๒๕๖๔ โดยคำสั่งของ ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๔ ผู้แทนพิเศษชุดใหญ่มีอยู่ ๕ ท่าน ผมว่าคณะชุดนี้ครับ ขอท่านประธานและกรรมาธิการยุบเลิกเลยครับเพราะล้มเหลว แก้ปัญหาไม่ได้ครับ คุณตั้งมาแล้วครับ ท่านประธานครับ ผลาญงบประมาณประเทศชาติ โดยคณะผู้แทนพิเศษครับ ไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับการทหารจะไปบอกว่าคณะผู้แทนพิเศษ มีอำนาจในการเจรจากับหลาย ๆ กลุ่มที่มีการก่อการร้าย ท่านประธานทราบไหมครับ เอาไปประชุมในยุโรปครับ ใช้เงินไม่รู้กี่ร้อยล้านนะครับ และที่สำคัญขณะทุกวันนี้ครับ งบกลาโหม งบความมั่นคงของเราครับ ท่านทุ่มเทไป ยิ่งทุ่มยิ่งเจ๊ง ยิ่งทุ่มยิ่งเสีย ยิ่งทุ่มปัญหา ยิ่งแก้ไม่หมดครับ เพราะฉะนั้นปัญหาเกิดจากคน ๆ เดียวก็คือท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะ ที่เป็นรัฐมนตรีกลาโหมครับ คุณแก้ต้องการอะไรครับ คุณแก้ต้องการที่จะมีงบพิเศษไปลง ภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมที่เกี่ยวกับโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) เครื่องสูบน้ำ เจ๊งกันเป็น แถวเลยครับ ไม่ได้ใช้ครับ ถึงเวลาผลาญงบ ท่านประธานครับ งบตรงนี้นะครับ ผมว่าผมตัด ๙ เปอร์เซ็นต์น้อยไป เพราะว่าเห็นถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาของท่านนายกรัฐมนตรี และงบกระทรวงกลาโหมซึ่งใช้อีลุ่ยฉุยแฉกมาก งบลับทั้งนั้น แต่ท่านประธานเห็นไหมครับ ทุกวันนี้พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่สงบครับ ถึงเวลาขึ้นมาต่อรองอย่างไรครับ ต่อรองบอกว่าให้ทหารออกไปจากนอกพื้นที่ได้หรือครับ ท่านประธานครับ ทุ่มงบไปเท่าไร ก็ไม่มีทางจบ ไม่มีทางสิ้นครับ สาเหตุก็เพราะว่าแก้ปัญหาผิด ๆ ครับ ท่านประธานจำเมื่อ ๒๐ ๓๐ ปีที่แล้วได้ไหมครับ สมัยเรามีแม่ทัพชื่อ พลเอก หาญ ลีลานนท์ สมัยนั้นนะครับ ใช้นโยบายใต้ร่มเย็น เหมือนกับเพื่อนสมาชิกเราได้บอกไว้ครับ ไม่ต้องเป็นต้องเอาคนโน้น คนนี้ไป เดี๋ยวนี้รู้ข่าวอีกนะครับว่าแต่งตั้งรองโฆษกพรรคหนึ่งที่อยู่แถวภาคใต้นี่ครับ เป็นผู้หญิง ไปเป็นคณะกรรมการผู้แทนพิเศษอีกครับ ไปเพื่อไปกินเบี้ยเลี้ยง ไปเพื่อเป็นการ เอาการประชุมซึ่งไม่ได้ประโยชน์ แล้วเงินภาษีอากรพี่น้องประชาชนซึ่งขณะนี้ประเทศเรา ต้องกู้เงิน ประเทศเราต้องเสียดอกเบี้ย พี่น้องเกษตรกรเราต้องรอรับการช่วยเหลือนะครับ ชาวนาในจังหวัดเชียงรายหว่านนา ๓ ครั้ง น้ำท่วมตลอดครับ ไม่มีการไปช่วยเหลือครับ งบประมาณทหารเพิ่ม ๑๓๒ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วจะอยู่อย่างไรครับ พี่น้องประชาชนครับ กระทรวงกลาโหม รัฐกลาโหมและบริหารโดยรัฐทหาร อำนาจรวมศูนย์ เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการในสังกัดไหนนะครับ ต้องทำตัวเหมือนทหารครับ ถ้าไม่อย่างนั้นอยู่ลำบากครับ เพราะฉะนั้นผมขอท่านประธานว่าผมจึงไม่เห็นควรที่จะให้งบกระทรวงกลาโหมในมาตรา ๘ นี้นะครับ ผมขอปรับลด ๙ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ