พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ อภิปรายเสนอให้ลดงบประมาณกระทรวงกลาโหมร้อยละสิบ โดยชี้ว่าการปรับลดในภาพรวมมีเพียงเล็กน้อยและส่วนใหญ่เป็นการเลื่อนภาระไปปีหน้า พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องในการจัดสรรงบของทั้งกองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองทัพบก โดยเฉพาะโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำและเครื่องบินเอฟ-35A ที่ยังเดินหน้าทั้งที่มีปัญหาและไม่สอดคล้องกับขีดจำกัดการคลัง จึงเรียกร้องให้ทบทวนและปรับโครงสร้างงบประมาณใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลักดันการพึ่งพาตนเองในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สำหรับมาตรา ๘ งบประมาณกระทรวงกลาโหม ๘๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่รวมรายจ่ายบุคลากรภาครัฐ ผมขอเสนอตัดที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๑ ครับ ท่านประธานครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ท่านประธานครับ จากสไลด์ (Slide) ที่ผมจะขึ้นให้ดูด้วยนี้นะครับก็จะเห็นว่าในกรอบสีน้ำเงินคืองบประมาณ ๘๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็กรรมาธิการตัดมาประมาณ ๒,๗๘๐ ล้านบาท ๓.๑๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าดูสัดส่วนภาพรวมที่มีการตัดมาก็ถือว่าเยอะพอสมควร ๑ ใน ๓ แต่เอาเข้าจริงครับ ท่านประธานไปดูในกรอบเขียวครับ จริง ๆ แล้วงบประมาณในส่วนนี้มันเป็นการตัดจริง ๆ แค่ ๔๖๐ ล้านบาทเท่านั้นเองครับ คือตัดจริง ๆ คือหมายความว่าตัดโครงการหรือว่าตัดเงิน ที่จะใช้จริง ๆ แต่ว่าอีก ๒,๒๙๐ ล้านบาทมันเป็นการเลื่อนจ่ายครับประธาน คือพูดง่าย ๆ แทนที่เราจะต้องผ่อนในปีนี้เราก็ไม่ผ่อนครับ แล้วก็เลื่อนออกไปก่อนผลักภาระไปปีหน้า ซึ่งนั่นแปลว่าภาระทางการคลังก็ยังคงอยู่แต่อยู่ในปีถัดไป นั่นแปลว่าการจัดหายุทโธปกรณ์ ในช่วงที่งบประมาณของแผ่นดินมีความฝืดเคืองในขณะที่เรามีปัญหาในทางการคลัง เมื่อวานนี้ก็เพิ่งจะมีมติ ครม. ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังในการค้ำประกันเงินกู้อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งเหล่านี้ก็จะยังเป็นภาระทางงบประมาณต่อไปเพราะมันเป็นแค่การ เลื่อนไปนะครับ ทีนี้ในในกรอบสีชมพูครับท่านประธาน ผมจะพูดถึงงบประมาณของ สำนักปลัดกระทรวงกลาโหมก่อนนะครับ งบประมาณ ๕,๑๐๐ ล้านมีการปรับลด เพียงแค่ ๘ ล้านบาท ตัดไป ๘ ล้านบาทซึ่งไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน ในสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ผมกำลังจะแสดงให้เห็นว่าภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวง กลาโหม เรามีเงินทุนหมุนเวียนทั้งหมด ๕ เงินทุน ๕ กิจการที่สำนักงานปลัดดูแลอยู่ โรงงาน เภสัชกรรมทหาร อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ โรงงานผลิตวัตถุ ระเบิด โรงงานแบตเตอรี่ทหาร ภายใต้ ๕ เงินทุนหมุนเวียนนี้ ณ สิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๓ สตง. ตรวจสอบแล้วก็มีรายได้ที่สูงกว่าค่าใช้จ่ายสะสมอยู่ประมาณเกือบ ๆ พันล้านบาท ในการฟอร์คาสต์ (Forecast) ในอนาคตปี ๒๕๖๖ คาดการณ์ว่าจะมีอยู่ประมาณ ๑,๑๐๐ ล้านบาท ผมมีข้อสังเกต ๒ ประการ
ประการแรก จริง ๆ แล้ว ๕ กิจการนี้ควรจะมีการพัฒนาแล้วก็ต่อยอดให้มี ความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้บ้าง ลดภาระของงบประมาณแผ่นดินได้บ้างนะครับ เพราะทั้ง ๕ โครงการนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ แล้วก็โรงงานผลิตวัตถุระเบิดมันควรที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อไปอยู่ ในซับพลายเชน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศของเราได้ ในเมื่ออุตสาหกรรมนี้ก็เป็นเอสเคิร์ฟ (S-Curve) ที่ ๑๑ ที่รัฐบาลนี้ตั้งใจจะพัฒนาขึ้น แล้วพอมาดูโครงการของ สป. ที่ขอมาในปีนี้หลายต่อหลายโครงการเป็นการสนับสนุน เป็นการพัฒนา เป็นการซ่อมบำรุง เป็นการจัดหาเครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อที่จะมาสนับสนุนทั้ง ๕ กิจการนี้ แต่ก็มาสู่ข้อสังเกตที่ ๒ ครับ เราไม่เห็นการใช้เงินสะสม เพื่อมาสมทบงบประมาณในปีงบประมาณนี้เลยของสำนักงานปลัด ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วย ในการปรับลดเพียงแค่ ๘ ล้านบาท
สไลด์ (Slide) ถัดไปกองทัพเรือครับ กองทัพเรือถูกปรับลดทั้งสิ้น ๒๔๕ ล้านบาท โดยที่ ๒ ล้านบาทนั้นก็มาจากค่าเรือดำน้ำลำที่ ๑ อันนี้งงมากครับ ท่านประธาน ยืนยันว่ากองทัพทราบแล้วนะครับว่าจีนไม่สามารถที่จะซับพลาย (Supply) เรือดำน้ำให้เราด้วยเครื่องยนต์จากเยอรมันได้ตั้งแต่กันยายน ๒๕๖๔ ซึ่งก็เป็นช่วงที่จัดทำ งบประมาณ แต่เหตุใดกองทัพเรือยังคงจัดของบประมาณมาที่ ๒๐๐ ล้านบาท ยังดีครับ ที่อนุกรรมาธิการได้ทำการปรับลดไป ๒๐๐ ล้านบาท แต่ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียน ต่อท่านประธานนะครับแล้วก็บันทึกต่อที่ประชุมนี้เลยครับว่ากองทัพเรือเดินหน้าซื้อเรือดำน้ำ ลำที่ ๑ นี้จากจีนแน่ ๆ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ทำไมถึงพูดแบบนี้ครับ ท่านประธานครับ เพราะผมกำลังจะบอกท่านประธานครับว่า ถ้ารอบนี้กองทัพเรือไม่สามารถปิดดีล (Deal) ปิดการซื้อเรือดำน้ำลำที่ ๑ นี้ได้ ไม่สามารถที่จะยอมรับข้อเสนอของจีนต่อจากนี้ที่จะเป็นการ ให้เครื่องยนต์ที่ผลิตในประเทศจีนแทนเครื่องยนต์ที่ผลิตในเยอรมันได้ นั่นแปลว่ากองทัพเรือ อาจจะไม่มีโอกาสได้ซื้อเรือดำน้ำอีกแล้วอย่างน้อยก็อีก ๓ หรือ ๔ ปีข้างหน้านะครับ ท่านประธาน นั่นจึงเป็นเหตุผลครับที่เราเห็นตามข่าวครับว่ากองทัพเรือมีการขยายเวลาไปถึง วันที่ ๑๕ ถ้าดูจากสไลด์ (Slide) ที่ผมแสดงให้เห็นนะครับ จะเห็นว่าหลายโครงการ ที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนเรือดำน้ำไม่มีท่าทีที่จะชะลอหรือหยุดลงเลยครับ ท่านประธานครับ ดูในกรอบสีน้ำเงินจะเห็นว่าท่าจอดเรือดำน้ำระยะที่ ๑ ระยะที่ ๒ โรงซ่อมบำรุง คลังเก็บ ตอร์ปิโด อาคารทดสอบ แล้วก็คลังอาวุธปล่อยนำวิถี ทั้งหมดเราเห็นแล้วว่าได้รับงบประมาณ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปี ๒๕๕๖ จำนวนไม่น้อย แต่ในกรอบสีน้ำเงินแสดงให้เห็นว่าไม่มีการ เบิกจ่าย การเบิกจ่ายเป็นศูนย์ครับ แต่แม้การเบิกจ่ายเป็นศูนย์หรือเบิกจ่ายได้ไม่เต็มเม็ด เต็มหน่วย แต่ก็ยังคงของบประมาณมาในปี ๒๕๖๖ ตามปกติเหมือนเดิมครับ จริง ๆ แล้ว ถ้ากองทัพเรือรู้ว่าไม่สามารถที่จะซื้อเรือดำน้ำได้ตามปกติ งบประมาณเหล่านี้ก็ไม่ควร จะขอมานะครับ
สไลด์ (Slide) ถัดไปกองทัพอากาศครับ กองทัพอากาศตัดลดงบประมาณไป ๓๙๙ ล้านบาท โดย ๓๖๙ ล้านบาทนั้นเป็นค่าเครื่องบินเอฟ-๓๕ เอ (F-35A) ๒ ลำ ต้องเรียนว่า ตอนแรกงบประมาณถูกตั้งไว้ทั้งมูลค่าทั้งโครงการ ๒ ลำ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ขออนุมัติ มติ ครม. จ่ายเงินงวดแรกเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์อนุกรรมาธิการตัดลด งบประมาณไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐๐ กว่าล้านบาทตัดเรียบ แต่พอเข้าไปในชั้นกรรมาธิการ ก็มีอุทธรณ์ครับ ขอกลับโดยรอบนี้ลดมาเหลือ ๕ เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นว่าอะไรครับ ขอแปะไว้ก่อนครับ คือรอบนี้ทำอย่างไรก็ได้กองทัพอากาศ เพื่อสามารถที่จะตั้งโครงการนี้ ให้อยู่ใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ ผมเชื่อว่าคิดเหมือนกันกับกองทัพเรือครับ คือรอบนี้ถ้าตั้งไว้ไม่ได้ ถ้าแปะไว้ไม่ได้ปีหน้าไปสู่รัฐบาลหน้าดีไม่ดีอาจจะไม่สามารถซื้อได้เลย ไปอีกหลายปีครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ทั้งกองทัพเรือและกองทัพอากาศนี่คือพฤติกรรมที่ผมใช้คำว่า เหมือนกับคนอยากได้ของเล่นครับ ลูกอยากได้ของเล่นแต่ว่าไม่ได้ดูเลยว่าคุณพ่อคุณแม่นั้น ซื้อไหวหรือเปล่า ภายใต้ปัญหาด้านงบประมาณที่ผมได้เรียนไปเมื่อตอนต้นแล้ว ดังนั้นผมก็ เห็นว่าทั้งกองทัพเรือและกองทัพอากาศก็ควรจะปรับลดงบประมาณให้มากกว่านี้
มาที่กองทัพบก ท่านประธานครับ ปรัดลดไปที่ ๒,๐๗๐ ล้านบาท แต่เป็นการ เลื่อนงบประมาณไปที่ ๑,๖๘๙ ล้านบาท เอาเข้าจริง ๆ แล้วปรับลดได้แค่นิดเดียวครับ แต่ว่าเกือบ ๘๒ เปอร์เซ็นต์ของการปรับลดเป็นการเลื่อนออกไป ขอสไลด์ (Slide) ถัดไป ที่เลื่อนออกไปหรือว่าที่ปรับลดได้ก็ต้องถามว่าเป็นการเสียสละหรือเป็นการทันเกม ในการงบประมาณ เพราะ ๑,๖๙๐ ล้านบาทที่เราตัดได้นี้เป็น ๓ โครงการที่จริง ๆ แล้ว ไม่ควรจะตั้งงบประมาณมาด้วยซ้ำ โครงการแรก (Slide) ถัดไปครับ เป็นโครงการซ่อมบำรุง ยุทโธปกรณ์ งบประมาณ ๙๑๘ ล้านบาท ซ่อมเอ็ม ๓๕ (M35) ๕๑๘ ล้านบาท ซ่อมยูนิม็อก (UNIMOG) ๔๐๓ ล้านบาท ยูนิม็อก (UNIMOG) ซ่อมแบบไหนครับท่านประธาน ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ นี่คือรถบรรทุกยูนิม็อก (UNIMOG) รถบรรทุกยูนิม็อก (UNIMOG) สภาพเป็นแบบนี้ครับที่จะเอามาซ่อม ซ่อมนี่ ๒ ล้านบาท แต่ซื้อใหม่ ๒.๒ ล้านบาทไม่ซื้อครับ แต่จะซ่อม ซ่อมเพื่ออะไรครับ สภาพเป็นแบบนี้ แต่สุดท้ายแล้วก็ยกเลิกการซ่อม ขอสไลด์ (Slide) ถัดไป พอยกเลิกการซ่อมครับ คำถามคืองบประมาณก็ลดลงจาก ๙๑๘ ล้านบาท ควรจะเหลือที่ ๕๑๘ ล้านบาท เพราะเหลือซ่อมแค่รถเอ็ม ๓๕ (M35) แล้ว สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ แต่ปรากฏว่าเป็นอย่างไรครับ ปีนี้ตั้งงบประมาณมายังตั้งเหมือนเดิม ตั้งตามปกติ เหมือนการซ่อมยังคงซ่อมเหมือน ๒ คันอยู่ คือได้รับงบประมาณไปแล้วในปี ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ ที่ ๓๑๗ ล้านบาท แต่ปีนี้ก็ยังขอมาอีก ๓๓๕ ล้านบาท รวมกันเป็น ๕๕๒ ล้านบาท นี่คือตั้งมาเพื่อให้ตัดนะครับท่านประธาน อย่าเรียกว่าการตัดงบประมาณ ของกองทัพบกเราตัดได้เยอะ แต่ว่าจริง ๆ แล้วกองทัพบกตั้งมาเพื่อให้กรรมาธิการตัด แล้วก็ตัดได้ครับ กรรมาธิการตัดได้ ๒๑๕ ล้านบาท เพราะว่าตั้งมาให้รอตัดอยู่แล้ว สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ดังนั้น ๓ โครงการผูกพันของกองทัพบกเป็นโครงการที่เบิกจ่ายไม่ได้ ตามเป้าแต่ตั้งงบมาเพื่อให้ตัด โครงการแรกผมพูดไปแล้วเรื่องการซ่อมรถบรรทุก แล้วก็อีก ๒ โครงการ เป็นการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ แล้วก็เป็นโครงการที่จัดหาหัวลากขนส่ง ซึ่งทั้ง ๒ โครงการนี้ได้รับงบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ไปแล้ว แต่ว่าเบิกจ่ายเป็นศูนย์ครับ เมื่อเบิกจ่าย เป็นศูนย์ จริง ๆ แล้วก็ไม่ควรตั้งงบประมาณมาตั้งแต่แรก แต่ก็ตั้งมาเพื่อจะให้กรรมาธิการ ตัดนะครับ สไลด์ (Slide) สุดท้ายครับ ผมเห็นว่าจริง ๆ แล้วในส่วนของกองทัพบก จริง ๆ แล้วยังมีอีก ๔ โครงการใหม่ที่เราควรจะปรับลดได้ซึ่งจะเป็นโครงการที่ผูกพัน แล้วก็เป็นภาระทางงบประมาณในปีถัด ๆ ไป ดังนั้นผมก็ยืนยันว่าสำหรับกระทรวงกลาโหม ก็ยืนยันปรับลดที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ