ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ เสนอการปรับลดขนาดกองทัพและงบประมาณกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะการจัดซื้อเครื่องบินเอฟ-35เอ และเปลี่ยนระบบเกณฑ์ทหารจากบังคับมาเป็นสมัครใจ เพื่อลดการใช้งบประมาณและใช้ประโยชน์ในการช่วยเหลือประชาชน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน ขออภิปรายแปรญัตติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๖ ในสัดส่วนของ กระทรวงกลาโหม ดิฉันขอปรับลดงบประมาณเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันขออธิบายถึง เหตุผลในการที่ดิฉันปรับลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมดังนี้ กองทัพอากาศได้ตั้ง งบประมาณในการจัดซื้อเครื่องบินแบบยุทธศาสตร์ เอฟ ๓๕ เอ (F-35A) ที่ไม่ติดอาวุธ และดิฉันมั่นใจในอนาคตก็คงจะตั้งงบเพื่อจะติดอาวุธกับเครื่องบินอีก ๒ ลำนี้ แต่เนื่องจาก การจัดซื้อเครื่องบินในครั้งนี้ยังไม่ผ่านการพิจารณาจากสภาคองเกรส (Congress) ซึ่งขั้นตอน ต่าง ๆ ที่จะต้องผ่านการพิจารณาจากสภาคองเกรส (Congress) ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ ๒๐ เดือน หากสภาคองเกรส (Congress) อนุมัติขายให้แก่ประเทศไทยเราก็สามารถ ตั้งงบประมาณในปี ๒๕๖๗ ได้ซึ่งการจัดซื้อก็ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเอาเงินไปกองไว้ อย่างนี้นะคะ ดังนั้นถ้าหากสภาคองเกรส (Congress) อนุมัติก่อน กองทัพอากาศ ก็ไม่เสียเวลาและไม่ได้เสียหาย การเอาเงินจากภาษีประชาชนไปกองไว้แล้วไม่ได้ใช้จะทำให้ ประชาชนเสียโอกาส เพราะแทนที่จะเอาเงินงบประมาณส่วนนี้ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่กำลังอดอยาก ข้าวยากหมากแพง แต่กลับเอาเงินไปค้างไว้ที่กองทัพโดยไม่รู้ว่าเราจะได้ซื้อ เครื่องบินเมื่อไร การเอาเงินไปกองไว้ดิฉันเกรงว่าประชาชนอาจจะสงสัยได้ว่ากองทัพมีอะไร แอบแฝงอีกหรือเปล่า มีเจตนาทุจริตอะไรอีกหรือเปล่า อันนี้เป็นการคาดการณ์ของประชาชน และอีกทั้งก่อนหน้านี้ประเทศไทยได้จัดซื้อเรือดำน้ำที่ยังมีปัญหาเรื่องเครื่องยนต์จากจีน จนเป็นปัญหาคาราคาซังอยู่ถึงทุกวันนี้ รวมไปถึงงบเช่ารถหรูประจำตำแหน่งของนายทหาร ระดับสูงประจำกองทัพที่กองทัพอ้างว่าเป็นรถควบคุมการสั่งการไม่ใช่รถประจำตำแหน่ง จน สตง. ก็ส่งทีมเข้าไปตรวจสอบรถเบนซ์ เอส ๕๐๐ (Benz S500) ของกองทัพซึ่งพบว่า มีการทุ่มงบประมาณจัดซื้อไว้ถึง ๓๐ คัน นอกจากนี้ยังมีประเด็นในเรื่องของการใช้ งบประมาณในเรื่องเกณฑ์ทหารซึ่งควรเปลี่ยนจากระบบบังคับเกณฑ์ทหารมาเป็นระบบ สมัครใจจะดีกว่านะคะ
- ๑๕๘ การสร้างสวัสดิการที่ดีให้กับทหารเกณฑ์จะทำให้มีการสมัครใจเข้าสู่มาเป็นทหารเพื่ออ้าง ประสิทธิภาพให้กับกองทัพนะคะ อีกทั้งประเทศไทยยังมีนายพลจำนวนที่เยอะเกินกว่า ความจำเป็น ในปี ๒๕๖๓ นี้เรามีนายพลบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายมากถึง ๗๙๒ คน หากนับย้อน ไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๓ นี้เรามีนายพลแต่งตั้งโยกย้ายมากกว่า ๑๐,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นสัดส่วนของนายพลไทยต่อจำนวนกำลังพลอยู่ที่ ๑:๖๖๐ นาย ในขณะที่สหรัฐอเมริกา มีขนาดกองทัพที่ใหญ่กว่าไทยและมีประสิทธิภาพที่สูงกว่ามาก มีสัดส่วนนายพลต่อกำลังพล อยู่แค่ ๑:๑๖๐๐ นายเท่านั้น ปัญหาเช่นนี้ทำให้งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงกลาโหม สูงเกินความจำเป็น ไหนจะมีงบราชการลับที่ไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดซ่อนอยู่อีก จำนวนเกือบ ๕๐๐ ล้านบาทในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองบัญชาการกองทัพไทย งบลับนี้ก็น่าสงสัยอีกละคะมันลับจนไม่ สามารถตรวจสอบได้ ประชาชนก็อาจจะตั้งข้อสงสัยจะมีการทุจริตอีกนะคะ แล้วยังมี งบประมาณอีกหลายส่วนที่กองทัพเข้าไปมีส่วนร่วม ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเองเลย เช่นการประกวดภาพการใช้ทหารไปทำกองทัพไอโอ (IO) เพื่อมาโจมตีและดิสเครดิต (Discredit) กับคนเห็นต่างทางการเมืองกับรัฐบาล งบประมาณเงินภาษีของประชาชนนะคะ ท่านประธาน เราควรใช้ทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด งบแบบไหนที่ไม่ จำเป็นเราก็ตัดไปเสียเพื่อนำเงินไปช่วยประชาชนให้มีสวัสดิการที่ดีขึ้น เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ ที่พักที่สนับสนุนคุณประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีค่ะ มีนโยบายว่าจะให้ ๑,๐๐๐ บาท โดยค่าแรงขั้นต่ำ ๔๐๐-๔๒๕ บาทจนจะ ๔ ปีนี้นะคะจะไม่เห็นมีนโยบายไหนเลยที่ นายกรัฐมนตรีเอาไปทำ แต่ขยันจริง ๆ ค่ะซื้ออาวุธ ท่านตั้งซื้ออาวุธให้มันทุกปีเลย ไม่รู้ว่า ถ้าไม่ตั้งงบประมาณซื้ออาวุธสักปีประเทศไทยเราจะเสียเอกราชให้ใครหรือเปล่า หรือถ้าไม่ ตั้งซื้อไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะตายหรือเปล่า ถ้านายกรัฐมนตรีจะตายดิฉันยอมค่ะ ยอมตัดให้ท่านแล้วจะได้เป็นบุญนะคะ แต่นี่มันไม่ใช่มันเป็นเงินภาษีของประชาชนทั้งนั้น กองทัพที่ใหญ่กับงบประมาณที่เลอะเทอะไม่ยอมปรับลดขนาดลงท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ อย่างนี้ ความหิวโหยของประชาชนท่านตั้งงบประมาณไม่เห็นหัวประชาชนอย่างนี้ดิฉันขอ ยืนยันค่ะ ดิฉันขอลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อไปเพิ่ม สวัสดิการให้ประชาชนและแก้วิกฤติเศรษฐกิจให้ประชาชน ขอบคุณค่ะ