วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือการปรับโครงสร้างกองทัพและการใช้งบประมาณกระทรวงกลาโหม โดยเสนอให้ลดขนาดกองทัพ เน้นบูรณาการ ปรับยุทธวิธี ยกระดับสวัสดิการ และส่งเสริมการวิจัยพัฒนาอาวุธภายในประเทศแทนการพึ่งพาการจัดซื้อจากต่างชาติ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะกรรมาธิการที่สงวนคำอภิปรายปรับลดไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ในส่วนของ มาตรา ๘ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ท่านประธานในมาตรา ๘ ของกระทรวงกลาโหม ถึงแม้ว่างบประมาณปีนี้จะมีสัดส่วนลดกว่างบประมาณในปีที่แล้ว แต่ก็มีสิ่งซึ่งควรที่จะนำมา พิจารณาในการปรับลด ผมจึงขออนุญาตนะครับว่าในส่วนกลาโหมนั้นเป็นกระทรวงซึ่งดูแล ในเรื่องของความมั่นคง แล้วก็จะต้องดูแลในเรื่องของการพัฒนาเพื่อดูแลพี่น้องประชาชน ทีนี้ในส่วนหนึ่งนั้นถ้าบอกว่ากรอบภารกิจของกระทรวงนี้ เป็นกรอบภารกิจซึ่งพี่น้องประชาชน คาดหวังถึงความปลอดภัย โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัยทางใต้ก็จะมีปัญหาเกิดขึ้น ยิ่งตอนนี้ความรุนแรงก็เกิดเพิ่มมากขึ้น ก็แสดงให้เห็นถึงว่าการที่กองทัพมียุทธวิธี ในการป้องกันแก้ไขในเรื่องของความรุนแรงอาจจะไม่สอดรับกับการที่พี่น้องประชาชน จะทำความเข้าใจ ก็เลยเกิดปัญหาความรุนแรงขึ้น ผมจึงคิดว่าการใช้กำลังหรือการใช้ มาตรการต่าง ๆ นั้นไม่ได้ช่วยให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจและได้เข้าถึงอย่างที่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกนะครับ ผมกลับมองว่าการที่เราจะทำให้งบประมาณนั้นใช้จ่ายได้เหมาะสมดีที่สุดนั้นจะต้องมีการ เปลี่ยนแปลง โดยการเปลี่ยนแปลงของกองทัพก็ต้องมาดูกันว่ากองทัพจะต้องทำตัวเอง ให้เล็กลง หลายประเทศเขาให้กองทัพมีขนาดเล็กลง แล้วก็มีการเพิ่มสมรรถภาพในเรื่องของ กำลังรบ แล้วโดยเฉพาะจะต้องมีการบูรณาการ ไม่ใช่แบบว่าแยกเหล่า แยกกลุ่ม แยกกอง พอเวลาเราแยกว่าเป็นทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ แต่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงกลาโหม เราแบ่งเหล่ากันก็จริงแต่ควรจะมีการดูในเรื่องของการบูรณาการ ในเรื่องของยุทธปัจจัย ทีนี้ประเด็นก็คือคนที่จะต้องดูแลกองทัพเขาบอกว่าเป็นคนเก่ง คนที่เป็นคนเก่งจะต้องบริหาร กำลังพลได้ แต่วันนี้คนเก่งอย่างเดียวไม่พอ เพราะผมคุยกับนายทหารหลาย ๆ ท่านบอกว่า กำลังที่มีกำลังรบหรืออยู่ภายใต้การดูแลของนายพลที่สั่งการ ผู้บัญชาการเหล่าทัพไม่สามารถ เข้าถึงคนที่อยู่ในกองกำลังได้โดยเฉพาะในเรื่องของสวัสดิการ เพราะฉะนั้นจะต้องดูในเรื่อง ของสวัสดิการควบคู่กันไป ผมเห็นว่าในเรื่องของสวัสดิการจะเป็นขวัญกำลังใจให้กับทหาร เพราะว่ากองทัพจะต้องมีการปรับตัวเอง เมื่อปรับตัวเองแล้วยุทธวิธีหรือยุทธปัจจัยต่าง ๆ ในเรื่องของอาวุธที่มีปัญหาซื้อกันมาก หลาย ๆ ปี หลาย ๆ ครั้ง แล้วอาวุธแต่ละส่วนเราไม่ สามารถที่จะผลิตเองได้ แล้วเราก็ไม่คิดจะผลิตครับท่านประธาน ผมเคยลงไปตรวจในเรื่อง ของ ๕ จังหวัดทางภาคใต้ที่เกิดปัญหาแล้วก็เป็นแหล่งที่จะซื้ออาวุธเยอะมาก มีการเรียกว่า ฟอกอาวุธกันที่นั่น เวลาจะจัดซื้อยุทธปัจจัยต่าง ๆ ก็มักจะใช้งบประมาณในส่วนที่ดูแล อยู่ที่ทางใต้เป็นหลัก เราไม่เคยมีการพัฒนา แม้กระทั่งในเรื่องของการดู ในเรื่องของการที่จะ ส่งเสริมสนับสนุน เรามีสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ แต่มีงบประมาณเพียง ๑๖๕ ล้านบาท ลำพังแค่งบในเรื่องของค่าใช้จ่ายดำเนินการก็คือในเรื่องของเงินเดือน ค่าใช้จ่ายประจำ ก็หมดแล้วครับ แล้วจะไปพัฒนาอะไรในเรื่องของการดูแล เรื่องของการที่จะวิจัย หรือวิเคราะห์ แม้กระทั่งในเรื่องขององค์กรต่าง ๆ ที่เป็นองค์กรการอุดมศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยจุฬา เนคเทค (NECTEC) หรือ สจล. หรือแม้กระทั่งในส่วนของภาคเอกชนเราก็ ไม่เคยส่งเสริมสนับสนุนใด ๆ ทั้งสิ้น ก็เลยทำให้ประเทศไทยคิดแต่อย่างเดียวว่าต้องการอะไร เราก็จะจัดหา ต้องการอะไรเราก็จะจัดซื้อ ก็เลยเป็นปัญหาว่าสิ่งที่เราซื้อมานี่พะรุงพะรัง จนกระทั่งเราไม่สามารถที่จะเอาไปดูหรือวิเคราะห์ได้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้เป็นอุปกรณ์ที่สามารถ จะสร้าง หรือทดแทน หรือซ่อมบำรุงได้ ในอดีตบอลลูนที่ใช้ในเรื่องของยุทธปัจจัยที่ส่งไปทางใต้ ขนาดผมเองเคยอภิปรายในสภาบอกว่าขอให้สถาบันไปใช้หรือไปวิจัยว่ามันเป็นอะไร เครื่องตรวจจับระเบิด หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สามารถผลิตได้เอง โดยเฉพาะสถาบัน ต่าง ๆ เขาบอกว่าทำได้ แต่เราไม่เคยส่งเสริมครับ ก็ย่อมแสดงว่าการที่กระทรวงกลาโหมไม่คิด จะพัฒนามันเลยย่ำอยู่กับที่ ทั้ง ๆ ที่ประเทศต่าง ๆ ที่เป็นประเทศใกล้บ้านเราเดี๋ยวนี้เขา สามารถผลิตยุทธปัจจัยด้วยตัวเอง แล้วก็ไม่ได้พึ่งพาการนำซื้อสิ่งต่าง ๆ เสียอย่างเดียว ถ้าประเทศไทยวันนี้ทางกระทรวงกลาโหมสามารถที่จะพูดคุยกันในระหว่างเหล่าทัพว่าเราจะ มุ่งเน้นในเรื่องของการทำรีเอ็นจิเนียริง (Reengineering) ทั้งระบบ และบูรณาการให้เกิด ประโยชน์กับกองทัพ ผมคิดว่ากำลังพลในเรื่องต่าง ๆ เราไม่เป็นรองใคร เพราะในอดีตที่เรามี กองทัพเกิดขึ้นมันเป็นกองทัพที่สามารถทำงานได้จริง ๆ ครับ ดังนั้นผมจึงขออนุญาตนะครับว่าทางกระทรวงกลาโหมต้องมีการพัฒนาปรับปรุงแล้วก็มีการ ดูแลในเรื่องของคน ในเรื่องของปัจจัย แล้วก็ส่งเสริมในเรื่องของการสร้างคนขึ้นมา จึงขออนุญาตนะครับว่าไขมันมีเยอะก็ต้องตัดออกนะครับ ตอนนี้ก็คงขออนุญาตเสนอให้มี การปรับลดงบประมาณลง ๕ เปอร์เซ็นต์จากยอดนะครับ ขอบคุณครับ