ทวี แจงเหตุตัดงบกลาโหม ชี้ใช้งบผูกพัน-รายจ่ายอื่น ไม่โปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕

ทวี สอดส่อง วิพากษ์การใช้งบประมาณของกระทรวงกลาโหมที่มีสัดส่วนสูงและไม่โปร่งใส โดยเฉพาะงบรายจ่ายอื่นและงบผูกพันข้ามปีที่ส่งผลต่อการจัดสรรงบเพื่อประชาชน พร้อมเสนอตัดงบ 15% เพื่อจัดลำดับความสำคัญใหม่ในภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กรรมาธิการ คือผมได้สงวนไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คือจะขอตัดงบของกระทรวงกลาโหมจาก ๘๘,๑๖๖ ล้านบาทเศษ ไป ๑๓,๒๒๔ ล้านบาทเศษ ท่านประธานที่เคารพครับ ทำไมดูว่าถึงตัดงบค่อนข้างมาก ให้เหตุผลก็คือว่า ความจริงกระทรวงกลาโหมได้รับงบถึง ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แต่ว่าเวลาการจัด งบประมาณครั้งนี้เราจะแยกงบบุคลากรเอาไปอีกมาตราหนึ่ง คือมาตรา ๓๘ ซึ่งเดี๋ยวเราคง จะไปพูดกัน เหตุที่เรามีความเห็นว่าจะต้องตัดงบของกระทรวงกลาโหม เนื่องจาก กระทรวงกลาโหมโดยปกติการใช้งบจะไปอยู่ในหมวดรายจ่ายอื่น อย่างเช่นในปี ๒๕๖๖ งบประมาณ ๒๕๖๖ เป็นอยู่ในหมวดรายจ่ายอื่นเสีย ๖๓,๙๓๖ ล้านบาทเศษ งบรายจ่ายอื่น มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายมาแล้ว มันก็คืองบลับหรือเป็นงบที่ไม่อยู่ในหมวดของ บุคลากร ไม่อยู่ในหมวดงบดำเนินการ ไม่อยู่ในหมวดงบลงทุน ไม่รู้จะใช้ชื่ออะไร ก็ไปใช้ชื่อ รายจ่ายอื่น หน่วยงานที่นิยมใช้หมวดรายจ่ายอื่นก็คือในหน่วยงานของกองทัพ แม้แต่ ตำรวจเองยังใช้หมวดรายจ่ายอื่นเพียงเล็กน้อย ๓ ๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ทางกองทัพบางทีถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่ามันไม่สามารถตรวจสอบได้ดีกว่านะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พองบของกองทัพเวลาเอาไปใช้ไม่ได้ใช้เงินเฉพาะก้อนนี้ แต่ไปใช้เงินถึงในอนาคต ผมก็ทราบ ว่าในการจัดซื้ออาวุธก็อาจจะมีความสำคัญแล้วเราก็ให้เกียรติ แต่เนื่องจากสถานการณ์ ปัจจุบันเราประสบปัญหาเศรษฐกิจอย่างรุนแรง คือหน่วยงานทางกองทัพควรจะต้องมี ความเห็นใจ ความอยู่รอดของประชาชนก็คือความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของตัวเองเป็นความมั่นคง อันนี้ผมบ่อยครั้งที่เห็นทางหน่วยงานด้านความมั่นคง จะนิยามความมั่นคงผิด คือถ้าประชาชนจะแหลกสลาย จะสูญเสีย จะด้อยโอกาส จะไม่มี ข้าวกิน ท่านยังมองว่าไม่ใช่เรื่องความมั่นคง อันนี้ทหารจะมีความเข้าใจผิด พอไปจัดงบของ กองทัพเราจะพบว่าก็จะมีงบผูกพันข้ามปี ปกติงบผูกพันข้ามปีเรามีคณะกรรมการนโยบาย การเงินระบุว่างบผูกพันข้ามปีไม่ควรจะเกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะอีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ จะเปิดพื้นที่ให้งบประมาณใช้ในการดูแลประชาชน แต่เราพบว่ารัฐบาลนี้หรือสำนัก งบประมาณผมก็ขอตำหนิด้วยนะครับ ก็กลายเป็นศรีธนญชัย ก็บอกว่างบผูกพันข้ามปี เฉพาะข้ามปีใหม่ ข้ามปีนี้จะไม่ให้ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ารวมงบผูกพันข้ามปีในอดีตไม่เอา มารวม ในความจริงวันนี้เราจะพบว่างบผูกพันข้ามปีพองบประมาณปี ๒๕๖๖ สูงไปถึง ๓๓.๔ เปอร์เซ็นต์ คือมันจะมีงบผูกพันข้ามปีที่เราจะต้องผูกพันไปในอนาคต รุ่นลูก รุ่นหลาน ถ้าเกิดรัฐบาลนี้อยู่อีก ๑๔ วันจะครบต้องพ้นสภาพเพราะนายกครบ ๘ ปี คนมาเป็นรัฐบาลใหม่ ก็จะมีงบผูกพันข้ามปีถึง ๑ ล้านล้านบาท ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ งบผูกพันข้ามปีก็คืน หนี้สาธารณะในอนาคตแล้วก็คือเป็นหนี้ที่จะต้องไม่เกิดรายได้ เป็นหนี้ที่เกิดจากการซื้ออาวุธ เป็นหนี้คือเสียจีดีพี (GDP) ด้วยซ้ำ ดังนั้นผมจึงเห็นว่าการที่กองทัพยังไม่มีความพร้อมในเรื่องอาวุธ แล้วก็มีการตรวจสอบไม่ได้นั้น ผมคิดว่าเมื่อสถานการณ์ขณะนี้ควรที่จะรอเอาเงินเพื่อไปช่วยเหลือคุณภาพชีวิตของ ประชาชนที่กำลังจะอดตายทั้งประเทศ ที่กำลังได้รับผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำ ที่กำลัง ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงโดยเฉพาะปัจจุบันด้วยความใจดำของรัฐบาลก็ปล่อยให้ ค่าไฟสูงขึ้นอีก เพราะค่าไฟจะไปอยู่ค่าครองชีพทุกคน ดังนั้นผมจึงเห็นว่าควรจะตัดงบไป ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่เราไม่ได้พูดถึงก็คือวันนี้กองทัพ โดยเฉพาะ กองทัพบกใช้ช่องของ กอ.รมน. คือ กอ.รมน. เอาไปแฝงไว้สำนักนายกรัฐมนตรี แต่จริง ๆ กอ.รมน. ก็คือของกองทัพบก สิ่งที่เราจะพบเห็นก็คืองบบุคลากรพอไปใส่ในมาตรา ๓๘ เราก็จะตรวจว่ากองทัพก็มีงบประมาณแต่อาจจะสูงกว่าหน่วยงานอื่นเป็น ๔๕ เปอร์เซ็นต์ หน่วยงานอื่นงบบุคลากรประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราตรวจ เชิงลึกเชิงฟอเรนสิก แอคเคาน์ติง (Forensic Accounting) ทางด้านบัญชีเราไปดูของ สตง. เราจะพบว่างบบุคลากรของกองทัพ ผมยกตัวอย่างกองทัพบก ปี ๒๕๖๑ เราตั้งงบ ขาวคาดแดงไว้ งบบุคลากรประมาณ ๕๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่พอไปดู สตง. ตรวจพบว่ามี ๖๐,๐๐๐ จาก ๕๙,๐๐๐ ก็มีประมาณ ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท เอ๊ะทำไมมันเกินมาเกือบ หมื่นล้านบาท แล้วพอไปดูปีต่อไปก็เฉลี่ยแล้วก็ประมาณปีละหมื่นล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาจากไหน ทำไมบุคลากรของกองทัพบกจึงมีเงินมากขึ้นแล้วพอไปดู ก็ไปถึง บางอ้อ ก็พบว่าใน กอ.รมน. ที่เอางบไปประมาณ ๗,๐๐๐ พันล้านบาทต่อปีหรือก็จะเอา บรรจุบุคลากรของกองทัพบก และหน่วยงานอื่นก็เป็นน้ำจิ้มก็ประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน แล้วก็ไปรับเงินอีกก้อนหนึ่ง แล้วพอ กอ.รมน. ไม่รู้จะรายงานงบอย่างไร ในปีที่ผ่านมาก็เป็น รายงาน ใช้เป็นเงินราชการลับคือประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วปีนี้ มาเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นเงินเพื่อความมั่นคงบรรทัดเดียว แต่สิ่งอย่างนี้ไม่สามารถตรวจใน งบประมาณได้ ต้องไปตรวจที่งบการเงินของ สตง. ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ผมขอตัดงบของ กระทรวงกลาโหม ๑๕ เปอร์เซ็นต์