สมชัย ศรีสุทธิยากร ตั้งข้อสังเกตการใช้จ่ายงบประมาณกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะค่าตอบแทนเหมาจ่ายรถประจำตำแหน่งและรถควบคุมสั่งการ พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงรายละเอียดจำนวนรถ ผู้ได้รับประโยชน์ และที่มาของงบประมาณอย่างชัดเจน หลังจากที่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ครบถ้วนแม้จะมีการสอบถามไปแล้ว
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทยครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมขอสงวนความเห็นไว้ก็คืองบประมาณค่าใช้จ่ายของกระทรวง กลาโหม ซึ่งเมื่อเราพิจารณาแล้วพบว่าในการจัดทำงบประมาณของกระทรวงกลาโหมนั้น หลายเรื่องที่ทางกรรมาธิการได้ขอข้อมูลไป แต่กระทรวงกลาโหมนั้นไม่ได้ตอบข้อมูล กลับคืนมา หลายต่อหลายเรื่องนั้นยังเป็นประเด็นที่ค้างคา ยังเป็นประเด็นที่สงสัยอยู่ ผมขออนุญาตที่จะขึ้นสไลด์ (Slide) เกี่ยวกับของกระทรวงกลาโหมครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ว่าในประเด็นของงบประมาณ รายจ่ายของกระทรวงกลาโหมนั้นมีประเด็นใดบ้าง ซึ่งเป็นประเด็นที่ยังเป็นที่ค้างคาสงสัย ประเด็นหนึ่งซึ่งผมคงจะเอามาพูดกันในวันนี้ก็คือเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณค่าตอบแทน เหมาจ่ายการจัดหารถประจำตำแหน่ง ซึ่งในส่วนของกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ แล้วก็ในส่วนของ กองบัญชาการกองทัพไทยได้มีการตั้งงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องของค่าตอบแทนเหมาจ่าย การหารถประจำตำแหน่งให้กับข้าราชการกระทรวงกลาโหมตั้งแต่ระดับชั้นยศพันเอกพิเศษ พลตรี แล้วก็พลโทขึ้นไป โดยเป็นการเทียบกับทางข้าราชการประจำว่าถ้าเป็นในระดับของ พันเอกพิเศษซึ่งคุมกองกำลังนั้นก็จะเทียบเท่ากับระดับรองอธิบดี ถ้าเป็นระดับพลตรี ก็เทียบเท่ากับระดับอธิบดี ถ้าเป็นระดับพลโทขึ้นไปให้เทียบเท่ากับระดับปลัดกระทรวง ซึ่งในการกำหนดอัตราค่าตอบแทนเหมาจ่ายดังกล่าวเลยทำให้กระทรวงกลาโหมนั้นมีตัวเลข ของนายพลต่าง ๆ ซึ่งจะได้รับเงินในส่วนของค่าตอบแทนเหมาจ่ายดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ตัวเลขที่ผมนำเสนอให้เห็นก็จะเห็นว่าสำนักงานปลัดกระทรวงนั้นมีตัวเลขในเรื่องของ ค่าตอบแทนเหมาจ่ายถึง ๕๑.๙ ล้านบาท กองทัพบกมีถึง ๒๔๐.๓ ล้านบาท กองทัพเรือมี ๑๑๖.๓ ล้านบาท กองทัพอากาศมี ๗๕.๑ ล้านบาท แล้วก็กองบัญชาการกองทัพไทยมี ๗๐.๗ ล้านบาท รวมทั้งกระทรวงก็จะเป็นเงินถึง ๕๕๔.๓ ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวถ้าหากว่า ไปเทียบรวมกับกระทรวงอื่น ๆ ทุกหน่วยราชการ กระทรวงกลาโหมกระทรวงเดียวมีรายการ ค่าใช้จ่ายดังกล่าว ผมขออนุญาตอ้างอิงจากเพื่อนกรรมาธิการนะครับ ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้คำนวณมาแล้วว่าเป็นตัวเลขถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๗๐ กระทรวง ๆ เดียว มีรายการในเรื่องนี้ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่กระทรวงอื่นอีกไม่รู้กี่สิบกระทรวงรวมแล้วแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นตัวเลขดังกล่าวนี้เป็นตัวเลขที่ทางกรรมาธิการ ได้ขอตัวเลขง่าย ๆ จากกระทรวงกลาโหมไปก็คือว่าปัจจุบันท่านมีนายพลทั้งหมดกี่คน เป็นพลตรีเท่าไร พลโทเท่าไร พลเอกเท่าไร แล้วก็ตำแหน่งดังกล่าวนั้นใครบ้างซึ่งเป็น ตำแหน่งที่ครองกำลัง ใครบ้างที่เป็นตำแหน่งซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือตำแหน่งทางด้าน ที่ปรึกษาต่าง ๆ ถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ แล้วก็สิ่งหนึ่งซึ่งผมได้อภิปรายในวันที่ตัวแทนจากกองทัพ ได้มาชี้แจงก็คือว่าเราทราบว่ามีรถประเภท ๑ ซึ่งระดับสูงของทางกองทัพนั้นใช้เป็นรถประจำ ตำแหน่ง ท่านก็ตอบว่าไม่ใช่ครับ รถประเภทนี้เรียกว่ารถควบคุมสั่งการ เบนซ์ เอส ๕๐๐ (Benz S500) เป็นรถควบคุมสั่งการ แต่แรกความเข้าใจของเราก็คือว่าน่าจะเป็นการใช้เงิน ของรถประจำตำแหน่งเพื่อที่จะให้มาจัดหารถที่อาจจะมีสเปก (Spec) ที่สูงขึ้น เป็นรถที่หรู มากขึ้น โดยอาจจะมีการใช้งบประมาณของกองทัพบางส่วนเข้ามาสมทบ ปรากฏว่าสิ่งซึ่งได้รับคำตอบจากทางท่านปลัดกระทรวงกลาโหมก็บอกว่าไม่ใช่ครับ คนละอย่างกัน รถประจำตำแหน่งก็ยังเป็นรถประจำตำแหน่งซึ่งมีสเปก (Spec) เทียบเท่ากับ ปลัดกระทรวง เทียบเท่ากับระดับของอธิบดี รองอธิบดี ไม่ได้แตกต่างกัน แต่รถเบนซ์ เอส ๕๐๐ (Benz s500) ที่เป็นรถหรูนี้ท่านเรียกว่าเป็นยุทธภัณฑ์ เป็นอาวุธรบครับเรียกว่า รถควบคุมสั่งการ สิ่งที่เราขอก็คือว่าในส่วนของรถควบคุมสั่งการท่านมีทั้งหมดกี่คัน เพราะตัวเลขที่ผมได้มานี้ผมได้มาว่าในกองทัพมีประมาณ ๓๐ คันที่เป็นรถควบคุมสั่งการ ข้อมูลที่ผมได้มาก็คือไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม รองปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เสนาธิการ ผู้บัญชาการทหารบก ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก รองผู้บัญชาทหารบก ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เสนาธิการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ประธานที่ปรึกษากองเรือ รองผู้บัญชาการ ทหารเรือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เสนาธิการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ประธานที่ปรึกษากองทัพอากาศ รองผู้บัญชาการกองทัพอากาศ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหาร อากาศ เสนาธิการทหารอากาศ ทั้งหมดประมาณ ๓๐ นาย มีรถสิ่งที่ว่าเป็นรถควบคุมสั่งการ ที่เป็นรถหรู คำถามคือแล้วได้ถามไหมครับว่าจริง ๆ แล้วท่านมีกี่คัน และท่านใช้เงิน งบประมาณรายจ่ายที่เหลือจ่ายในแต่ละปีนั้นไปทำการเปลี่ยนแปลงรายการกับทาง สำนักงบประมาณในปีไหนบ้าง เปลี่ยนแปลงจากรายการอะไร เช่น กรณีที่ว่าใช้เงินในการ จัดซื้ออาวุธแล้วก็เงินเหลือ งบก่อสร้างเงินเหลือแล้วก็มาเปลี่ยนแปลงรายการ ตกลงกับ สำนักงบประมาณครับว่าจะขอมาเปลี่ยนเป็นยุทธภัณฑ์ที่เรียกว่า รถควบคุมสั่งการ ถามไป ครับว่าท่านมีกี่คันแล้วก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณในปีไหนบ้าง ผมขออนุญาต เอาสไลด์ (Slide) ถัดไปให้ดูครับว่าคำถามต่าง ๆ ที่ทางกรรมาธิการได้ถามไป ไม่ใช่มีผมถาม คนเดียวครับ มีคนถามทั้งหมด ๑๙ คน ๑๙ คนนี้ไม่มีคำตอบจากกระทรวงกลาโหม แม้แต่รายเดียว คำถามคือแล้วเราจะทำงบประมาณกันได้อย่างไรในเมื่อท่านมาชี้แจง ในที่ประชุมของกรรมาธิการท่านก็รับปากว่าท่านจะเอาข้อมูลมาให้กับทางกรรมาธิการ แต่ท้ายสุดครับท่านไม่มีข้อมูลใด ๆ มาให้แก่กรรมาธิการเลย ไม่ใช่ผมคนเดียวครับ ทุกคนที่ถามกระทรวงกลาโหมไม่มีใครเคยได้คำตอบ แต่ท่านพยักหน้าตอบว่าจะให้ข้อมูล ต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ถึงเวลานี้ผ่านไป ๑ เดือนยังไม่มีข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น ผมขออนุญาตสรุป ด้วยคะแนนขออนุญาตกลับมา ๒ สไลด์ (Slide) สุดท้ายครับว่า คะแนนของไอทีเอ (ITA) ของกระทรวงกลาโหมนั้นท่านได้อันดับ ๒ ของประเทศ ท่านได้คะแนนถึง ๙๔.๙๑ ร้อยละ ๙๔.๙๑ สูงมากครับ เป็นที่ ๒ ของประเทศ แล้วถ้าหากว่ามองอันดับสูงสุดในระดับ ของกองทัพต่าง ๆ มีกองทัพเรือ อันดับ ๑ กองทัพอากาศ อันดับ ๔ กองบัญชาการกองทัพไทย อันดับ ๕ กองทัพบก อันดับ ๖ คำถามคือท่านได้คะแนนความโปร่งใสมาได้อย่างไร แม้กระทั่งข้อมูลว่านายพลมีกี่คนท่านก็ไม่ยอมบอกให้กับสภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสได้รับรู้ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมขออนุญาตตัดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมเป็นจำนวนเงิน ๕ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ