สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕

เพชรดาว โต๊ะมีนา หารือเรื่องการสนับสนุนการสร้างสรรค์ธุรกิจจากทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องการปรับลดงบประมาณ 3% ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา กรรมาธิการ

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย ภูมิลำเนาจังหวัดปัตตานีค่ะ ดิฉันได้ขอสงวนคำแปรญัตติในมาตรา ๗ งบประมาณรายจ่าย ของสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับโดยขอปรับลดงบประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลการกระจายแผนงานงบประมาณที่ไม่ครอบคลุมไม่ทั่วถึงในบางพื้นที่ค่ะ และในครั้งนี้ดิฉันขออนุญาตที่จะอภิปรายหน่วยงานสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ องค์การมหาชนที่มีงบประมาณ ๒๒๒,๓๗๑,๗๐๐ ล้านบาทค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ในรอบปีที่ผ่านมาเรามักจะได้ยิน คำว่า ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) รวมทั้งการใช้ ความคิดสร้างสรรค์ในการแปลงทุนทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ บ่อยครั้งที่ เรามักจะภูมิใจเมื่อมีตัวแทนจากประเทศไทยไปแสดงอัตลักษณ์หรือวัฒนธรรมในประเทศอื่น ๆ ดิฉันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อมองดู สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่บ้านเกิดของดิฉันมักจะพบว่าพื้นที่แห่งนี้ผู้คนต่างมีอัตลักษณ์ อันโดดเด่น มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าซึ่งสามารถก่อให้เกิดแหล่งรายได้ใหม่ ๆ ให้กับพื้นที่ แต่เรื่องเหล่านี้กลับไม่ถูกให้คุณค่ามากนัก งบประมาณมักจะทุ่มไปยังความมั่นคง เป็นหลัก แต่เมื่อวานนี้ก็ยังคงมีเหตุการณ์วางระเบิด วางเพลิงรวม ๑๑ จุดในปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ดิฉันขออนุญาตแสดงความเสียใจกับผู้ที่รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต มา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ ในปีที่ผ่านมาค่ะมีกิจกรรมที่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมกลุ่มกันใส่ชุดมลายูในวันฮารีรายอซึ่งเป็นวันสำคัญทางศาสนาที่หาดวาสุกรี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี วันดังกล่าวมีผู้คนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากแสดงให้เห็นถึงความภูมิใจ ที่จะแสดงอัตลักษณ์ด้านการแต่งกายตามวัฒนธรรม แต่หลังจากที่จัดงานไปแล้วกลับพบว่า ถูกเจ้าหน้าที่เรียกไปรายงานตัว สิ่งที่ดิฉันคิดว่าเป็นก้าวย่างที่น่าสนใจเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีการจัดงานเพื่อออกแบบกระบวนการพัฒนาคุณภาพของเสื้อผ้าแนวมลายูที่มีวัฒนธรรม ร่วมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กับประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียให้ก้าวไปสู่ มาตรฐานสากลและได้รับการตอบรับที่ดีมากค่ะเพื่อที่จะก้าวสู่ศูนย์กลางแฟชั่นมลายูร่วมกัน กับประเทศเพื่อนบ้าน และนั่นคือสิ่งที่ทำให้หลายคนรู้สึกจุดประกายว่าความภูมิใจ ในอัตลักษณ์และวัฒนธรรมนั้นสามารถต่อยอดในเชิงธุรกิจได้ และความสำเร็จนั้นจะกลับมา ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ เราควรที่จะตั้งโจทย์ใหม่ว่าความโดดเด่นด้านอัตลักษณ์ และวัฒนธรรมนั้นจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างไรบ้าง ดิฉันทราบมาว่าในต้นเดือน กันยายนที่จะถึงนี้ค่ะจะมีการจัดงานที่เกี่ยวข้องกับเกลือปัตตานีหรือที่เรียกว่าเกลือหวาน การัม มานิส (Garam Manis) จัดในรูปแบบของงานสร้างสรรค์ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะ ทราบค่ะว่าจังหวัดปัตตานีเป็นแหล่งผลิตเกลือเพียงแห่งเดียวหากนับตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรี จรดไปยังรัฐยะโฮร์บาห์รูของประเทศมาเลเซียมีการผลิตกันอย่างต่อเนื่องอยู่หลายร้อยปีค่ะ เป็นรายได้และเป็นทั้งความภาคภูมิใจของประชาชน แต่ทุกวันนี้มีผู้คนทำนาเกลือน้อยลง เพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวมทั้งราคาผลผลิตที่ตกต่ำการใช้ความคิดสร้างสรรค์ อาจจะแปรเปลี่ยนให้สภาพวิกฤติกลายเป็นโอกาสให้กับชาวนาเกลือในพื้นที่ได้แล้วก็ต้อง ขอขอบคุณทางสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ได้จัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ ในบางส่วนค่ะ อันนี้คือตัวอย่างค่ะที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ บนพื้นฐานของทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางอัตลักษณ์มาเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและการบริการ ที่เกี่ยวข้องและท้ายสุดจะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานของสำนักนายกรัฐมนตรี หรือหน่วยงานในกำกับในปีต่อ ๆ ไปควรที่จะเปิดโอกาสให้ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้มีที่ทางให้มากขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่นอกจากจะเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ ได้แสดงศักยภาพของตัวเองแล้วยังมีโอกาสที่จะสร้างรายได้ใหม่ ๆ ให้กับพื้นที่ความขัดแย้ง ที่มีโลคอล คอนเทนต์ (Local Content) หรือต้นทุนทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร ศิลปวัฒนธรรม ดนตรีภาพยนตร์ สถาปัตยกรรม ไปสู่ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) นี่เป็นการผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการต่อยอดสร้างสรรค์ทุนทางวัฒนธรรม ให้ทันสมัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มต่อไปได้ค่ะ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ค่ะดิฉันคิดว่าขอปรับลด งบประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ขอบคุณค่ะ