ทวี สอดส่อง แปรญัตติปรับลดงบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรี โดยตั้งข้อสังเกตถึงการขยายหน่วยงานรัฐที่ซ้ำซ้อน เช่น กรมประชาสัมพันธ์ที่ใช้งบสูงเพื่อเปลี่ยนแปลงค่านิยมและวัฒนธรรม ซึ่งขัดกับหลักการรัฐธรรมนูญที่เน้นการอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิม พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของสำนักงบประมาณที่ไม่ทำหน้าที่ติดตามและประเมินผลแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการทับซ้อนของ คทช. และเรียกร้องให้ตัดงบ กอ.รมน. เพื่อนำไปช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจในภาคใต้
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมได้แปรญัตติเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายของสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานในกำกับ ขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ครับคือปรับลดจาก ๒๒,๖๕๒ ล้านบาทเศษ ไป ๑,๑๓๒ ล้านบาทเศษครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นรูปแบบ ของรัฐราชการรวมศูนย์ที่ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ในปี ๒๕๕๗ ก่อนที่ พลเอก ประยุทธ์จะยึดอำนาจแล้วก็เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี เรามีหน่วยงานของสำนักนายก ประมาณ ๒๑ หน่วยรับงบประมาณ แต่วันนี้ปี ๒๕๖๖ มีถึง ๒๗ หน่วยรับงบประมาณ จึงเป็นตัวอย่างของการสร้างรัฐราชการรวมศูนย์ คือต้องการที่จะครอบงำ ทำงานซ้ำซ้อน หรือไปแย่งงานกระทรวง ทบวง กรมที่ทำดีอยู่แล้ว หรือกระทรวง ทบวง กรมที่เขาสามารถ ทำได้ดีถ้าส่งเสริมงบประมาณไป เป็นลักษณะที่เป็นหน่วยงานที่เป็นนักทฤษฎีที่ไม่มีการ ปฏิบัติทำให้เกิดการง่อยเปลี้ยเสียขา และที่สำคัญเป็นหน่วยงานที่ผมอาจจะกล่าวได้ว่าอยู่บน หอคอยงาช้าง เหตุที่ผมตัด ผมจะเร็ว ๆ แล้วกันนะครับ ในจำนวน ๒๗ หน่วยงานนี้ผมจะพูด เร็ว ๆ คืออาจจะพูดของกรมประชาสัมพันธ์ ท่านประธานที่เคารพครับที่ผมหยิบมาเฉพาะ หน่วยงานที่มียุทธศาสตร์นโยบายที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ กรมประชาสัมพันธ์จะมีแผน ยุทธศาสตร์ปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญของเรามีหมวดสิทธิเสรีภาพ มีหมวดหน้าที่ของประชาชน มีหมวดหน้าที่ของรัฐ และมีหมวดนโยบายของรัฐ ทุกหมวดนั้นในเรื่องวัฒนธรรม ค่านิยม จะต้องเขียนไว้เลยว่าจะต้องอนุรักษ์ ฟื้นฟู ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม แต่กรมประชาสัมพันธ์ปรากฏว่านำเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ไปทำการเปลี่ยนค่านิยมและ วัฒนธรรม รากเหง้าของปัญหาความขัดแย้งทั้งหมดก็คือคนที่วัฒนธรรมหนึ่งจะไปบีบบังคับ ให้อีกวัฒนธรรมหนึ่งทำตามตัวเอง จะไปเปลี่ยน เช่น คนศาสนาพุทธอาจจะถูกบังคับให้ เปลี่ยนเป็นอีกศาสนาหนึ่ง หรือคนศาสนาอิสลามจะถูกบังคับให้เปลี่ยนเป็นอีกศาสนาหนึ่ง ศาสนาก็คือวัฒนธรรม การที่คนกรมประชาสัมพันธ์เริ่มติดกระดุมเม็ดแรกก็ต้องการจะไป ปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม ซึ่งอันนี้อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ก็พยายามมาพูดว่า เกิดจากเพราะยุทธศาสตร์ของ พลเอก ประยุทธ์ต้องการจะเปลี่ยนวัฒนธรรมให้คนคิดแบบ พลเอก ประยุทธ์ทั้งหมดหรือไม่ อันนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการตัดงบประมาณส่วนนี้
อีกส่วนหนึ่งผมคิดว่ามีความสำคัญค่อนข้างมากก็คืองบประมาณของสำนัก งบประมาณ สำนักงบประมาณวันนี้ท่านได้ถูกเป็นจำเลยของสภาแห่งนี้เพราะสำนัก งบประมาณเราจะพบว่าท่านมีงบประมาณโดยเฉพาะในแผนยุทธศาสตร์บริการประชาชน และพัฒนาประสิทธิภาพภาครัฐ สำนักงบประมาณทำงานทุกอย่างแต่สิ่งที่ตัวเองต้องทำ กลับไม่ทำ ก็คือใน พ.ร.บ. วิธีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ จะต้องเป็นผู้ติดตามประเมินผลแผนงานหรืองบประมาณ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้แต่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๑๕๒ ก็ยังให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการใช้ งบประมาณ ท่านประธานทราบหรือไม่ว่าปรากฏว่าในการชี้แจงงบประมาณในเรื่องการ ติดตามประเมินผลงบประมาณที่ใช้ไปนี้ปรากฏว่าไม่มีรายงานจากสำนักงบประมาณเลย มีแต่สำนักงบประมาณจัดแล้วการประเมินผลล้มเหลวแล้วก็ไม่ต้องรับผิดชอบ เช่นแผนงาน บูรณาการเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ตั้งไว้มานานปรากฏว่าพอเอสเอ็มอี (SMEs) ล่มสลายก็เลิก แผนบูรณาการ ที่สำคัญอย่างยิ่งตอนนี้เราเข้ามาเป็นในแผนที่ ๑๓ ซึ่งมีตัวชี้วัดอยู่ ๕ ตัว ซึ่งเมื่อเช้าผมได้พูดไป ๑ อันก็คือว่าคนยากจนร้อยละ ๔๐ จะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็ล้มเหลว แต่ที่สำคัญคือประสิทธิภาพความเสมอภาคที่จะต้องเพิ่มขึ้น ก็ปรากฏว่าลดลง แล้วก็สัดส่วนของผู้ยากจนจะลดเหลือประมาณร้อยละ ๖.๕ เมื่อสิ้นแผน แต่ปรากฏว่าวันนี้ที่ต่ำกว่าเส้นความยากจนกลายเป็น ๑๐ กว่าล้านคน ทุกอย่างนี้สำนัก งบประมาณที่มีหน้าที่ต้องประเมินตรงนี้กลับไม่เอาผลประเมินมาใช้ อันนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนที่ สำนักงบประมาณทำงานทุกเรื่อง เรื่องหนึ่งที่ไม่ทำคือการประเมินผล แล้วมาจัดใน งบประมาณ แล้วก็ไม่รับผิดชอบกับงบประมาณที่จัดไป ปรากฏว่าพอจัดไปแล้วไปสร้างความ เหลื่อมล้ำ สร้างกระจุกตัว อันนี้คือตัวอย่าง
ในอีกส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนก็คือสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ หรือ คทช. ครับ ซึ่ง คทช. ก็ต้องยอมรับว่าเกิดขึ้นมาเพราะต้องการจะไปปฏิรูปที่ดิน ที่อยู่ในแผนปฏิรูปที่กระจายการถือครองที่ดิน ปรากฏว่า คทช. ก็เป็นหน่วยงานที่ไปครอบงำ หน่วยงานที่ทำได้อยู่แล้ว ที่เขามีกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็น กรมป่าไม้ ไม่ว่าจะเป็น ส.ป.ก. อันนี้คือตัวอย่างครับ
แล้วสุดท้ายครับ ผมอาจจะขอกล่าวก็คือ กอ.รมน. คือวันนี้เราต้องเสียใจกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภาคใต้ก็ฝาก อาจจะไม่ถึงขนาดอภิปรายแล้วเพราะเวลาหมด ก็ฝากนะครับ การทำให้สูญเสียสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นทางเศรษฐกิจ ก็อยากให้มีการเข้าไปช่วยเหลือเยียวยา แล้ว กอ.รมน. ก็ปรากฏว่าเป็นหน่วยงานที่เป็นรัฐซ้อนรัฐที่ทำงานทุกอย่าง ยกเว้นความมั่นคง ของประชาชน อันนี้ก็อยากจะให้ตัดงบส่วนนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ