ศิริกัญญา ตันสกุลมีข้อสังเกตต่อการจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานพัฒนาพิงคนครที่มีแผนยุบเลิกตั้งแต่ปี 2558 แต่ยังคงขอรับงบต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามถึงความชัดเจนของกำหนดการยุบเลิกและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่คืบหน้าเพียงเล็กน้อยหลังดำเนินงานมาเกือบ 5 ปี รวมถึงตั้งข้อสังเกตการใช้จ่ายงบประมาณในด้านต่าง ๆ ที่ไม่สอดคล้องกับผลลัพธ์และมีความน่าสงสัยสูง โดยเฉพาะด้านบุคลากร ฝึกอบรม และกิจกรรมประชาสัมพันธ์
เรียนท่านประธานค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการค่ะ สำหรับงบประมาณของสำนักนายกในมาตรา ๗ ดิฉันขอปรับลดลงเหลือ ๒๑,๕๒๐ ล้านบาท เนื่องจากว่าหน่วยงานภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรีนั้นมีมากถึง ๒๗ หน่วยงาน และแต่ละ หน่วยงานนี้ก็มีรายละเอียดที่เราเห็นควรว่าจะต้องปรับลด แต่เนื่องจากว่าเวลาที่เราได้รับ มีอยู่แค่ ๗ นาที จึงมีการแบ่งงานกันทำในทั้งกรรมาธิการของพรรคก้าวไกล แล้วก็สมาชิก ของพรรคก้าวไกลค่ะ ส่วนตัวของดิฉันเองได้รับมอบหมายให้พูดใน ๒ หน่วยงานด้วยกันค่ะ
หน่วยงานแรก ก็คือสำนักงานพัฒนาพิงคนครเป็นองค์การมหาชน สำนักงานนี้ จริง ๆ แล้วเป็นหนึ่งในสำนักงานที่มีแผนว่าจะถูกยุบเลิกไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นดำริของ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ก็คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยต่อมาในปี ๒๕๖๒ ได้มีการ ออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อที่จะยุบเลิกสำนักงานนี้ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
โดยในรายละเอียดของ พ.ร.ฎ. ฉบับนี้ก็มีประกาศให้ในส่วนงานที่เป็นศูนย์ประชุมให้โอนให้กับกรมธนารักษ์ ในส่วนของ ที่เป็นเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ซึ่งเดิมก็อยู่ภายใต้สำนักงานพัฒนาพิงคนครก็ให้โอนให้กับ องค์การสวนสัตว์ อย่างไรก็ดีก็ยังไม่มีการยุบเลิกจนถึงทุกวันนี้นะคะ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ไม่ได้มีการเข้ามาของบประมาณ แต่พอปี ๒๕๖๕ มีการของบประมาณมา ๑๐๖ ล้านบาท ปี ๒๕๖๖ มีการของบประมาณ ๗๘ ล้านบาทนะคะ ในช่วงที่หน่วยงานนี้เข้ามาชี้แจง พอดีดิฉันลาป่วยนะคะ ก็เลยอยากจะ สอบถามกรรมาธิการท่านอื่นเหมือนกันว่าตกลงแล้วหน่วยงานนี้มีแผนที่จะยุบเลิกตัวเอง ในภายในปีไหน เพราะว่าตามความเข้าใจว่าในพระราชกฤษฎีกาไม่ได้กำหนดว่าจะยุบเลิก ให้เสร็จภายในวันไหน ก็คือให้ใช้ระยะเวลาได้ตามสมควรนะคะ แต่ว่าถ้าจำเป็นถึงขั้นมี พระราชกฤษฎีกาออกมาให้ยุบเลิกแล้วนะคะ แต่ว่า ๔ ปีผ่านไปก็ยังคงมาของบประมาณ แผ่นดินอยู่แบบนี้ก็แสดงว่าแผนการยุบเลิกก็คงจะไม่ได้เป็นไปตามแผนการที่วางไว้นะคะ
สำหรับหน่วยงานต่อมาค่ะ อาจจะซ้ำกับท่านกรรมาธิการสมชัยเมื่อสักครู่ แต่ว่าดิฉันจะพยายามจะพูดให้ในหัวข้อที่ไม่ได้ซ้ำกันนะคะ แน่นอนค่ะว่าสำนักงานนี้นะคะ ถ้าดูจากชื่อก็มีงานอย่างน้อย ๓ เรื่องก็คือเรื่องของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง หน่วยงานนี้เป็นผลผลิตต่อเนื่องมาจาก รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แล้วก็ถูกตั้งขึ้นโดยคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๑ จนถึงทุกวันนี้ก็คือตั้งมาได้เกือบ ๕ ปีแล้วนะคะ มาดูงานแรกนะคะ ดิฉันเสียใจมากที่อาจจะมีข้อผิดพลาดทำให้ไม่สามารถที่จะแสดงสไลด์ (Slide) ได้นะคะ สำหรับหน่วยงานนี้ตั้งมา ๕ ปีนะคะ เกือบ ๆ ๕ ปี ก็เท่า ๆ กับอายุของ แผนการปฏิรูปประเทศซึ่งจะครบ ๕ ปีในปี ๒๕๖๕ นี้ด้วยนะคะ ปรากฏว่าสำนักงานนี้ก็ได้มี การทำเว็บไซต์ (Website) เพื่อที่จะแสดงความคืบหน้าของการปฏิรูปประเทศ ซึ่งในเว็บไซต์ (Website) แสดงไว้อย่างชัดเจนว่าความคืบหน้าเป็นไปได้ ๑๗.๘๕ เปอร์เซ็นต์ ๕ ปีทำได้ ๑๗.๘๕ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับการปฏิรูปประเทศมันไม่คืบหน้าไปไหนเลย ทีนี้ความรับผิดชอบ จะต้องตกอยู่ที่ใคร ในเมื่อสำนักงานนี้มีภารกิจชัดเจนที่จะต้องขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แต่การปฏิรูปประเทศกลับไม่คืบหน้า จนถึงปีสุดท้ายของแผนการปฏิรูปประเทศแล้วก็ยังคง สำเร็จเพียงแค่ ๑๗.๘๕ เปอร์เซ็นต์ ใครจะต้องรับผิดชอบ งานอย่างที่ ๒ ค่ะ ขับเคลื่อนปฏิรูป งานที่ ๒ ก็คือขับเคลื่อนเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ งานยุทธศาสตร์ชาติก็ปรากฏการรายงานผล การดำเนินงานว่าบรรลุเป้าหมายแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่นะคะ ในปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ มีแผนที่บรรลุค่าเป้าหมายไม่ถึงครึ่งนะคะ จาก ๑๔๐ กว่าแผน มีผ่านในปี ๒๕๖๒ ๒๐ แผน ผ่านปี ๒๕๖๓ ๓๐ แผน แล้วก็ผ่านของปี ๒๕๖๔ เพียงแค่ ๓๙ แผน ยุทธศาสตร์ชาติตกเป้าใครต้องรับผิดชอบค่ะ ถ้าสำนักงานนี้ทำหน้าที่ขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ชาติ ยังไม่ต้องพูดถึงเป้าหมายที่ ๓ ค่ะคือเรื่องของการสร้างความสามัคคี ปรองดอง ผ่านมา ๕ ปีเพิ่งมาตั้งงบประมาณปีนี้เป็นปีแรกเพื่อเริ่มการศึกษาการสร้างความ สามัคคีปรองดองว่าจะทำอย่างไร ก็คือยังไม่รู้เลยว่าจะต้องทำอย่างไรเมื่อผ่านมาแล้ว ๕ ปี นอกจากนี้การตั้งงบประมาณก็ยังมีความน่าสงสัยในหลาย ๆ ประการ ปีนี้งบบุคลากรเพิ่มขึ้น ๗๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่ผ่านมามีการจ้างข้าราชการเพียงแค่ ๒๙ คน จากที่มีอัตราที่ได้รับอนุมัติ จาก ครม. ไป ๕๕ อัตรา แต่ว่าจ้างได้แค่ ๒๙ คน ในปีนี้มีการของบบุคลากรเพิ่มมา ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปจ่ายให้ใครหรือคิดว่าน่าจะจ้างใครได้เพิ่มบ้างหรือเปล่า ต่อมาค่ะงบก้อนใหญ่อีกก้อนหนึ่งคือหลักสูตรพัฒนานักบริหารระดับสูง ป.ย.ป. นะคะ ใช้งบ ๗ ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ ก็ตั้งแบบนี้เหมือนกัน ๕.๔ ล้านบาท แต่เบิกจ่ายไปได้เพียงแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๕ ก็ตั้งงบหลักสูตรแบบนี้ล่ะ ๕ ล้านบาท แต่ก็เบิกจ่ายไปได้ไม่ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ที่น่าสงสัยก็คือมีการตั้งค่าลงทะเบียนอบรมหลักสูตรรวมไว้ในงบก้อนนี้ด้วย สูงถึง ๒.๗ ล้านบาท ก็ยังงงว่าสรุปแล้วหลักสูตรนี้ใครต้องจ่ายเงินค่าลงทะเบียนแล้ว เงินลงทะเบียนนี้มันจะไปตกอยู่ที่ใคร ก็เป็นความน่าสงสัยมากว่าหลักสูตรนี้มันทำไว้เพื่ออะไร กันแน่นะคะ มีการตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายรางวัลเลิศรัฐประเภทรวมใจแก้จน ๑ ล้านบาทเศษ ซึ่งปกติ รางวัลเลิศรัฐทุกท่านก็จะทราบว่าเป็นหน้าที่ของ ก.พ.ร. แต่ไม่เป็นไร ป.ย.ป. อยากทำด้วย ปรากฏว่าปี ๒๕๖๔ เบิกจ่ายได้เพียงแค่ ๑ ใน ๓ ปี ๒๕๖๕ ตั้งไว้ ๑ ล้านบาทเบิกจ่ายไปได้แค่ ๓๗,๐๐๐ บาท ต่อมาที่ค่าใช้จ่ายประชาสัมพันธ์สูงถึง ๑.๒ ล้านบาท พอไปดูในไส้ในแล้วก็ ตกใจค่ะมีการตั้งงบสำหรับการจัดคลับเฮาส์ (Club House) เฟซบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) ครั้งละ ๕๐,๐๐๐ บาท ก็งงเหมือนกันนะว่าการจัด คลับเฮาส์ (Club House) หรือว่า เฟซบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) มันมีค่าใช้จ่ายสูงถึงขนาดนี้เลย และมีการจ้างอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ในการเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ ๑ ครั้ง ๒๐๐,๐๐๐ บาท มันต้องอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ระดับไหนคะถึงจะได้รับค่าจ้าง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนสุดท้ายที่น่าสนใจค่ะก็คือ เรื่องของค่าใช้จ่ายติดตามประเมินผลปฏิบัติราชการ ๒ ล้านบาท ๒ ล้านบาทนะคะ เท่ากับ เป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประจำปีของหน่วยงาน แน่นอนว่าดิฉันเห็นด้วยกับการที่หน่วยงาน ต่าง ๆ อยากที่จะต้องติดตามประเมินผลการทำงานของตัวเองนะคะ แต่ว่าขนาดโครงการ ใหญ่ ๆ ที่เป็นเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ก่อสร้างลงทุนขนาดใหญ่เราก็ยังมีโกลเดนรูล (Golden Rule) ๒ ต่อ ๙๘ ก็คืองบประเมินผลแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็งบที่ดำเนินงานจริง ๙๘ เปอร์เซ็นต์ สำหรับสำนักงานท่านนี่ขอค่าใช้จ่ายติดตามประมวลผลสูงถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ ด้วยความน่าสงสัยแบบนี้ ด้วยความที่มีผลประกอบการ มีผลการดำเนินงานแบบนี้ดิฉันคิดว่า หลังจากที่เราสามารถที่จะยุบเลิกสำนักงานพัฒนาพิงคนครได้แล้วนี่เราก็ควรจะต้องมานั่ง พิจารณาแล้วค่ะว่าหน่วยงานสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และความสามัคคีปรองดองนี้ควรจะต้องถูกยุบเลิกเป็นหน่วยงานต่อไปหรือไม่ ขอบคุณค่ะ