โกวิทย์ พวงงาม หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากการใช้งบประมาณยังไม่มีประสิทธิภาพ และขอตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ โดยมีการใช้จ่ายที่ไม่ประหยัดและซ้ำซ้อน และเรียกร้องให้ตัดงบประมาณลง 1%
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนคำแปรญัตติ กราบเรียนท่านประธานว่า ในงบของสำนักนายกรัฐมนตรีนี้ผมได้แปรญัตติตัดงบประมาณจากที่กรรมาธิการได้ตัดงบไป ร้อยละ ๑ งบของสำนักนายกรัฐมนตรีนี้ที่ตั้งไว้ ๒๒,๖๕๒ ล้านบาทเศษ ก็มีที่กรรมาธิการ ได้ปรับลดไป ๑,๑๓๒ ล้านบาทเศษ ขออนุญาตไม่เอ่ยเศษงบตอนท้ายนะครับ คงเหลืองบ ที่ต้องใช้จ่าย ๒๑,๕๑๙ ล้านบาทเศษ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าเหตุผลที่ผมปรับลด มีอยู่ ๓ ประการด้วยกัน อยากจะเรียนท่านประธานดังนี้ เนื่องจากว่าสำนักนายกรัฐมนตรี มีรายการหลายรายการที่เบิกจ่ายใน ๓ ปีที่ผ่านมา อันนี้ผมอ้างที่การวิเคราะห์ของสำนักงานพีพีโอ (PPO) ของสภาผู้แทนราษฎร ได้ชี้แจง เรื่องการเบิกจ่ายว่าไม่เป็นไปตามเป้าในงบประมาณ ๓ ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓-๒๕๖๕ ต่ำกว่าร้อยละ ๗๐ แล้วก็บางหน่วยงานก็ต่ำมากนะครับ เพราะฉะนั้นการใช้งบประมาณ ผมคิดว่ายังไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะเอางบไปใช้จ่ายในส่วนนี้จึงเป็นประเด็นที่ ๑ แต่ต้องขอชมเชยนะครับว่าบางหน่วยได้เบิกจ่าย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในจำนวนหน่วยงาน ราชการของสำนักนายกรัฐมนตรี ๑๘ หน่วยงาน นั่นก็คือองค์กรมหาชนนะครับได้เบิกจ่าย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ราชวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และกองทุนหมุนเวียนก็ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อันนี้ก็ขอชมเชยด้วย แต่อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมเรียนว่ายังต่ำกว่าเป้า ในการเบิกจ่ายนี่คือปัญหาเหตุผลที่ ๑ เพราะว่าต้องการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ
ในประเด็นที่ ๒ ผมอยากเรียนท่านประธานว่าในการใช้จ่ายงบประมาณ ของสำนักนายกรัฐมนตรีด้วยภารกิจก็คือการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลแล้วก็ให้การ บริการประชาชนตามหน่วยงานต่าง ๆ นั้นเป็นประเด็นสำคัญ แต่ว่างบส่วนหนึ่งผมเข้าใจว่า ค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและส่วนหนึ่งก็เป็นการเพิ่มศักยภาพ ที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นก็คือสำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจเพื่อสร้าง ความเข้มแข็งของท้องถิ่นและจูงใจให้ท้องถิ่นทำงานนี่ผมเห็นด้วย แต่อย่างไรก็ตามยังมีงบที่ ผมอยากเรียนท่านประธานว่าในบางส่วนต้องใช้อย่างประหยัดและใช้เท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะ ความไม่ซ้ำซ้อนซึ่งกันและกัน เพราะว่าในภารกิจนั้นได้เขียนว่าให้บูรณาการขับเคลื่อน นโยบายในจุดนี้มีหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์หรือว่าการสัมมนาการฝึกอบรม ซึ่งในส่วนนี้ผมเห็นว่ายังมีส่วนที่ซ้ำซ้อนและงบก็ใช้จ่ายไม่ประหยัดมากพอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของสัมมนาหรือว่าหลักสูตรสำคัญ ๆ ของสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ที่ผมแปลกใจในส่วนที่ ๓ ผมอยากเรียนท่านประธานว่า ผมเห็นงบราชการลับก็เลยอยากถามกรรมาธิการเหมือนกันว่า ได้ตรวจสอบมากน้อยเพียงใด เพราะว่างบราชการลับนั้นมีถึง ๑๙ รายการ งบประมาณ ๕๕๘ ล้านบาทเศษ ในส่วนนี้ก็กระจายรายการไปตามหน่วยต่าง ๆ ผมอยากจะยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานได้ทราบบางหน่วยดังเช่นงบลับของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตั้งไว้ ๖๐ ล้านบาท ผมอาจจะไม่รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการต้องตรวจราชการลับ อย่างเช่นสภาความมั่นคง ๕๐ ล้านบาท แล้วก็สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ๒๓๒ ล้านบาทเศษ แล้วก็แปลกใจยังมีงบลับของกรมศุลกากร งบลับของกรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ๑๕ ล้านบาท กรมสรรพสามิต ๑๒ ล้านบาท กรมสรรพากรอีก ๑๐ ล้านบาท รวมไปถึงกรมทางหลวง ที่เกี่ยวข้องกับตำรวจทางหลวงอีกยังมีงบลับ เพราะฉะนั้นในสำนักงานปลัดกระทรวง มหาดไทยและกรมปกครองรวมแล้ว ๑๐ ล้านบาทเศษ แล้วก็มีเรื่องของกระทรวงแรงงาน ก็ยังมี ๒ ล้านกว่าบาท สิ่งเหล่านี้ผมอยากเรียนท่านประธานอยากถามกรรมาธิการว่าได้ ตรวจสอบและมีการตัดงบในส่วนนี้หรือไม่ ซึ่งเป็นงบที่มากอยู่แล้วก็ตรวจสอบได้ยาก ผมจึงเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าจริง ๆ แล้วการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนและไปใช้ในการบริการประชาชนตามภารกิจของสำนักนายกรัฐมนตรี ผมเห็นด้วย แต่รายการที่ผมได้กล่าวด้วยเหตุผล ๓ ประการให้ท่านประธานได้ทราบนี้ เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ผมอยากจะตัดงบของสำนักนายกรัฐมนตรีลงไปร้อยละ ๑ แล้วก็อยากถามกรรมาธิการ เหมือนกันว่าในการตรวจสอบงบลับนั้นที่มี ๑๙ รายการได้มีการชี้แจงอย่างไร หรือไม่ จึงเรียนท่านประธานไว้เพื่อตัดงบประมาณดังกล่าว ขอบคุณท่านประธานครับ