วราเทพ รัตนากร อภิปรายเรื่องงบประมาณเบี้ยหวัดบำนาญที่เพิ่มขึ้นจากกฎหมายใหม่และยืนยันไม่มีการแก้ไขงบกลางโดยขอให้สภาตรวจสอบความโปร่งใสร่วมกัน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วราเทพ รัตนากร ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขออนุญาตท่านประธานสภา ใช้เวลาเพื่อชี้แจงตอบข้อสงสัยและข้อซักถามของท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย และท่านสมาชิกผู้เสนอคำแปรญัตตินะครับ ในมาตรา ๖ ในส่วนของงบประมาณรายจ่าย งบกลางต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ได้อภิปรายไปในความเป็นห่วงการใช้จ่ายหรือการตั้ง งบประมาณรายจ่ายเงินงบกลาง โดยมีการเสนอแนะให้มีการปรับลด ก็เฉกเช่นเดียวกันกับ กรรมาธิการที่ได้รับมอบหมายจากสภานี้ให้ไปดำเนินการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ โดยในการพิจารณามาตรานี้ก็ได้ให้ ความสำคัญแล้วก็ใช้เวลาในการพิจารณาพอสมควร ในประเด็นที่ท่านผู้อภิปรายได้อภิปรายไป ก็ใกล้เคียงกับทางกรรมาธิการได้ซักถาม ก็เรื่องของความเหมาะสม ความจำเป็นและความ โปร่งใสในการตั้งงบประมาณ อยากจะเรียนว่างบประมาณที่อยู่ในงบกลางในปีนี้นะครับ ก็มีการตั้งงบประมาณมาในปี ๒๕๖๖ เป็นยอดเงิน ๕๙๐,๔๗๐ ล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการ เสียงข้างมากได้พิจารณาแล้วเห็นว่าควรจะคงไว้ ไม่ได้มีการปรับลดจึงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ตามที่ผู้อภิปรายได้เสนอให้มีการปรับลดด้วยเหตุผลหลายประการ ผมขออนุญาตที่จะเอา เหตุผลที่เป็นประการหลักเพื่อใช้เวลาให้สั้นที่สุด
ประเด็นแรกก็คือว่าการเพิ่มขึ้นของงบกลางในปีนี้ ถ้าดูจากตัวเลข เปรียบเทียบกับปี ๒๕๖๕ ซึ่งได้ตั้งไว้ ๕๘๗,๔๐๙ ล้านบาทเศษ ก็จะเห็นว่ามีสัดส่วน การเพิ่มขึ้นร้อยละ ๐.๕๒ นั่นก็หมายความว่าเพิ่มขึ้นดูเหมือนไม่มากนัก ถ้าเป็นจำนวนเงิน ก็เพิ่มขึ้นเพียง ๓,๐๖๐ ล้านบาท กรณีของงบกลางมีข้อซักถามและสงสัยว่าเหตุใดจึงนำรายการต่าง ๆ มาตั้งไว้ในงบกลาง ผมอยากจะเรียนว่าตามนัยของกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณปี ๒๕๖๑ ก็ได้กำหนดให้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง ได้แก่ งบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้เพื่อจัดสรร ให้แก่หน่วยรับงบประมาณใช้จ่ายโดยแยกต่างหากจากงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับ งบประมาณ และให้มีรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นด้วย ซึ่งตรงนี้ ผมจะอภิปรายต่อไปว่ามีรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นมีความจำเป็นอย่างไร และรายการที่ต้องตั้งงบกลางนั้นก็เป็นไปตามนัยของพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๒๒ ที่กำหนดไว้ว่า งบประมาณรายจ่ายงบกลางให้ตั้งได้เฉพาะ ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่อาจจัดสรรหรือไม่สมควรจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ให้แก่หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบได้โดยตรง ซึ่งการกำหนดงบกลางไว้จะแบ่งออกเป็น ๒ กรณี
กรณีแรก ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่มีการกำหนดวัตถุประสงค์ไว้แล้วและสามารถ กำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนแต่ไม่สามารถกำหนดจำนวนเป้าหมายได้ ตรงนี้เป็นคีย์เวิร์ด (Keyword) สำคัญว่ามีวัตถุประสงค์ มีเป้าหมาย แต่ไม่สามารถกำหนดจำนวนเป้าหมายได้ จึงทำให้ไม่สามารถประมาณการค่าใช้จ่ายของแต่ละหน่วยรับงบประมาณได้ใกล้เคียงกับ ความเป็นจริง ดังเช่นกรณีที่ไม่สามารถทราบได้ว่าจะมีผู้มีสิทธิเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล แต่ละหน่วยงานที่ขอรับในปีนั้น ๆ ได้เท่าใด หรือมีผู้รับบำเหน็จบำนาญในหน่วยงานนั้น ๆ จำนวนเท่าใด เนื่องจากไม่สามารถประมาณการข้าราชการที่ลาออกหรือเสียชีวิตระหว่างปีได้ อันนี้เป็นต้นนะครับ นอกจากนั้นก็มีรายการที่จ่ายตามสิทธิและสวัสดิการตามที่กฎหมาย กำหนดไว้ อันนี้เป็นวัตถุประสงค์แรก
วัตถุประสงค์ที่ ๒ ก็คือต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่ทราบวัตถุประสงค์ในการ ดำเนินการ แต่ไม่อาจคาดหมายล่วงหน้าเกี่ยวกับการรับงบประมาณของหน่วยรับและ ไม่สามารถกำหนดเป้าหมายในการดำเนินการไว้อย่างชัดเจน เช่น ค่าใช้จ่ายทดรองราชการ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉินที่มีค่าใช้จ่ายที่ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับภัยนั้น ๆ ทำให้ ไม่สามารถประมาณการค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายชดเชยให้แต่ละส่วนราชการได้ เป็นต้น อันนี้คือ กรอบตามกฎหมาย ทีนี้ก็มาดูโครงสร้างของงบกลาง งบกลางท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ว่าโครงสร้างใหญ่ ๆ มี ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็เป็นงบประมาณที่เรียกว่า เป็นงบกลางที่มีรายการ งบกลางนี้จำนวน ๑๒ รายการ ที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ก็จะมี ๒ ส่วน ส่วนที่เป็นรายการ ๑-๑๑ ก็จะเป็นรายการที่มีการกำหนดรายการไว้ ยกตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับในเรื่อง ของการรักษาพยาบาลลูกจ้างและพนักงานของรัฐ ค่าใช้จ่ายเงินเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ เงินสำรองสมทบ และเงินชดเชยข้าราชการ รวมทุกรายการนี้เป็นเงินที่เรียกว่าอยู่ในกลุ่มที่ ๑ ก็คือกลุ่มรายการงบกลางซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรภาครัฐ ซึ่งเป็นวงเงินจำนวนถึง ร้อยละ ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๔๘๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ตรงนี้นี่ถ้าจะให้ความเป็นธรรมกับ ฝ่ายบริหาร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีไม่มีสิทธิในการที่จะไปพิจารณา ส่วนใหญ่ก็เป็นไป ตามสิทธิของกฎหมาย ส่วนในกลุ่มที่ ๒ ก็คือค่าใช้จ่ายอื่นภายใต้แผนงานพื้นฐานและ แผนยุทธศาสตร์ มีจำนวน ๖ รายการ รวมเป็นวงเงินประมาณ ๑๐๑,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้คิดเป็นร้อยละประมาณ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นงบประมาณที่เรียกว่างบกลางตั้งไว้ให้ สำหรับฝ่ายบริหารคือนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในการพิจารณาเช่นรายการเงินสำรองจ่าย กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ซึ่งปีนี้ก็ตั้งไว้เพียงร้อยละ ๒.๙๐ ของวงเงินงบประมาณรวม ก็คือ ๙๒,๔๐๐ ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วจำนวน ๓,๔๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็สอดคล้องกับ ประกาศของคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐที่ได้กำหนดสัดส่วนงบประมาณ รายจ่ายงบกลางเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นต้องตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒ แต่ไม่เกิน ร้อยละ ๓.๕ ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ก็คือประมาณ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐๘,๕๐๐ ล้านบาท ปีนี้ตั้งไว้ ๙๒,๔๐๐ ล้านบาท ถ้าดูตรงนี้ก็จะเห็นได้ว่าฝ่ายบริหารไม่ได้ ใช้งบประมาณงบกลางทั้งก้อน ๕๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนใหญ่ก็จะเป็นรายการที่มีการกำหนดไว้ตามกฎหมายไว้แล้ว อันนี้ก็เป็นเหตุผล ที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้พิจารณาแล้วเห็นสมควรว่ายังคงไว้ที่ไม่ได้มีการปรับลด เนื่องจากมีความจำเป็นในการที่จะต้องสนับสนุนให้ฝ่ายบริหารมีงบไปใช้จ่ายในการแก้ไข ปัญหาของประเทศ
ส่วนประเด็นปลีกย่อยที่ท่านกรรมาธิการสอบถาม ๒-๓ ประเด็น ผมอยากจะใช้เวลาตรงนี้อีกเล็กน้อยก็คือเรื่องของเหตุผลในการเพิ่มขึ้นของประมาณ ที่เรียกว่างบกลางนี้ ทำไมเพิ่มขึ้นทุกปี แล้วก็มีสัดส่วนที่สูงค่อนข้างที่จะไม่ลดเลย ก็ต้องเรียนว่า เนื่องจากว่ามี ๒ ก้อนอย่างที่ผมได้เรียน ก้อนที่เป็นรายจ่ายที่มีการกำหนดรายการไว้แล้ว มีการเพิ่มขึ้นของปีนี้ กรรมาธิการได้สอบถาม ได้รับคำชี้แจงอย่างนี้ว่าในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๖ มีงบกลางรายการเงินเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญได้จัดสรรไว้ทั้งสิ้น ๓๒๒,๗๙๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี ๒๕๖๕ เป็นจำนวนเงิน ๑๒,๑๙๐ ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเงินเบี้ยหวัด เงินบำเหน็จ เงินบำนาญข้าราชการ เงินบำเหน็จลูกจ้าง และเงินทำขวัญข้าราชการและลูกจ้าง เงินช่วยเหลือข้าราชการ ผู้รับบำนาญเสียชีวิต เงินสงเคราะห์ผู้ประสบภัย เงินช่วยค่าครองชีพของผู้รับเบี้ยหวัด บำนาญ หรือ ช.ค.บ. และเงินบำเหน็จดำรงชีพซึ่งเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นอย่างที่ผมเรียนแล้วว่าเป็นเงินที่ต้องจ่าย ตามกฎหมาย นั่นก็คือเหตุผลหลัก ๆ ที่วงเงินงบประมาณงบกลางในส่วนที่เป็นรายการ กำหนดไว้ได้เพิ่มสูงขึ้น ถ้าดูจากการเพิ่มสูงขึ้นเฉพาะรายการเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญในปีนี้ เพิ่มสูงขึ้นจำนวน ๑๒,๑๙๐ ล้านบาท เมื่อเทียบกับงบกลางทั้งหมดในปีนี้เพิ่มขึ้นเพียง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั่นก็เป็นเหตุผลที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้เห็นควรคงไว้ไม่ได้ มีการปรับลดงบประมาณดังกล่าวครับ ผมขอเรียนเพิ่มเติมในประเด็นปลีกย่อยอีกเล็กน้อย ในเรื่องของการตั้งงบประมาณในส่วนของงบกลางที่เกี่ยวกับเงินค่าเค (K) ก็ตาม หรืองบประมาณในเรื่องของการจ่ายเบี้ยหวัดก็ตาม เนื่องจากว่าค่าเค (K) หรือเงินชดเชย ค่างานสิ่งก่อสร้างหรือเรียกว่าค่าเค (K) ปีนี้ตั้งไว้ ๕๐๐ ล้านบาท ไม่ได้มีการปรับลด เนื่องจากว่าได้มีการเทียบเคียงกับในปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ว่ามีการใช้จ่ายสถิติย้อนหลัง ประมาณตัวเลข ๕๐๐ ล้านบาท จึงได้ไม่มีการปรับลด
ในส่วนของเงินเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญที่เพิ่มขึ้นเมื่อสักครู่ ผมกล่าวไปแล้ว ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษ นอกจากเหตุผลที่มีการเพิ่มขึ้นแล้วก็ยังมีกฎหมาย ที่ได้กำหนดใช้อีก ๒ ฉบับด้วยกัน ที่บังคับให้มีผลการเบิกจ่ายเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ เพิ่มขึ้น ก็คือ ๑. พระราชกฤษฎีกาช่วยเหลือเงินค่าครองชีพผู้รับบำเหน็จบำนาญ หรือ ช.ค.บ. ฉบับลงวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๒ สาระก็คือทำให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเงินค่าครองชีพ ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญเพิ่มจากกำหนดขั้นต่ำในการรับเบี้ยหวัดบำนาญจากเดือนละ ๙,๐๐๐ บาทเป็นเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ฉบับที่ ๒ คือกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการ รับบำเหน็จดำรงชีพปี ๒๕๖๒ สาระสำคัญก็คือขยายเพดานการขอรับบำเหน็จดำรงชีพ ของผู้รับบำนาญ ซึ่งเพดานผู้รับบำนาญที่มีอายุ ๗๐ ปี มีสิทธิขอรับเงินเพิ่มขึ้นเป็น ๑๕ เท่า ของบำนาญรายเดือน อันนี้ก็คือเหตุผลที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้พยายามที่จะดูในส่วน ของงบกลางที่ได้ตั้งประมาณในปีนี้แล้วมาขอให้กรรมาธิการและรัฐสภาพิจารณา ทั้งหมด ทั้งปวงก็เลยเป็นที่มาของการพิจารณาในส่วนของงบกลางในปีนี้ว่ากรรมาธิการเสียงข้างมาก ยังคงยืนยันที่ไม่มีการแก้ไขและไม่มีการปรับลด เพราะฉะนั้นก็เรียนท่านประธานผ่านไปยัง ผู้ที่ซักถามแล้วต้องขอบคุณในข้อห่วงใย และผมคิดว่าสภาคงจะต้องร่วมกันตรวจสอบ อย่างนี้ต่อไป เรื่องของความโปร่งใสนั้นผมคิดว่าไม่ว่าจะเป็นงบกลางหรืองบประมาณปกติ ระบบการตรวจสอบก็อาจจะใกล้เคียงหรือเหมือนกัน ก็ขึ้นอยู่กับช่องทางที่ท่านสมาชิก จะได้ใช้ต่อไป แล้วกรรมาธิการปีนี้ก็ได้เขียนข้อสังเกตตามที่สมาชิกได้อภิปรายไปแล้วด้วย ก็ขอขอบคุณที่ท่านทั้งหลายจะได้กรุณาเข้าใจและช่วยลงมติยืนยันตามเสียงกรรมาธิการ เสียงข้างมากที่ไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อไป ขอบคุณครับ