ประกอบ รัตนพันธ์ หารือเกี่ยวกับการจัดสรรงบกลางในมาตรา ๖ โดยเน้นย้ำความจำเป็นของงบประมาณสำรองกรณีฉุกเฉิน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลใช้จ่ายอย่างทันท่วงที โปร่งใส และประหยัด เพื่อตอบสนองภัยพิบัติและวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน โดยเฉพาะภัยธรรมชาติและโรคระบาดที่กระทบภาคการเกษตรและประชาชนอย่างต่อเนื่อง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในมาตรา ๖ นะครับ งบกลาง เพราะถือว่า เป็นมาตราที่มีความสำคัญมากมาตราหนึ่ง ท่านประธานครับ งบประมาณรายจ่าย ปี ๒๕๖๖ มีทั้งหมด ๓,๑๘๕,๐๐๐ ล้านล้านบาทนะครับ ก็ถือว่าเป็นงบประมาณที่ไม่มากนัก ถ้าเรา เปรียบเทียบกับรายจ่ายทุกประเภทของประเทศ ในจำนวนนี้ท่านประธานครับ เป็นงบกลาง เสียประมาณร้อยละ ๒๐ ก็คือตกอยู่ประมาณ ๕๙๐,๔๗๐ แสนล้านบาทนะครับ ก็ถือว่า อยู่ในประมาณสัก ๑ ใน ๕ หรือตัวเลขกลม ๆ ว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถามว่ามากไหม ก็ตอบว่าแล้วแต่ความรู้สึกของแต่ละคน แต่ผมเองก็กราบเรียนท่านประธานว่า เป็นงบประมาณที่ไม่มาก ที่บอกว่าไม่มากนั้นเพราะอะไรครับ เพราะว่าตั้งแต่ผมเป็น ส.ส. มา ปี ๒๕๔๔ งบประมาณรายจ่ายในมาตรา ๖ ในงบกลางก็ประมาณนี้ครับ ก็ประมาณ ร้อยละ ๒๐ ของงบประมาณรายจ่ายทั้งประเทศทั้งหมดในภาพรวมก็ถือว่าไม่มาก ถามว่า งบกลางนั้นมีความจำเป็นไหม ถ้าท่านประธานเห็นในภาระค่าใช้จ่ายในงบกลางนั้นท่านจะ เห็นว่าครอบคลุมถึง ๑๒ รายการด้วยกันนะครับ และรายการที่สำคัญที่สุดแล้วก็มีความ จำเป็นก็คือรายการที่ ๑๒ นะครับ คือกรณีสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและมีความจำเป็น ที่ผมกราบเรียนว่ามีความสำคัญเพราะอะไรครับ เพราะว่าเราคาดการณ์ไม่ได้ครับว่าสิ่งที่ เกิดขึ้นในอนาคตนั้น ไม่ว่าเรื่องของภัยพิบัติต่าง ๆ เรื่องของวาตภัย เรื่องของอุทกภัย เรื่องของภัยแล้ง เรื่องของโรคภัยต่าง ๆ ไม่ว่าโรคที่เกิดขึ้นกับคนหรือว่าโรคที่เกิดขึ้นกับสัตว์ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เราเห็นได้ชัด ๆ นะครับว่าสิ่งที่คาดไม่ถึง ถ้าเราไม่เตรียมการไว้ก็จะมี ปัญหา เช่น โรคอุบัติใหม่ที่พวกเรากังวลกันมากที่สุดในวันนี้ ไม่เฉพาะประเทศไทยเราครับ ทั้งโลกเลย คือโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านประธานครับ ถ้าเกิดว่ารัฐบาลไม่ตั้งงบประมาณ ส่วนนี้ไว้อย่างเพียงพอ ผมกราบเรียนว่ามันเป็นเรื่องที่มีปัญหาอย่างแน่นอน และวันนี้ นอกจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งไม่มีท่าทางท่าทีที่จะลดน้อยถอยลง ก็มีโรคซ้ำขึ้นมาอีก ที่กำลังจะติดตามมานะครับ ฝีดาษลิง ถ้าเกิดว่าโรคพวกนี้มันลุกลาม มันระบาดใหญ่โต ผมถามว่าถ้าเราไม่ตั้งงบประมาณในงบกลางไว้ในส่วนกรณีฉุกเฉินและจำเป็นแล้วจะทำ อย่างไร ประเทศชาติจะทำอย่างไร ก็เป็นปัญหาที่มีความสำคัญที่สุด โรคอุบัติใหม่ทั้งคน และสัตว์ ของสัตว์ท่านประธานครับ ท่านจะเห็นว่าโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin) ของโค กระบือ ของสัตว์กีบ ก็ระบาดมา ก็สร้างความเสียหายเยอะแยะหมดโรคแอฟริกา สวาย ฟีเวอร์ (AFRICAN SWINE FEVER) เอเอฟเอส (AFS) ที่เกิดกับสุกรก็เห็นประจักษ์แล้ว นะครับว่ามันค่อนข้างที่จะต้องใช้เงินค่อนข้างมากในการเยียวยารักษาป้องกันโรค สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและจำเป็น แต่สิ่งที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้อภิปรายมา ผมเห็นด้วยนะครับว่าถึงแม้ว่างบประมาณส่วนกลางมีจำนวนที่เพียงพอนะครับ แต่ว่าถ้าเกิด ใช้ไม่มีประสิทธิภาพ ถ้าเกิดใช้ไม่โปร่งใส ตรงนั้นเป็นเรื่องที่น่าวิตก เพราะฉะนั้นผมอยาก กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลหลักในการใช้จ่าย งบประมาณงบกลางนะครับว่างบที่ใช้อยู่นี้ท่านจะต้องทำให้เกิด ๒ เรื่องด้วยกันที่เป็นหลัก ๑. เรื่องของความจำเป็นและประหยัดนะครับ อะไรที่มีความจำเป็นท่านต้องใช้และใช้ให้ ทันท่วงทีนะครับ ที่ผมกราบเรียนตรงนี้เพราะอะไรครับ เพราะว่าหลาย ๆ ครั้งและมีบทเรียนว่ารัฐบาลก็ไม่ได้ ใช้งบนี้สนองตอบต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ ผมยกตัวอย่างกรณีภาคใต้ที่เกิด พายุปาบึกก็ทำให้เกิดความเสียหายทั้งพี่น้องเกษตรกร ทั้งโรงเรียน ทั้งอะไรทั้งหมด ที่มีผลกระทบจากพายุปาบึก ท่านทราบไหมว่าวันนี้หลายโรงเรียนที่เขามีปัญหาจากน้ำท่วม จากโดนพายุ และอาคารเสียหายมากมายยังไม่ได้รับการเยียวยา ไม่น่าเชื่อเลยทั้ง ๆ ที่ว่างบประมาณรายจ่ายกรณีฉุกเฉินงบกลางนี่เหลือทุกปี แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลไม่ได้ ใช้งบประมาณส่วนนี้ไปเยียวยาให้ทันกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ความเดือดร้อน ของส่วนราชการที่รับผลกระทบขึ้นมา ก็ฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าผมเองนั้นผมไม่ได้มี ความรู้สึกว่างบประมาณงบกลาง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเป็นจำนวนมากผมคิดเช่นนั้นครับ ยิ่งมากยิ่งดี แต่คิดในส่วนที่ว่ารัฐต้องใช้จ่ายงบกลางนี้ ให้ทันท่วงที ให้ประหยัด แล้วก็ตอบสนองความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ได้ อย่างไรก็ตามผมคิดว่างบกลางนี่เป็นงบประมาณที่จะต้องตอบสนองและแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แล้วมาโครงการประกันรายได้ของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล เป็นนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์ได้นำเสนอ เป็นนโยบาย ที่มีความสำคัญ ประกันรายได้ของพืชหลักของพี่น้องทุกภาค ๕ พืชด้วยกัน แต่วันนี้ผม กราบเรียนว่าจำนวนที่ประกันรายได้นั้นแต่ละพืชนั้นไม่เพียงพอเพราะว่าปัจจัยการผลิต มันเพิ่มขึ้น ผมเชื่อว่าต้องใช้งบกลางนี้ในการเยียวยาพี่น้องเกษตรกรมากเพิ่มขึ้น เรื่องอาหาร กลางวัน เพื่อนสมาชิกหลายคนบอกว่า ๒๑ บาท มันไม่พอแล้วต่อมื้อ ผมเข้าใจว่าต้องขึ้นเป็น ๒๕ บาท ก็ต้องใช้งบกลางนี่ล่ะครับ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนท่านประธานว่างบกลางมี ความจำเป็นมากน้อยเท่าไร ผมคิดว่าไม่มีใครบอกได้หรอกครับ เพียงแต่ว่ารัฐบาลต้องใช้ งบกลางที่มีอยู่ในจำนวนที่ตั้งไว้แต่ละปีนั้นให้มันจำเป็น เร่งด่วน และโปร่งใสตรวจสอบได้ ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ