มานพ เสนอใช้งบกลาง 200 ล้าน แก้ปัญหาสัญชาติ-ที่ดินอย่างยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕

มานพ คีรีภูวดล อภิปรายการใช้งบกลางปี 2566 โดยเสนอให้จัดสรรงบประมาณ 200 ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติอย่างจริงจัง ผ่านการตั้งหน่วยบริการเฉพาะในพื้นที่เป้าหมาย แทนการใช้งบเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง พร้อมเน้นว่าการแก้ปัญหานี้จะช่วยป้องกันการค้ามนุษย์และคุ้มครองสิทธิพลเมืองอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังหารือปัญหาที่ดินป่าไม้ที่ค้างคามานาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 10 ล้านคน และเสนอให้ใช้งบกลาง 15 เปอร์เซ็นต์เพื่อเร่งออกเอกสารสิทธิ์และลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าสงวน อุทยานแห่งชาติ และที่ดินของรัฐที่ยังไม่ได้รับการรับรองสิทธิอย่างชอบธรรม

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายงบประมาณปี ๒๕๖๖ ในมาตรา ๖ งบประมาณรายจ่ายว่าด้วยเรื่องงบกลาง ตลอดที่ผ่านมาผมคิดว่าท่านสมาชิกก็ได้อภิปราย ไว้แล้วว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้งบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ถึงปี ๒๕๖๖ รวมตัวเลขทั้งหมด เกือบจะ ๕ ล้านล้านบาท ขาดไปเป็นหมื่นล้านบาทจะถึง ๕ ล้านล้านบาทนะครับ ผมคิดว่า อันนี้คือประเด็นว่าทำไมเรามอบอำนาจให้กับคนคนเดียวที่จะต้องตัดสินใจใช้งบประมาณ เยอะขนาดนี้ในการทำงาน และที่สำคัญคือว่าวัตถุประสงค์ในการมีงบกลางผมคิดว่า ทุกประเทศ ทุกองค์กรก็ต้องมีอยู่แล้วล่ะว่าจะต้องมีงบกลาง แต่ว่าจะต้องไปทำหน้าที่ให้มัน บรรลุเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ เจตนารมณ์ของงบกลางจริง ๆ ก็คือปัญหาที่มันเรื้อรัง ปัญหาที่ มันเร่งด่วนฉุกเฉินจริง ๆ แล้วท่านสมาชิกก็ได้อภิปรายว่าจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องของการใช้ งบกลางในทางการเมือง หรือผลประโยชน์ หรือเพื่อประโยชน์ใด ๆ หรือไม่ อันนี้ก็เป็นเหตุผล ที่ผมคิดว่าเราจำเป็นจะต้องอภิปราย ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการที่มีงบกลางถ้ามีเจตนา ที่จะแก้ไขปัญหาจริง ๆ เรื่องนี้ผมคิดว่าก็สามารถใช้ได้ ผมขอยกตัวอย่างครับ เรื่องนี้ผม อภิปรายมาหลายครั้งแล้ว ปัญหาเรื่องสถานะบุคคลและสัญชาติ กระทรวงมหาดไทยบอกว่า มีประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ คน ๙๐๐,๐๐๐ คนนี่ใช้งบประมาณไม่เยอะ เพียงแต่ว่ามันมีขั้นตอน มันมีหน่วยงานที่ต้องเกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน นอกจากกระทรวงมหาดไทยแล้วก็ต้องพูดถึง เรื่องของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พูดถึงองค์กรในพื้นที่ต้องมีหลักฐาน ต้องมีการตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ใช้งบประมาณก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไร เพราะฉะนั้นก็คือเรื่องเหล่านี้มันเป็นปัญหาที่มัน จะไปสู่ปัญหาอื่น ๆ การที่สถานะบุคคลและสัญชาติ มันไม่ชัดเจน มันไปตัดสิทธิต่าง ๆ ความเป็นพลเมืองที่มีสถานะบุคคล หรือมีสัญชาติ ที่เรามีเขาไม่มี เขาเข้าไม่ถึงนะครับ ตัวเลขมันก็มีอยู่แล้ว ผมคิดว่างบกลางถ้าเอามาใช้ในเรื่อง นี้ปีละประมาณแค่ ๒๐๐ ล้านบาทนะครับ ปีนี้ปี ๒๕๖๖ ท่านเอามาใช้สัก ๒๐๐ ล้านบาท ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ กระทรวงมหาดไทยเป็นแม่งาน ตั้งหน่วยบริการในพื้นที่ เฉพาะอย่างที่ผมเคยอภิปรายครับ พื้นที่เชียงราย ๒ จุด แม่ฮ่องสอน ๒ จุด ราชบุรี ๒ จุด เหล่านี้ใช้งบประมาณไม่ถึง ๒๐๐ ล้านบาท แก้ปัญหาปีถึง ๒ ปีก็จบแล้วครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นคือปัญหาเรื่องนี้มันจะต้องไม่มีเรื่องกระบวนการสีเทา หรือว่ากระบวนการ ที่นำไปสู่การค้ามนุษย์เกิดขึ้นในกระบวนการเหล่านี้นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องของปัญหาที่ดินป่าไม้ ปัญหาเรื่องไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนนะครับ เจ้าหน้าที่บอกว่าอยู่ในเขตป่า ชาวบ้านว่าอยู่ก่อนที่จะมีเขตป่า อยู่ก่อนที่ยังไม่มีประเทศไทย ประเทศไทยไปดูเองครับ ถูกจัดตั้งคำว่าเป็นประเทศไทยในปี พ.ศ. อะไร อันนี้คือปัญหาอันยาวนานนะครับ พ.ร.บ. ป่าไม้ถาวร ปี ๒๔๘๔ นิยามความหมาย คำว่า ป่า ป่าคือที่ที่ไม่มีโฉนด ไม่มีเอกสารสิทธิ ๓๒๐ ล้านไร่ในปี ๒๔๘๔ ราคาบ้านนะครับ สนาม โรงเรียน วัด ไม่แน่ใจว่าบ้านท่านประธานยังเป็นป่าอยู่หรือเปล่าตาม พ.ร.บ. นี้ ผมคิดว่าทุกคนที่เป็นสมาชิกผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลอยู่ใน กรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิรับรู้ถึงปัญหาเหล่านี้ ปัญหาเรื่องที่ดินป่าไม้เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคนครับท่านประธาน ไม่ว่าจะอยู่ในที่ดินป่าสงวน อุทยาน ชายเลน ที่ราชพัสดุ เขตทหาร ที่ น.ส.ล. ที่ของรัฐอื่น ๆ ไม่ว่าจะไปที่สหกรณ์ การนิคมเยอะแยะมากมายนะครับ สิ่งที่รัฐบาล สิ่งที่นายกรัฐมนตรี จะต้องทำการใช้งบประมาณส่วนกลางแก้ปัญหากับคนส่วนใหญ่ประมาณ ๑๐ ล้านคน ที่มีปัญหาอยู่ตอนนี้ และที่สำคัญมันสามารถใช้ได้ครับ โดยอำนาจครับ ปัญหาที่มันเดินไม่ได้ ปัญหาเรื่องนี้เพราะอะไรรู้ไหมครับประธาน หน่วยงานแต่ละหน่วยงานผมไปคุยหมดแล้วครับ อ้างอย่างเดียวคือไม่มีงบประมาณ ไปที่กรมอุทยานก็บอกว่าแต่ละสำนักได้ปีละประมาณสัก ๒๐ ๓๐ หมู่บ้าน ไปที่กรมอุทยานปีหนึ่งก็ได้ประมาณ ๓๐ ๔๐ หมู่บ้าน จังหวัดเชียงใหม่ ต้องใช้เวลาประมาณ ๘๐ ปี ๗๐ ปีถึงจะแก้ปัญหาทั้งหมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะแก้ปัญหา ความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมนี่สิทธิขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชนคือการอยู่ในที่ดิน ในแผ่นดินไทยร่วมกัน อยู่โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อที่จะเข้าถึงสิทธิ เพื่อที่จะเข้าถึงบริการ ของรัฐต่าง ๆ ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญให้มันเท่าเทียมกัน เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพให้ชอบด้วยกฎหมาย สิ่งเหล่านี้ต่างหากครับ ที่งบกลางควรจะมาทำหน้าที่ เพราะว่าหน่วยงานอื่น ๆ ก็อ้างว่าไม่มีงบประมาณ อ้างว่าเป็น เรื่องที่จะต้องบูรณาการเชื่อมโยงกับหลายหน่วยงาน ท่านก็ใช้อำนาจเหล่านี้ครับ หากว่าท่าน นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามกฎหมาย ตามอำนาจของ ครม. ที่มีอยู่นะครับ ทำ ๒ เรื่องนี้ ผมคิดว่าจะเป็นมหากุศลใหญ่มากเลยครับที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ คน ๙๐๐,๐๐๐ คนก็จะมีสถานะบุคคล โดยความร่วมมือของหลาย ๆ หน่วยงานตามกรอบ อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย คน ๑๐ ล้านคนที่มีปัญหาเรื่องที่ดินป่าไม้ ที่เป็นคดีอยู่ท่านนายก ทราบไหมครับ ฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกนะครับว่า หลังจากที่ท่านเข้ามารัฐประหาร มีนโยบายว่าด้วยการทวงคืนผืนป่า ตอนนี้ที่เราเรียกว่าคดีแห้ง คดีไม่แห้ง คดีดิบอยู่ในโรงพัก แล้วประมาณ ๔๐,๐๐๐ คดี ๔๐,๐๐๐ คดีนะครับพี่น้องประชาชนหลายคนต้องเข้าคุก และหลาย ๆ คนจำนวนเยอะมากที่ไม่สามารถประกอบอาชีพใช้พื้นที่ของตัวเองได้ พ.ร.บ. ป่าอุทยาน พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ บอกว่าต้องไปพิสูจน์ ต้องไปรังวัด แต่เจ้าหน้าที่ บอกว่ายังติดในคดีนี้ไม่สามารถทำได้ สิ่งสำคัญที่สุดเพราะว่าท่านจำเป็นจะต้องใช้ งบประมาณกลางเหล่านี้นะครับ อะไรที่หน่วยงานอื่นทำไม่ได้เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้อง ประชาชน แก้ปัญหาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำท่านสามารถใช้ได้นะครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตัดงบประมาณงบกลางนี้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน