สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕

เกียรติ สิทธีอมร แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการปรับลดงบกลางและคัดค้านการมอบเงินช่วยเหลือบางกลุ่ม โดยเสนอวิธีการจัดสรรงบประมาณที่โปร่งใส และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้งบประมาณ

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขออนุญาตให้คำอธิบายว่าทำไมถึงปรับลดนะครับ จริง ๆ ผมคาดหวังว่ากรรมาธิการ จะอธิบายข้อสังเกตที่ผมให้ไว้ตอนวาระหนึ่ง แล้วอธิบายว่าท่านเอาไปปรับอย่างไรบ้าง มันก็จะเป็นประโยชน์มากครับ เผอิญท่านก็ยังไม่ได้อธิบายนะครับ ผมก็ต้องถือโอกาสนี้ ทั้งอภิปรายย้ำในสิ่งที่ผมได้พูดไปแล้วตั้งคำถามด้วยว่าหลักคิดของกรรมาธิการตอนพิจารณานี้ ใช้วิธีหลักคิดอย่างไรบ้าง ต้องย้อนกลับไปมาตรา ๑๕ ของ พ.ร.บ. วิธีงบประมาณ เขาเขียน ไว้ชัดว่างบกลางคืออะไร งบกลางต้องไม่เหมือนงบทั่วไปสำหรับหน่วยรับงบประมาณ ต้องไม่เหมือนนะครับ ต้องแตกต่าง แตกต่างอย่างไรไม่เขียนชัดเท่าไรแต่ต้องแตกต่าง อันที่ ๒ ก็คือเป็นกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นนะครับ ท่านประธานทีนี้ตอนวาระหนึ่งผมไล่ดูเลย นะครับว่าตามเอกสารของงบประมาณเลยครับที่นำเสนอ มันก็มีทั้งหมดในจำนวนเงิน ๕๙๐,๐๐๐ ล้านบาท มีทั้งหมด ๑๒ รายการ ใน ๑๒ รายการผมคิดว่าประเภทที่เป็น งบประมาณที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ประเมินไม่ออกว่าจะเป็นเท่าไร ไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนเป็น หน่วยรับงบประมาณนำไปใช้ จริง ๆ มันมีใน ๑๒ รายการ มีเพียง ๕ รายการเท่านั้นครับ ที่พอไปได้ ก็คือว่าไม่ทราบจริง ๆ วันที่ผมทำเอกสารงบประมาณผมไม่ทราบว่าจะตั้งงบ อย่างไร และไม่ทราบจริง ๆ บางกรณีว่าหน่วยที่รับงบประมาณจะเป็นใครเพราะไม่ทราบ เป็นเรื่องของอนาคต เป็นเรื่องที่ประเมินไม่ได้ แต่ที่เหลือนี้นะครับหลังจาก ๕ รายการนี้ คืออีก ๗ รายการก็ต้องเรียนท่านประธานเลยครับมันเป็นเรื่องที่ผมได้ตั้งข้อสังเกตไว้ใน วาระหนึ่งแล้วบอกว่าเอาไปใส่ในส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไหม ปรับลดตรงนี้เสีย ถ้าท่านประธานจำได้ในยุคที่เราเป็น ส.ส. สมัยก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๘ อะไรก็แล้วแต่นี้นะครับ งบกลางนี่แทบจะไม่มีเลย เพราะต้องเป็นกรณีที่จำเป็นจริง ๆ อย่างมากแสนล้านบาท ตอนนี้มันไป ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องมีความเข้มข้นในการ ตรวจสอบ ต้องมีความชัดเจนในการของบประมาณและการนำไปใช้มากขึ้นแสนล้านบาทกับ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่างกันเยอะ ๖ เท่าแล้วครับ แล้วก่อนหน้านั้นเลยท่านประธานคงจำได้ ท่านประธานเป็น ส.ส. มาก่อนผมด้วยซ้ำไป ไม่มีงบกลางน้อยมากเป็นหลักหมื่นล้านบาท อย่างมาก และฉุกเฉินจริง ๆ ทีนี้ตอนนี้พอมันไป ๕๙๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ถามว่าที่ใส่ไว้ว่า เป็นงบกลางคืออะไรบ้าง รายการที่ ๕ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบหรือครับ ไม่มีหน่วยรับงบประมาณชัดเจนหรือครับ คาดเดาไม่ได้เลยหรืออย่างไรครับ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท อีกรายการเงินชดเชยค่างาน สิ่งก่อสร้างอันนี้ ๕๐๐ ล้านบาทพอไปได้ แต่จริง ๆ แล้วก็เป็นเรื่องของหน่วยงานที่รับ งบประมาณและบริหารงานก่อสร้างก็ต้องมีเผื่อเหลือเผื่อขาดจากสัญญานะครับ เงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้างพนักงาน ๔,๒๐๐ ล้านบาท มอบให้หน่วยงานไหนรับผิดชอบ ไปไม่ได้หรือครับ เงินเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ ๓๒๒,๐๐๐ ล้านบาท เยอะนะครับ อันนี้เป็น งบกลางได้หรือเปล่าครับ ทำไมไม่จัดสรรให้ไปอยู่ในงบในส่วนที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดูแลเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ การเลื่อนเงินเดือนและปรับวุฒิข้าราชการหมื่นล้านบาท ท่านมองไม่ออกเลยหรือครับว่าในปีต่อปีท่านจะปรับใคร ตรงนี้ผมก็มีปัญหาแล้วก็ตั้งคำถาม ไว้ตั้งแต่คราวที่แล้วนะครับ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบก็กลับมาเหมือนเดิม

อีกอันหนึ่งเงินสำรองสมทบเงินชดเชยข้าราชการ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เกือบ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมรวม ๗ รายการนี้ ท่านประธานทราบไหมครับ ว่ารวมแล้วเป็นยอดเท่าไรครับ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นจริง ๆ เกือบ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่คาดเดาไม่ได้จริง ๆ มองไม่ออกจริง ๆ คือประมาณแสนล้านบาทเท่านั้นเองครับ ที่เหลือนี่เราทราบครับ ทีนี้คำถามก็เลยมีอยู่ว่าพอทราบแล้วการจัดสรรงบประมาณทั้งใน กรณีที่ท่านทราบว่าจะไปใช้ทำอะไร หน่วยงานใดเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบมันเข้าข่าย มาตรา ๑๕ ของ พ.ร.บ. วิธีงบประมาณหรือไม่ อันนี้ผมขอให้ช่วยยืนยันนิดหนึ่งครับ เพราะมันจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินการของสภาในการตรวจสอบการใช้งบประมาณ การตั้งงบประมาณ การใช้งบประมาณให้มีความละเอียดรอบคอบมีหลักธรรมาภิบาล เพราะผมจะไม่พูดซ้ำนะครับ หลายท่านอภิปรายแล้วว่ามันตรวจยาก เพราะมันขยับไปเรื่อย เพราะฉะนั้นตรงนี้เองผมเคยตั้งข้อสังเกตไว้แล้วผมก็อยากฟังคำอธิบายครับ ท่านประธานครับ ถ้าคำอธิบายดีพอ ผมเข้าใจผิดในส่วนไหนยินดีรับฟังครับ แต่ถ้าอธิบายไม่ได้เลยว่างบเหล่านี้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในงบกลาง จัดสรรได้ไป หน่วยงานที่รับงบประมาณได้โดยตรงและจะได้ตรวจสอบกำกับได้อย่างโปร่งใส ทำไมไม่ทำครับ ก็ตั้งคำถามประมาณนี้ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ