ณัฐวุฒิ บัวประทุม ขอให้ตัดลดงบประมาณรายจ่ายงบกลางลง 10 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีปัญหาการใช้งบไม่เป็นไปตามเจตนาในปีก่อน พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้งบกลางอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติและผลกระทบจากโควิด-19 ที่ยังขาดความชัดเจนในเกณฑ์การประกาศพื้นที่ภัยพิบัติและการจ่ายเงินเยียวยา รวมถึงการใช้งบกลางเป็นเครื่องมือกดดันจนกระทบสิทธิเด็กในการได้รับอุดหนุนอย่างถ้วนหน้า จึงเสนอให้ปรับปรุงระบบการจัดสรรและเพิ่มความรับผิดชอบในการบริหารงบประมาณให้โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ผมขอใช้สิทธิในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอแปรญัตติตัดลด งบประมาณในมาตรา ๖ งบประมาณรายจ่ายงบกลางในวงเงิน ๕๙๔,๗๐๐ ล้านบาทเศษลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นวงเงินที่ ๕๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษครับ ท่านประธานครับ พูดถึง ประเด็นเรื่องงบกลางแล้วเป็นประเด็นที่เจ็บใจทุกรอบครับ เพราะว่าในปีที่ผ่านมาสภาของเรา มีมติให้โอนงบบางส่วนที่จะมีการตัดในตอนแรกจำนวนไม่ใช่น้อยนะครับ เป็นหลักหมื่นล้าน เข้าไปในงบกลาง เพราะเราก็เชื่อว่าคนที่ใช้งบกลางจะพูดถึงความจำเป็น พูดถึงความ ทุกข์ยากลำบากของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสถานการณ์โควิด (COVID) แต่ปีนี้เรารู้แล้วครับว่าเราทำแบบนั้นไม่ได้อีก เป็นประสบการณ์ เป็นบทเรียน โดยเฉพาะกับ พวกผมที่เป็นพรรคการเมืองใหม่ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก และด้วยเหตุผล ประเด็นดังกล่าวครับ ในปีนี้การตรวจสอบการใช้งบประมาณที่เรียกว่างบกลางจึงต้องมีความ เข้มงวดมากยิ่งขึ้น ซึ่งผมจะพูดอยู่ใน ๓ หรือ ๔ ส่วนด้วยกันครับ
ในส่วนที่ ๑ ท่านประธานครับ ก็คือค่าใช้จ่ายทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตรงนี้ครับที่เป็นปัญหามากที่สุดเพราะว่าเอาเข้าจริง ๆ วงเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทนั้นส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะในสถานการณ์ ภัยพิบัติที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร สัปดาห์ที่แล้วน้ำท่วมที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย สัปดาห์นี้อาจจะมีดินถล่ม อาจจะมีแผ่นดินไหว อาจจะมีไฟไหม้ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด ซึ่งเราก็พบอยู่บ่อยครั้ง แต่สิ่งที่ไม่มีมาตรฐานครับ ก็คือกรณีของระเบียบกระทรวงการคลัง ที่ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินปี ๒๕๖๒ โดยเฉพาะ ข้อที่ ๒๐ เพื่อนสมาชิกผม คุณศิริกัญญาก็ได้พูดชัดนะครับว่าการระบุว่าอะไรคือภัยพิบัติ ฉุกเฉินนั้นก็ไม่เหมือนกัน การลงรายละเอียดว่ากรณีแบบนี้จำเป็นเร่งด่วนขนาดไหน ก็ไม่เหมือนกัน ผมไม่ได้พูดลอย ๆ นะครับ ผมมีหลักฐาน อย่างเช่น กรณีของอุบัติเหตุท่อก๊าซ ระเบิดที่ตำบลเปร็ง จังหวัดสมุทรปราการ ทีมงานของผม คุณพนิดา มงคลสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล ลงไปศึกษารายละเอียดกรณีนี้ครับ พบว่าทางอำเภอบอกกับพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติกรณีท่อก๊าซระเบิด บอกว่าจะมีการจ่ายงบกลาง ประชาชนก็รอคอยว่าตกลงเขาจะได้เมื่อไร อย่างไร แต่ปรากฏว่าเขาไม่ทราบว่าจะต้องมีการ ประกาศโดยจังหวัด จะต้องมีระยะเวลาการประกาศที่ไม่เกินใน ๓ เดือน ท้ายที่สุด เคส (Case) นี้ไม่มีการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ ไม่มีการจ่ายงบกลาง ผมไม่ได้โทษผู้ว่าราชการ จังหวัดสมุทรปราการนะครับ แต่กำลังพูดถึงเกณฑ์มาตรฐานกลางที่จะใช้ในกรณีวิเคราะห์ กรณีภัยพิบัติต่าง ๆ ว่าจะเป็นแบบใด ประการใด นั่นเป็นส่วนที่ ๑
ส่วนที่ ๒ ที่ผมต้องบอกพูดแล้วเจ็บใจครับ ต้องขอบพระคุณท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้านของพวกเรา ท่านอาจารย์สุทิน คลังแสง ครับ ก็คือกรณีการบรรเทาแก้ไข ปัญหาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (Virus Corona) โครงการนี้ น่าเจ็บใจที่สุดครับ ผมใช้ทวิตเตอร์ (Twitter) มีเพื่อนสมาชิกที่เป็นสมาชิกของพรรคก้าวไกล ในจังหวัดพะเยาท่านทราบว่าผมกำลังจะขึ้นเครื่องบินกลับบ้านภรรยาที่จังหวัดพะเยา ท่านบอกผมพอมีเวลาครึ่งชั่วโมงไหม ผมก็ถามว่าอะไรกันครึ่งชั่วโมงเอง มีเวลาพอหรือที่จะ คุยกับพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนเดินทางมาเยอะเลยครับ จากอำเภอเชียงคำ จากอำเภอปง จากอำเภอเชียงม่วน จากอำเภอดอกคำใต้ จากอำเภอแวดล้อมในบริเวณ จังหวัดพะเยาที่ไปเจอโครงการใช้งบกลางตัวนี้ครับ ที่ได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจกันไป แล้ววันนี้ยังไม่มีคำตอบว่าตกลงแล้วที่บอกว่าจะให้ปัจจัยการผลิตต่อพี่น้องประชาชน ชุมชนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทเงินมันไปตกหายที่ไหน มีการอบรมกันวันเดียว ๔๐๐ บาท ข้าวกล่อง ๑ กล่อง ตอนนี้ครับที่เราจำเป็นต้องทวงคำตอบและไม่อาจไว้วางใจกรณีการใช้ งบกลางในเงื่อนไขของการบรรเทาเหตุที่เกิดขึ้นจากโรคระบาดติดเชื้อต่าง ๆ ได้
ส่วนที่ ๓ เช่นเดียวกันครับ ก็คือเงินสำรองเพื่อจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ผมพูดในที่นี้มา ๓ ปีแล้วครับ และเครือข่ายที่เขาทำประเด็นเรื่องเงินอุดหนุนเด็กเล็ก แบบถ้วนหน้าก็ทวงถามผม เพราะว่ามีการใช้เงื่อนไขที่อยู่ในงบกลางเป็นตัวประกัน เป็นตัวประกันคืออย่างไรครับ ก็คือมีการตั้งงบในส่วนหลักไว้ส่วนหนึ่งในกระทรวงการพัฒนา สังคมที่จะใช้จ่ายในเงินอุดหนุนเด็กเล็กแบบถ้วนหน้า แต่ท่านก็แกล้งตั้งไม่ครบ ท่านสำรวจ ไม่ครบ ท่านตั้งไม่ครบ ท่านไม่ทำแบบถ้วนหน้า ในท้ายที่สุดพอไม่ทำแบบถ้วนหน้า แล้วมีกรณีเด็กที่มีความจำเป็นมากกว่าที่ท่านกำหนดไว้ท่านก็มาใช้งบกลางครับ ปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ๓,๕๐๐ ล้านบาท แล้วอยู่ดี ๆ ไม่ใช่ว่าไปหยิบงบกลางมาใช้จะได้ทันที มันต้องมีระยะเวลาการเบิกจ่าย แต่ผมพูดมาโดยตลอดว่าท่านอย่าเอาเด็กเป็นตัวประกัน เพราะเด็กเล็กรอวันเดียวไม่ได้ ก็กลายเป็นว่ากว่าจะเบิกจ่ายต่าง ๆ ท้ายที่สุดเขาก็จะต้อง สำรองเงินตัวเองไปก่อนหรือแม้กระทั่งบางครั้งไม่มี ท่านลองนึกถึงค่าแพมเพิร์ส (Pampers) ลองนึกถึงค่านมผง ลองนึกถึงค่าที่เด็กต้องไปฉีดวัคซีนต่าง ๆ แล้วมันจะเจ็บใจไหมล่ะ ที่งบประมาณในส่วนนี้กลายเป็นตัวประกันที่มาเขียนไว้ แต่ไม่เอาไปใช้ในงบประมาณหลัก ที่ควรจำเป็น ฉะนั้นอย่าเอาเด็กมาเป็นตัวประกันในงบประมาณที่เรียกว่า งบกลาง อีกครับ นั่นคือ ๓ ส่วนที่ผมจำเป็นต้องพูดถึงในเรื่องของการตัดลดงบประมาณในส่วนของ ๕๙๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นจำนวน ๕๙,๐๐๐ ล้านบาท
ผมฝากสุดท้ายท่านประธานครับ สุภาษิตไทยบอกอย่าไว้ใจทางอย่าวางใจคน ตราบใดที่นายกรัฐมนตรีชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งจะครบตำแหน่ง ๘ ปี ในอีกไม่กี่วันนี้ ผมไม่สามารถที่จะไว้วางใจให้ท่านเป็นผู้ใช้งบกลางในการบริหารราชการ แผ่นดินได้ แต่ในทำนองกลับกันวันใดที่นายกไม่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมอาจจะ พอไว้วางใจทางและวางใจในงบกลางที่อย่างไรเสียก็น่าจะตัดงบลงไปมากกว่านี้ให้เป็น งบปกติที่ควรจำเป็นจะต้องใช้ ฉะนั้นด้วยเหตุผลที่ผมนำเรียนต่อท่านประธานทั้งหมด ผมขอตัดลดงบประมาณในส่วนมาตรา ๖ งบกลางลงเป็นจำนวน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในวงเงิน ๕๙,๐๐๐ ล้านบาท ขอบพระคุณท่านประธานครับ