สุทิน ชูปัญหางบกลาง ขอปรับลด 20% ชี้ไม่โปร่งใส-ตรวจสอบยาก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕

สุทิน คลังแสง ท้วงติงการใช้งบกลางที่ไม่โปร่งใส ขาดรายละเอียด และตรวจสอบยาก โดยเฉพาะภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน พร้อมเรียกร้องให้ลดงบประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์เพื่อป้องกันการทุจริตและเพิ่มความรับผิดชอบต่อประชาชน

นายสุทิน คลังแสง กรรมาธิการ

การเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม จากพรรคเพื่อไทย ในฐานะ กรรมาธิการครับ ผมขออนุญาตที่จะปรับลดงบของงบกลาง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลว่า งบนี้ ๑. ใช้จ่ายโดยไม่โปร่งใส มีเจตนาที่ไม่สุจริต แล้วก็พบเห็นตามข้อเท็จจริงด้วยว่าไม่น่าจะ สอดคล้องกับคำว่า เร่งด่วน จำเป็น ฉุกเฉิน ท่านประธานครับ งบกลางเป็นที่รู้และกังวล แล้วก็ติดใจกันมาตลอดว่าเป็นงบที่เราตรวจสอบยาก แล้วก็เป็นงบที่มีการเปิดช่องให้รั่วไหล ได้มากที่สุด ทีนี้มันก็เกิดเหตุทำให้เราต้องกังวลจริง ๆ เพราะดูแล้วมันครบวงจร เมื่อประมาณปี ๒๕๖๑ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไปแก้กฎหมายระเบียบวินัยการเงินการคลัง ไปเพิ่มอำนาจให้ตัวเองในการอนุมัติงบกรณีฉุกเฉินและจำเป็นมากขึ้นในหลายรายการ พูดง่าย ๆ ว่าเดิมทีใน พ.ร.บ. ระเบียบวินัยการเงินการคลัง ให้นายกรัฐมนตรีอนุมัติได้น้อย ท่านก็ไปแก้เสียเยอะเลย จำนวนตัวเลขผมเคยพูดในสภานี้ครั้งหนึ่ง เราก็บอกว่ามีเหตุจำเป็น อะไรต้องไปแก้เพิ่มอำนาจ ที่จริงถ้าบ้านเมืองมันโปร่งใสเรายิ่งแก้อำนาจให้ลดลง ให้มันเข้าสู่ ระบบ แต่ท่านก็แก้เยอะ พอแก้เยอะก็ตามมาอีกมาเห็นอะไรรู้ไหมครับ ในการจัดงบประมาณ ปีนี้หรือปีก่อน ๆ จนถึงปีนี้ด้วยก็ไม่มีรายละเอียด การจัดงบกลางเพียงแต่ตั้งเป็นก้อนกลม ๆ มา ไม่มีรายละเอียดให้ การไม่มีรายละเอียดให้ขั้นตอนการตรวจสอบเบื้องต้นคือต้นทางคือสภา แล้วก็ตรวจยาก เมื่อตรวจยากมันก็ยิ่งไปสอดคล้องกับเจตนาที่ท่านไปแก้เพิ่มอำนาจท่าน ก็ทำให้เรากังวลมากขึ้นว่าไปแก้เพิ่มอำนาจแล้ว พอเสนอเข้ามาก็ไม่มีรายละเอียด พอไม่มี รายละเอียดตรวจสอบไม่ได้ พอไปดูการใช้นี่ท่านประธานก็ชัดขึ้นมาอีก ดูของปีก่อน ๆ ก่อน ปีก่อน ๆ นี้ท่านกรรมาธิการติดตามการใช้งบประมาณสภาผู้แทนราษฎร คุณไชยา พรหมา นี่ล่ะคุยกันกับผมตลอด พวกผมก็ให้ตามงบนี้ให้หน่อย ดูการใช้งบให้หน่อย สิ่งที่คณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณพูดตลอด บ่นตลอดกับพวกเราก็คือว่า คณะกรรมาธิการติดตามการใช้งบประมาณพยายามที่จะขอรายละเอียดการใช้เงินไปกับ สำนักงบประมาณแล้วก็งบนายกรัฐมนตรี คืองบกลางไม่ค่อยได้รับความร่วมมือ เขาบ่นตลอด ว่าขอรายละเอียดให้มาชี้แจงพฤติกรรมคือ ๑. ไม่มาชี้แจง ๒. พอมาเอกสารนี่ชอบใช้คำว่า เอกสารปกปิด คุณจะไปปกปิดอะไรกับคณะกรรมาธิการ ถ้าขนาดนั้นยังปกปิดแล้วใครจะไป ตรวจสอบแทนประชาชนได้ ๑. ไม่ค่อยมาชี้แจง ๒. ถ้ามาก็เอกสารทุกอย่างปกปิด และ ๓. สอดคล้องกับการตั้งงบประมาณเลยคือไม่ให้รายละเอียด ในคำชี้แจงก็ไม่ให้ รายละเอียดมาอีก คณะกรรมาธิการติดตามการใช้งบประมาณเขาก็ปวดหัว เขาก็จนปัญญา ที่เขาจะตรวจสอบ เขาก็บอกกับพวกผมซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรว่าตรวจไม่ได้ ทำไมไม่ได้ ก็ไม่ได้ เพราะว่าไม่ได้รับความร่วมมือ ไม่มา มาแล้วไม่มีรายละเอียด แถมแบบปกปิดด้วย นี่คือพฤติกรรมซึ่งเราคิดว่าไม่โปร่งใสแล้วก็มีเงื่อนงำ แล้วพอมาดูข้อเท็จจริงท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านกรรมาธิการวิชาญได้เกริ่นแล้ว จะยกตัวอย่างให้ฟังเลย คือถ้าเอาเรื่องใหม่ขี้เกียจไปตาม เอาเรื่องเก่าที่เคยพูดกันแล้วในสภานี่ล่ะเราจะต่อติดง่าย เราจะอธิบายเข้าใจกันง่าย ถ้ายังฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวที่แล้ว ดูการใช้งบกลางของ ท่านนายกอนุมัติ ๒,๐๐๐ ล้านบาทไปให้กับมหาวิทยาลัย ๓ ๔ แห่ง ไปทำอะไรรู้ไหมครับ ก็บอกว่าไปวิจัยด้วยบางส่วน วิจัยนี่มันฉุกเฉินจำเป็นหรือครับ อ้างโควิด (COVID) ด้วย วิจัยกว่าจะได้ผลวิจัยออกมามันปี ๒ ปี กว่าจะไปใช้ในทางปฏิบัติอีก มันไม่มีเหตุผลเลยที่จะ เอาใช้งบกลางซึ่งบอกว่าเร่งด่วนฉุกเฉินจำเป็นไปให้กรรมการวิจัย บางส่วนก็โอเค (OK) ไปอบรมสัมมนาพัฒนาอาชีพก็ใช่ แต่อันนี้มันไปซ้ำซ้อนกับหน่วยงานกระทรวง ทบวง กรม เขาอีก กระทรวงเกษตรก็ทำ พัฒนาชุมชนก็ทำ พาณิชย์ก็ทำ ท้องถิ่นก็ทำ แล้วเอางบกลาง ไปอนุมัติ ไปทำซ้ำซ้อนเขาทำไม นี่แสดงว่ามันไม่ได้ฉุกเฉินหรือจำเป็นจริงครับ แล้วที่ไปทำ เราก็ไปลงกระจุกอยู่บางที่บางมหาวิทยาลัย พอเราลงไปดูการทำงานแล้วยิ่งเห็นชัดเลยว่า ๑. มันไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชน มันไม่ได้บอกถึงความจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินจริง ๆ แล้วที่ เจ็บปวดกว่านั้นก็คือไปพบว่าได้กลิ่นว่ามีการทุจริต ก็มีสมาชิกวันนั้นก็พูดในสภาบอกว่า จะจ่ายชาวบ้านเท่านั้น เท่านี้ ท้ายที่สุดก็ได้เงิน ๔๐๐ บาท ข้าวกล่อง ๑ กลุ่ม วันนั้นคือการ อภิปรายในสภาแห่งนี้ แล้วถามว่านายกรัฐมนตรีขึ้นมาชี้แจงไหม เรื่องนี้ที่เรากล่าวหา เราตามมาตั้งแต่ต้นทางเลยเรื่องงบกลางมาเจอข้อเท็จจริงท่านก็ไม่ตอบ พอขึ้นมาตอบก็ตอบ ง่าย ๆ ตอบพอเสียแล้วไป แล้วสุดท้ายก็ยกมือให้กันผ่าน เรื่องนี้ก็เป็นที่ติดใจ ที่ผมต้องขึ้นมา พูดเรื่องนี้จริง ๆ ใช้เวลา ๗ นาทีเพื่ออยากจะย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า การใช้งบกลางโดยเฉพาะ รัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีปัญหาทำให้เราคลางแคลงใจตลอด ผมทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่ไปแก้อำนาจ เพิ่มหน้าตัวเองให้อนุมัติในวงเงินที่สูงขึ้น พอมาตั้งงบประมาณก็ไม่มีรายละเอียด พอให้ไป ชี้แจงในคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณก็ไม่ให้รายละเอียด แล้วไปดูการใช้จริง ๆ ก็พบ เงื่อนงำและทุจริตจริง แล้วไม่ใช่เร่งด่วนฉุกเฉินจริง เพราะฉะนั้นถ้าปีนี้ให้ไปอีก ยิ่งเป็นปีจะ เข้าสู่การเลือกตั้ง ท่านก็จะไปอะไรอีก มันคิดไปได้ทั้งนั้นล่ะ มันจะไม่เกิดประโยชน์กับ ประชาชนจริง ๆ ถ้ารายการที่จะให้วันนี้เท่าที่ตรวจสอบกระทรวง ทบวง กรม เขาทำกันเป็นปกติ แล้วที่ไม่ชี้แจงรายละเอียดท่านเอาไปทำอะไร แล้วที่กังวลมากขึ้นก็คือเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะฉะนั้นในปีนี้ผมก็ขอตัดเหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่ต้องเพิ่มขึ้นทุกปีล่ะ ก็เอาเท่าปีที่แล้ว เราก็ยังเจ็บปวด เพราะฉะนั้นท่านประธานครับผมจึงขอตัดงบกลางปีนี้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขอบพระคุณครับ