ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เสนอปรับลดงบกลางปี ๒๕๕๖ ลงร้อยละ ๑๐ เนื่องจากงบประมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยขาดรายละเอียดตรวจสอบได้ และชี้ว่าเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินถูกตีความกว้างเกินไปจนไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณปี ๒๕๕๖ ในมาตรา ๖ งบกลางที่ตั้งไว้ทั้งสิ้น ๕๙๐,๔๗๐ ล้านบาท ผมขอปรับลดงบประมาณลงร้อยละ ๑๐ เหตุผลในการปรับลดงบกลางลง ร้อยละ ๑๐ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่างบกลางในแต่ละปีเพิ่มขึ้นมาตลอด ยกตัวอย่าง เมื่อสมัยรัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์มีงบกลางเพียงปีหนึ่ง ๓๔๓,๑๓๑ ล้านบาท พอปีต่อ ๆ มา ก็เพิ่ม อย่างปี ๒๕๖๐ เพิ่มเป็น ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๑ ๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มมาเรื่อย ๆ ครับ ปี ๒๕๖๕ ๕๘๗,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๖ เพิ่มมาเป็น ๕๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้ผมต้องเรียนท่านประธานครับ เวลางบกลางมันไม่มีรายละเอียด ก็เหมือนเป็น การตีเช็คเปล่าให้กับนายกรัฐมนตรีในการใช้ ซึ่งการตรวจสอบต่าง ๆ ก็เป็นไปโดยยาก ผมยกตัวอย่างว่าในงบกลางปี ๒๕๖๖ ใน (๒) ที่ตั้งไว้บอกว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการใช้เงิน ทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน จะเห็นว่าที่ผ่านมามีหมูตายที่เป็นโรคอหิวาต์เสียชีวิต เกษตรกรถูกทำลายหมูไปเป็นจำนวนมาก แล้วจนถึงขนาดนี้เกษตรกรก็ยังไม่ได้รับเงินชดเชยเลย ซึ่งชาวบ้านแถวบ้านผมทางภาคอีสาน เขาฝากมาทวงถามว่า อย่างงบกลางที่ตั้งไว้อย่างนี้บอกว่าเป็นกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีเงินเลย แล้วก็วัวตายที่เสียชีวิตตรงนี้ก็ยังไม่ได้เงินชดเชย ซึ่งขณะนี้นะครับก็ต้องยอมรับว่ามีทั้งวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติโควิด (COVID) เกษตรกร เขาเดือดร้อนมากนะครับ อย่างนี้ตั้งงบกลางไว้ทำไมไม่เร่งรีบในการเบิกจ่าย ใน (๔) ครับ ท่านประธาน ปี ๒๕๖๖ เป็นค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากโรคระบาดโควิด (COVID) ๓,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ผมต้องเรียนท่านประธาน ครับว่ามันจะพอได้อย่างไรครับท่านประธาน ตั้งไว้เพียงแค่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ ท่านประธานต้องยอมรับความจริงว่าการระบาดของโควิด (COVID) มันหนักมากนะครับ ยารักษาก็ไม่มีนะครับ ตอนนี้ให้ยาตามอาการ แล้วเวลาคนป่วยเป็นโควิด (COVID) ท่านประธานบอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปโรงพยาบาลแล้วครับ ให้รักษาเองที่บ้านเลย ซึ่งท่านประธานครับมันเป็นโรคติดต่ออันตรายร้ายแรงนะครับ มันก็เกิดการแพร่เชื้อ เต็มไปหมดเลย โดยเฉพาะในต่างจังหวัดครับท่านประธาน เงินตรงนี้มันไม่พอครับ ท่านประธาน ๓,๐๐๐ ล้านบาท ยกตัวอย่างต่อไปครับ ใน (๕) บอกค่าใช้จ่ายในการ รักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท ถามบอกว่าตรงนี้ ท่านประธานทำไมต้องเอามาตั้งอยู่ในรายการของบกลาง ซึ่งมันรู้อยู่แล้วว่าเราจะต้องมี ประมาณการเท่าไร ทำไมเราต้องมาตั้งในงบกลางตรงนี้ เราน่าจะไปเขียนไว้ในมาตราอื่น เพื่อให้มีการตรวจสอบได้ทั้งจากกรรมาธิการและประชาชนทั่วไป ต่อไปใน (๖) ท่านประธานครับ ตั้งไว้ในส่วนของเงินชดเชยค่างานก่อสร้างจำนวน ๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ขณะนี้ พวกนี้เขาเรียกว่าค่าเค (K) ในการชดเชยให้กับผู้รับเหมาก่อสร้างที่ทำงานกับภาคราชการ ขณะนี้ท่านประธานก็ทราบนะครับว่าน้ำมันราคา ผมยกตัวอย่างดีเซล ท่านประธานที่ใช้เงิน เยอะ ๆ ในงานก่อสร้าง เมื่อก่อนราคาหนึ่ง ๒๐ กว่าบาท ๒๐ ต้น ๆ ตอนนี้รัฐบาลก็ไปอั้น ราคาไว้ที่ ๓๕ บาท ซึ่งท่านประธานครับบริษัทที่ประมูลงานไปก็ต้องการที่จะได้รับเงินชดเชย ทั้งค่าน้ำมัน เหล็ก ก็เป็นวัสดุในการก่อสร้างที่มีราคาเพิ่มขึ้นมาก แล้วตรงนี้ท่านประธาน มันก็ไม่สอดคล้องค่าน้ำมันเพิ่ม ค่าเหล็กขึ้น แต่คุณไปตั้งเงินชดเชยไว้เพียงแค่ ๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ นอกจากนี้ในงบประมาณนะครับ ยังมีงบรายจ่ายอันหนึ่งที่สำคัญใน (๑๒) บอกว่าเป็นเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ๙๒,๔๐๐ ล้านบาท เงินตรงนี้ตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐปี ๒๕๖๑ บอกว่ามีบางประเด็นที่เขียนไว้บอกว่าให้เป็น ดุลยพินิจในการตัดสินใจ โดยในข้อความใน พ.ร.บ. งบประมาณวินัยการเงินการคลัง ปี ๒๕๖๑ บอกว่าภารกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วนของรัฐ คราวนี้มันก็ไปตีความว่าโครงการ หรือกิจกรรมที่อนุมัติเป็นภารกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วนของรัฐ แล้วภารกิจนั้นมันเร่งด่วน จำเป็นจริง ๆ ไหม ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าเวลามีการใช้เงินงบประมาณ กรณีสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนจะไม่เหมาะกับสถานการณ์ ยกตัวอย่าง เช่น เวลาขณะนี้กำลังเกิดอุทกภัยก็มีการอนุมัติเงินก้อนนี้มาก็เอาไปทำอะไร ก็ไปแก้ปัญหา ภัยแล้งก็มีครับ บางทีช่วงหน้าแล้งก็ไปอนุมัติเงินที่ไปแก้ปัญหาอุทกภัยอย่างนี้ครับ ผมต้องกราบเรียนประธานนะว่าเงินก้อนนี้เวลาเอาไปใช้มันไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริง แล้วก็ตรงนี้เวลาไปตีความบอกว่าเป็นกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ซึ่งเวลาคนเป็นรัฐบาลก็ไป ตีความเข้าข้างตัวเอง ดังนั้นทั้งหมดนะครับ เหตุผลทั้งหมดที่ผมกราบเรียนท่านประธานไป ผมมีความจำเป็นที่จะต้องปรับลดงบประมาณในส่วนของงบกลางลงร้อยละ ๑๐ ครับ ขอบคุณครับ