ทวี สอดส่อง วิพากษ์วิจารณ์การจัดสรรงบกลางที่ขาดความโปร่งใสและถูกใช้ในทางการเมือง พร้อมเสนอให้ตัดลดงบประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบและเพิ่มการตรวจสอบได้
ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะกรรมาธิการ สำหรับมาตรา ๖ งบกลางปี ๒๕๖๖ ที่ตั้งไว้ ๕๐๙,๔๗๐ ล้านบาทเศษ ผมได้ขอตัด ๗ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๔๑,๓๓๒ ล้านบาทเศษ ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องงบกลางถือว่าเป็นแดนสนธยาเป็นเงามืดของงบประมาณ แล้วเป็นจุดที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ผอ. สำนักงบประมาณกับนายกรัฐมนตรี อย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากให้ท่านสมาชิกและท่านผู้มีเกียรติที่ได้ฟัง ได้รับรู้ว่างบกลางมันจะมีอยู่ในกฎหมายทั้ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง และพระราชบัญญัติ วิธีงบประมาณซึ่งเขียนซ่อนไปซ่อนมาจนไม่มีการปฏิบัติตามกฎหมายเคร่งครัด ใน .พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ก็จะอยู่ในมาตรา ๓๖ เอาในมาตรา ๒๒ ก่อนแล้วกันครับ เขาบอกว่า รายการงบกลางให้ตั้งเฉพาะที่มีเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่อาจจัดสรรหรือไม่สมควรจัดสรร งบประมาณให้แก่หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบโดยตรง อันนี้เขียนไว้ต้องเป็นเรื่องที่มีเหตุ จำเป็นไม่ควรจัดสรร แต่ในทางปฏิบัติพอเวลาไปใช้งบประมาณก็จะไปใช้แบบซ้ำซ้อน กับหน่วยที่ปฏิบัติ แล้วประการสำคัญใน พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ที่เราก็จะเขียนอยู่ใน มาตรา ๓๖ ใน พ.ร.บ. วิธีงบประมาณ ที่มาเขียนขมวดให้เป็นอำนาจของ ผอ. สำนัก งบประมาณกับนายกรัฐมนตรีไว้ ก็คือรายการงบกลางให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ จัดสรรให้หน่วยรับงบประมาณที่เบิกจ่ายโดยตรงและในกรณีที่จำเป็นผู้อำนวยการ งบประมาณอนุมัติโดยนายกรัฐมนตรีให้โอนงบกลางในรายการใดรายการอื่นเพิ่มเติม ในงบกลางก็ได้ ซึ่งในงบกลางในครั้งนี้ได้ตั้งไว้จำนวน ๑๒ รายการ ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาจะพิจารณางบประมาณเราต้องพิจารณาให้รอบคอบ ก็คือใน พ.ร.บ. วิธีงบประมาณ มาตรา ๑๐ ในมาตรา ๑๐ ถ้าจะไม่ผิดประมาณ (๘) (๙) ให้ดูผลงานของงบกลางในอดีตได้ ว่าใช้อย่างไร ผมไม่จำเป็นต้องดูในอดีต ดูแค่งบกลางปี ๒๕๖๔ เราก็พบว่าในปี ๒๕๖๔ ปกติเป็นปีหนึ่งเราจะเห็นว่าไม่ปฏิบัติตามวินัยการเงินการคลัง วินัยการเงินการคลังก็คือ จะต้องมีการใช้จ่ายเงินเมื่อครบวันที่ ๓๐ กันยายน แต่ว่าถ้าไม่ครบวันที่ ๓๐ กันยายนใช้ไม่ได้ ส่วนใหญ่เขาจะกันไว้เหลื่อมปี ซึ่งผมเห็นว่าการกันไว้เหลื่อมปีส่อในทางที่ขัดวินัยการเงิน การคลัง เพราะเงินงบประมาณที่นำมาใช้ส่วนใหญ่จะเป็นเงินกู้ เงินกู้ที่มีดอกเบี้ยที่ผม อภิปรายไปแล้ว เราก็พบว่าในปี ๒๕๖๔ มีกันเหลื่อมปีไว้ ๒๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ โดยเฉพาะในจำนวนนี้เป็นงบกลางสูงสุดเลยที่จะมีกันเหลื่อมปีไว้คือ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็คือตั้งไว้แล้วก็ไม่ได้จ่าย แล้วก็ในจำนวน ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ เราก็พบว่ากันแบบมีหนี้ และกันแบบไม่มีหนี้ก็มี อันนี้จึงแสดงให้เห็นว่างบกลางเป็นงบที่นายกรัฐมนตรีนำไปใช้อาจจะ ไม่มีวินัยการเงินการคลัง เพราะอะไรรู้ไหมครับ เวลาการใช้งบกลางมันจะมีระเบียบไปออกไว้ ถ้าวงเงิน ๑๐ ล้านบาท ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเสนอให้นายกรัฐมนตรีทราบและเมื่อ นายกรัฐมนตรีทราบก็เอาไปใช้ คนสองคนอาจจะซอยเวลาเราไปตามในมติ ครม. จะไม่เจอ แต่ถ้าในวงเงิน ๑๐ ล้านบาทถึง ๑๐๐ ล้านบาทก็เป็นเรื่องของ ผอ. สำนักงบประมาณ เสนอให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ วันดีคืนดีนายกรัฐมนตรีอาจจะกังวลหน่อยก็ส่งให้ ครม. ก็ได้ นายกรัฐมนตรีจะไม่ส่งให้ ครม. ก็ได้ จะเห็นไหมว่าเวลาการใช้งบกลางก็ใช้กันเพียง ๒ คน แต่ถ้าวงเงินมากกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ขึ้นไปนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ แล้วก็เสนอเข้า ครม. อย่างไรก็ตามพอนายกเห็นชอบเข้า ครม. ส่วนใหญ่ ครม. ก็จะไม่มีปากเสียงและจะไม่ถาม ดังนั้นงบกลางจึงเป็นดินแดนที่ผมเรียกว่า เป็นดินแดนสนธยาเพราะว่าอะไรรู้ไหมครับ เนื่องจากว่างบกลางไม่สามารถตรวจสอบได้ กรรมาธิการงบประมาณเมื่อปี ๒๕๕๕ ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าให้ สตง. ทำการตรวจงบกลาง ให้หน่อยเพราะทุกหน่วยรับงบประมาณจะตรวจให้หมด ปรากฏว่าข้อสังเกตสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเรา ๕๐๐ กว่าคนเห็นชอบ แล้วก็ ส.ว. ก็เห็นชอบ ปรากฏว่าปีนี้กลับไม่มี รายงานตรวจงบกลางนำมาให้เห็น อย่างท่านกรรมาธิการศิริกัญญาได้พูดว่าเรายังมีงบกลาง หลายรายการโดยเฉพาะรายการเลื่อนเงินเดือนและปรับวุฒิ เดิมตั้ง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้มาตั้ง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท พบว่าไม่มีการใช้เลยเพราะไปใช้ช่องมาตรา ๓๖ พ.ร.บ. วิธีงบประมาณไปโอนโยกกันไปใช้ เนื่องจาก พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ให้มีการตรวจสอบ แต่ก็ไม่ยอมมีการตรวจสอบ ในปีนี้ผู้ว่า สตง. ก็ขึ้นมาพูดเลยว่าข้อสังเกตกำลังจะทำ นายกรัฐมนตรีอยู่มา ๘ ปี จะพ้นสมัยแล้วยังกำลังจะทำอีก แล้วก็ไม่มีข้อมูลให้ตรวจสอบ ดังนั้นจึงเห็นว่างบกลางไม่ได้ถูกควบคุม ไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ แล้วก็เป็นเรื่องที่ขอ หลักฐานยากมาก ในประการสำคัญอันหนึ่งก็คือผมจึงเห็นว่าวันนี้งบกลางไปใช้ผลประโยชน์ ทางการเมืองมากกว่า ผมจึงขอตัด ๗ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบพระคุณมากครับ