สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กรรมาธิการ

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น จะขออภิปรายต่อที่ประชุม ให้พิจารณาปรับลดงบกลางในอัตรา ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับถ้าเราไปดูที่สไลด์ (Slide) ๑ อาจจะฝากเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ เราจะเห็นครับว่าแม้สัดส่วนของงบประมาณ ที่ถูกกันไว้สำหรับงบกลางในปีนี้จะลดลงมาเล็กน้อยจากปีที่แล้ว แต่อัตรา ๑๘.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ยังนับว่าเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง ๑๐ ปี รบกวนเจ้าหน้าที่ขึ้นสไลด์ (Slide) ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือ ผมไม่ปฏิเสธครับว่างบกลางเป็นสิ่งที่ จำเป็นเพื่อให้รัฐบาลนั้นมีความยืดหยุ่นในการมีงบสำรองเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับปัญหา ที่คาดการณ์ไม่ได้ตั้งแต่วันนี้ แต่การมีงบกลางในสัดส่วนที่สูงหรือว่าการเพิ่มความยืดหยุ่น ในการใช้ประมาณนั้นมันจำเป็นต้องมาพร้อมกับอีก ๒ องค์ประกอบครับ ซึ่งผมยังไม่เห็น ในกระบวนการปัจจุบัน

องค์ประกอบที่ ๑ คือเรื่องของวินัย ถ้าเราไปในสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ท่านประธานครับ การตั้งงบกลางไว้สูงอย่างต่อเนื่องมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดสิ่งที่ นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า ภาวะภัยทางศีลธรรม หรือว่าโมรอล ฮาซาด (Moral Hazard) ในกระบวนการพิจารณางบประมาณในปีนี้นะครับมีหลายครั้งมากครับที่งบประมาณที่ถูกตั้งไว้ ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะพอสำหรับการดำเนินโครงการที่หน่วยงานได้ประกาศและสัญญา ต่อสาธารณะแล้ว แต่พอผมถามหน่วยงานไปครับว่าจะเอาเงินมาจากไหน หน่วยงานก็มัก จะตอบกลับมาว่าไว้ไปขอจากงบกลาง เพื่อให้เห็นภาพนะครับ ผมจะขอยกตัวอย่างเพียงแค่ ๓ ตัวอย่างเท่านั้นครับ แต่ล้วนเป็นตัวอย่างของโครงการที่สำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตของ พี่น้องประชาชนที่รับฟังและรับชมอยู่ครับ

ตัวอย่างที่ ๑ คือเรื่องของโครงการสวัสดิการประชารัฐครับ หากเราไปดู ประกาศของ ครม. เมื่อต้นปีเกี่ยวกับการขยายโครงการเราจะเห็นว่าเป้าหมายของรัฐบาล คือการเพิ่มจำนวนประชากรผู้ใช้สิทธิจาก ๑๓ ล้านคนขึ้นมาเป็น ๑๘ ถึง ๒๐ ล้านคน หรือว่า ประมาณ ๓๕ ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่พอเราไปดูการจัดสรรงบประมาณของกองทุนประชารัฐ สวัสดิการเรากลับค้นพบครับว่ามีการตั้งงบเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเพียงแค่ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น พอผมถามหน่วยงานนะครับว่าจะเอาเงินมาจากไหนหากงบที่ตั้งไว้ไม่พอจ่าย สวัสดิการประชาชน คำตอบที่ได้กลับมาครับก็คืองบกลาง

ตัวอย่างที่ ๒ คืนเงินอุดหนุนรายหัวด้านการศึกษา ถ้าเราย้อนไปตั้งแต่ก่อนที่ ครม. จะมีมติเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนเมื่อเดือนที่แล้วเราก็จะเห็นครับว่าแม้เราจะใช้ อัตรารายหัวอัตราเดิมมาใช้ในการคำนวณงบประมาณที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน หรือว่า สพฐ. นั้นได้จัดสรรไว้ก็ไม่ได้เพียงพอสำหรับนักเรียนทุกคนอยู่ดีครับ เพราะว่าในขณะที่นักเรียนในสังกัด สพฐ. คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ๐.๖ เปอร์เซ็นต์ แต่งบประมาณ ที่ถูกตั้งไว้กลับลดลงถึง ๓.๒ เปอร์เซ็นต์ พอผมถามหน่วยงานครับว่าจะเอาเงินมาจากไหน หากงบที่ตั้งไว้มันไม่พอจ่ายค่าเล่าเรียนให้กับนักเรียน คำตอบที่ได้กลับมาครับประธาน ก็คืองบกลาง

ตัวอย่างที่ ๓ ตัวอย่างสุดท้ายครับคืองบจัดการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีตัดสินใจลาออกแล้วยุบสภาในวันนี้นะครับผมจะไม่ติดใจเลยครับ หากเราต้องใช้งบกลางมาจัดการเลือกตั้ง เพราะหลังจากผ่านมา ๘ ปีเราต้องยอมรับครับว่า การที่ท่านจะอยู่ดี ๆ ตัดสินใจลาออกเช่นนั้นก็ต้องนับว่าเป็นปาฏิหาริย์หรือปรากฏการณ์ ที่เหนือการคาดการณ์และน่าจะเข้าข่ายเงื่อนไขการใช้งบกลางอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ก็คือในเมื่อสภาชุดนี้จะครบวาระ ๔ ปี ไม่เกินมีนาคมปีหน้า มันจะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ กกต. และสำนักงบประมาณนั้นไม่ตั้งงบสำหรับการเลือกตั้งไว้ใน งบประมาณปี ๒๕๖๖ หรือว่าท่านรู้อะไรที่ผมไม่รู้หรือเปล่าว่าทำไมปีหน้าถึงจะไม่มีการ เลือกตั้งตามวาระ แต่เช่นเคยครับ พอผมถามหน่วยงานว่าจะเอาเงินมาจากไหนในเมื่อไม่ได้ ตั้งงบจัดการเลือกตั้ง คำตอบที่ได้กลับมาก็คืองบกลาง ท่านประธานครับ คำตอบว่า งบกลาง งบกลาง งบกลาง มันก็อาจจะดีกว่าคำตอบว่า ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ สักเล็กน้อยนะครับ แต่ถ้าใน อนาคตทุกหน่วยงานเลือกที่จะตั้งงบอย่างไม่รอบคอบเช่นนี้แล้วหวังไปพึ่งงบกลางเอาดาบหน้า ต่อให้เราจะเอางบกลางของพลเอก ประยุทธ์ ๘ ปีย้อนหลังมารวมกันก็ยังไม่พอ การตั้ง งบกลางไว้สูงมันอาจจะทำให้เราสบายใจว่าเรามีงบพอสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินในแต่ละปี แต่ถ้าการตั้งงบกลางไว้สูงมันกลับไปส่งเสริมให้หน่วยงานชะล่าใจว่าถ้าตั้งงบไม่พอก็ขอจาก งบกลางได้เรื่อย ๆ สักวันหนึ่งโดยเฉพาะในปีไหนที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง ๆ เราอาจจะ ไม่มีงบเพียงพอสำหรับทุกความไม่รอบคอบ

องค์ประกอบที่ ๒ เข้าไปในสไลด์ (Slide) ถัดไป ต่อยอดจากคำอภิปรายของ ท่านศิริกัญญานะครับ คือเรื่องของความโปร่งใส จริงอยู่ว่าโดยระเบียบแล้วนายกรัฐมนตรีนั้น สามารถเบิกงบกลางมาใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบของสภา แต่ที่ผ่านมา เราก็ยังไม่เคยเห็นนายกรัฐมนตรีพยายามจะทำอะไรเพิ่มเติมเพื่อจะเพิ่มความโปร่งใสหรือว่า กระบวนการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับการใช้งบดังกล่าว ผมยอมรับว่าผมกังวลมากว่าหากเรา ไม่ทำอะไรงบกลางนี้ก็อาจจะถูกใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย หรือว่ายิ่งกว่านั้นถูกใช้ในการกลับมา คุกคามประชาชน อย่างที่หลายคนทราบดีครับ ต่อยอดจากการอภิปรายของ ส.ส. พิจารณ์ คณะกรรมาธิการของเราจากหลากหลายพรรคก็ได้ร่วมมือกันตัดงบประมาณของ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือว่า บช.ปส. ในการจัดซื้อสปายแวร์ เพกาซัส (Spyware Pegasus) มูลค่า ๓๕๐ ล้านบาท ที่เคยถูกนำมาใช้สอดแนมและละเมิดสิทธิ ความเป็นส่วนตัวของประชาชนที่เห็นต่างจากรัฐบาล แม้มันจะเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำเพื่อ ปกป้องประชาชน แต่ตอนแรกผมก็แอบกังวลแทนรัฐบาลไม่ได้เพราะว่าหากรัฐบาลมีเจตนา อันบริสุทธิ์ใจจริงที่จะใช้เครื่องมือดังกล่าวกับแค่ผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด ผมคิดว่ารัฐบาล ท่านก็คงรู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนมากที่โครงการนี้ไม่ได้รับการอนุมัติ และคงพยายามทำ ทุกวิถีทางที่ท่านทำได้เพื่อจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของท่านให้ประชาชนได้รับรู้ เพื่อพิสูจน์ ความบริสุทธิ์ใจท่านอาจจะเลือกเปิดเผยข้อมูลบันทึกการใช้งานย้อนหลังให้ประชาชนร่วมกัน เข้ามาตรวจสอบ หรือว่าท่านอาจจะเลือกตั้งคณะกรรมการสอบสวนย้อนหลังถึงข้อกล่าวหา ที่ประชาชนสงสัยก็ได้ แต่การที่ผมไม่เห็นท่านเป็นเดือดเป็นร้อนเลยกับเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ทำให้ผมกังวลขึ้นมาใหม่อีกครั้งครับ ก็หรือที่ท่านไม่เป็นเดือดเป็นร้อนกับการที่ บช.ปส. ถูกตัดงบในการซื้อเพกาซัส (Pegasus) ก็เพราะว่าท่านมีแผนจะใช้งบกลางนี่ล่ะไปซื้อแทน เพื่อหลบหนีสายตาประชาชนและการตรวจสอบของรัฐสภา ท่านประธานครับ ในเมื่อรัฐบาล ยังไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ถึงทั้งวินัยในการจัดทำงบประมาณและความโปร่งใสในการใช้ งบประมาณ ผมก็ยังไม่สามารถไว้วางใจให้เราตั้งงบกลางให้ พลเอก ประยุทธ์ไว้สูงเกินจำเป็น เช่นนี้ได้ แล้วผมจะขอเชิญชวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนให้สนับสนุนการปรับลด งบกลางในอัตรา ๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อร่วมกันยืนยันหลักการว่าการใช้งบประมาณของรัฐบาล ภายใต้ระบอบการปกครองแบบรัฐสภานั้นจำเป็นจะต้องถูกตรวจสอบโดยผู้แทนราษฎร ที่มาจากการเลือกตั้งให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ขอบคุณครับ