ศิริกัญญา วิจารณ์งบกลางไม่โปร่งใส เสนอลดใช้จ่ายฉุกเฉิน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕

ศิริกัญญา ตันสกุล ขอสงวนความเห็นเพื่อปรับลดงบกลางตามมาตรา 6 โดยตั้งข้อสังเกตเรื่องความไม่โปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะงบกลางและเงินสำรองจ่ายฉุกเฉิน พร้อมเปิดประเด็นการไม่เบิกจ่ายเงินเลื่อนขึ้นเงินเดือนข้าราชการและค่างานก่อสร้างมานานหลายปี รวมถึงวิพากษ์การใช้ดุลยพินิจในการอนุมัติโครงการที่ขาดนิยามชัดเจนและกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพจากสภา

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ จำเป็นที่จะต้องขอสงวนความเห็นเพื่อปรับลดงบประมาณในส่วนของงบกลางตามมาตรา ๖ นี้เพิ่มเติมนะคะ เนื่องจากว่างบกลางประกอบไปด้วย ๑๒ รายการด้วยกัน เวลาที่เราพูดถึง เราก็มักจะเจาะจงไปที่เรื่องของเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินจำเป็นหรือไม่ก็งบกลางในส่วนของ ค่าใช้จ่ายโควิด (COVID) เป็นต้น แต่ว่าเนื่องจากว่าดิฉันได้อ่านรายงานของสำนักงบประมาณ ของรัฐสภา เป็นรายงานเกี่ยวข้องกับงบกลางแล้วก็เลยได้แรงบันดาลใจแล้วก็ข้อมูลเพื่อที่จะ อภิปรายเพื่อตัดลดงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนของงบกลางค่ะ ในรายงานฉบับนี้มีการ ชี้ให้เห็นว่างบกลางมีปัญหาในเรื่องของความโปร่งใสใน ๓ เรื่องด้วยกัน ขอสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

แล้วก็ไปที่หน้าที่ ๒ เลยค่ะ ทั้งในส่วนของตัวกระบวนการพิจารณาของกระบวนการใช้จ่ายแล้วก็กระบวนการตรวจสอบ ความไม่โปร่งใสในเรื่องของกระบวนการพิจารณาก็คือว่าทางฝ่ายบริหารนี่ไม่เคยมีการให้ ข้อมูลที่จะประกอบการพิจารณาอนุมัติงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการใช้จ่ายหรือว่า ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการใช้จ่ายแล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงว่าการรายงานดิฉันคิดว่าในตัว งบกลางเองไม่ได้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ด้วยซ้ำไปว่าจะมีการที่จะใช้จ่ายแล้วเป็นไปตาม เป้าหมายหรือว่าตัวชี้วัดหรือไม่นะคะ ความไม่โปร่งใสในเรื่องของการอนุมัติการจัดสรร งบประมาณก็มีการใช้ดุลยพินิจค่อนข้างมากว่าโครงการใดเป็นโครงการเร่งด่วน เป็นโครงการ จำเป็น เป็นโครงการที่เกิดจากภัยพิบัติร้ายแรงอะไรต่าง ๆ คำเหล่านี้ต้องใช้การตีความ อย่างมาก ตัวอย่างเช่นที่ผ่านมามีการอนุมัติแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจตามวิกฤติโควิด (COVID) นี้ โครงการนี้มีลักษณะคล้ายกันเลย อย่างเช่น โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากมีการเบิกใช้ งบประมาณจากทั้งเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท จากเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ใช้จาก งบกลางทั้งสำรองจ่าย ฉุกเฉินจำเป็น และงบกลางที่เป็นส่วนของโควิด (COVID) ตรงนี้ ก็เป็นปัญหาของการใช้ดุลยพินิจค่อนข้างมากแล้วก็ไม่เคยมีการตั้งนิยามอย่างชัดเจนนะคะ ความไม่โปร่งใสประเด็นที่ ๓ ก็คือในกระบวนการตรวจสอบไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูล การใช้จ่ายงบประมาณต่อรัฐสภา ถ้ากรรมาธิการอยากได้ต้องไปขอข้อมูลกันเอาเองนะครับ แล้วการขอก็ไม่ใช่ว่าจะได้ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ที่ดิฉันเป็น กมธ. พิจารณางบนี่นะคะ ได้มีการขอรายการของการใช้จ่ายงบกลางก็ไม่ได้มีการส่งข้อมูลแต่อย่างใดนะคะ ปี ๒๕๖๖ ก็เลยใช้วิธีการขอไปแต่ละหน่วยงานเลยว่าแต่ละหน่วยงานได้รับการจัดสรรงบกลาง เป็นจำนวนเท่าไรแบบนั้นนี่เราก็เลยสามารถที่จะพิจารณาได้ แต่ว่าก็เป็นไปได้ด้วยความ ยากลำบาก พอมันไม่ได้มีความโปร่งใสแล้วมันเกิดอะไรขึ้นคะของสไลด์ (Slide) ถัดไปค่ะ ดิฉันคิดว่าในที่นี้ไม่มีใครทราบว่าเอาเข้าจริงแล้วงบกลางที่เป็นส่วนของเงินเลื่อน เงินเดือน เงินปรับวุฒิข้าราชการตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ถึงปี ๒๕๖๕ ไม่เคยมีการเบิกจ่ายเลยแม้แต่บาทเดียว ขอบคุณสำนักงบประมาณรัฐสภานะคะที่ทำข้อมูลชุดนี้มาให้เราได้เห็นกันเนื่องจากว่า มีแต่สำนัก งบประมาณรัฐสภาเท่านั้นที่ในสภาแห่งนี้ที่เข้าถึงระบบจีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS) ของรัฐบาลได้นะคะ ในส่วนของงบกลางเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ปี ๒๕๕๗-๒๕๖๕ ก็แทบจะไม่ได้มีการเบิกจ่ายและมีการเบิกจ่ายในปี ๒๕๖๔ นิดหน่อยเท่านั้นเอง ดังนั้นเรา เห็นได้เลยว่าถ้าเงินเลื่อนเงินเดือน เงินปรับวุฒิข้าราชการตั้งไว้ปีละหมื่นล้านบาท แถมยังโอน เปลี่ยนแปลงไปทำอย่างอื่นอีก แล้วไม่เคยเบิกจ่ายเลยแม้แต่บาทเดียว ปีนี้เราปรับลดลงได้ค่ะ ในส่วนของเงินชดเชยค่าก่อสร้างก็เช่นเดียวกันนะคะ แต่ว่าปีนี้อาจจะมีเงินเฟ้อที่ตั้งไว้ ๕๐๐ ล้านบาทก็ไม่มั่นใจว่าจะพอไหม แต่ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นเลยจนกระทั่ง มีรายงานของสำนักงบประมาณรัฐสภาขึ้นมา มาที่เงินสำรองจ่ายฉุกเฉินจำเป็น ขอหน้าถัดไป เช่นเดียวกันค่ะเป็นการติดตามตรวจสอบเป็นไปได้อย่างยากมากของปีงบประมาณ ๒๕๖๕ มีการอนุมัติไปตามมติ ครม. ไปแล้ว ๔๔,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นยังไม่พอค่ะยังต้องมา กลบเกลื่อนความผิดของรัฐบาลที่มีการตั้งเงินเดือนไว้ไม่พอจ่ายนะคะสำหรับปีนี้ ตอนนี้มีการ คาดว่าจะต้องนำเข้าไปอนุมัติจาก ครม. เป็นเม็ดเงินถึง ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันได้พูด เมื่อปีที่แล้วไปแล้วนะคะว่างบประมาณที่มันมีอย่างจำกัดแบบนี้ถ้าไม่ได้มีการปรับโครงสร้าง งบประมาณอย่างจริงจังวันหนึ่งมันอาจจะกระทบกับเงินเดือนของบุคลากรของท่าน ๆ ข้าราชการต่าง ๆ ก็เป็นได้แล้วมันก็เป็นจริง ๆ ปีที่แล้วเป็นปีที่เรามีงบประมาณค่อนข้างน้อย ก็คือลดลงเหลืออยู่แค่ ๓.๑ ล้านล้านบาทก็ไปกระทบกับเงินเดือนนะคะ แล้วตอนนี้ก็กำลัง จะไปควักจ่ายงบกลาง ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อวานนี้เองตามมติ ครม. บอกว่าจะจัดสรร งบกลางให้กับกองทุนน้ำมัน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ไม่รู้ว่าจะเอาจากไหนมา อาจจะต้อง เลื่อนไปถึงงบกลางปี ๒๕๖๖ ก็เป็นได้ เรามาดูกันค่ะว่า ครม. อนุมัติอะไรไปบ้างนะครับ มีฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานทำถนนใหม่ประมาณ ๔,๒๘๐ ล้านบาท มีการจัดการน้ำ ๒ รอบ เกือบหมื่นล้านบาท และมีโครงการที่ชื่อเสียงไม่ค่อยดีนะคะ มีการพูดกันในเวทีของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ๒ โครงการ ก็คือโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่ให้มหาวิทยาลัยไปจัดการ ๓,๕๖๖ ล้านบาทว่ามีการประชุมอย่างไม่โปร่งใส มีการเบิกจ่าย ที่ไม่ได้เป็นไปตามจริง และมีโครงการที่ใช้หนี้การบินไทยที่ ส.ส. รังสิมันต์ โรม ขออภัยที่เอ่ยนาม ได้อภิปรายไว้ว่าเป็นการใช้หนี้อย่างไม่ถูกต้องตามกระบวนการ ทีนี้พอมาดูการเบิกจ่าย อันนี้ก็เป็นเรื่องน่าตกใจอีกเช่นเดียวกันว่าเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินเร่งด่วนจำเป็นของเรา เบิกจ่ายต่ำมาก เพียงแค่เฉลี่ย ๕ ปี เพียงแค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ขอหน้าถัดไปค่ะ มีการตั้งไว้ มีการโอนเปลี่ยนแปลง เพราะว่า พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณให้อำนาจการโอน เปลี่ยนแปลงระหว่างรายการของงบกลางได้ เราก็จะเห็นว่ามีการโอนเปลี่ยนแปลงงบกลาง โดยที่เราไม่รู้เลยว่าโอนเปลี่ยนแปลงไปไหน เอาไปใช้ทำอะไร แถมการเบิกจ่ายก็ยังต่ำมาก ปี ๒๕๖๐ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๑ หนักมากค่ะ งบกลางเบิกจ่ายไป ๗ เปอร์เซ็นต์ ปีที่มันมีวิกฤติก็อาจจะมีการเบิกจ่ายเพิ่มขึ้นมาแต่ว่าก็ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งบกลางโควิด (COVID) ก็เช่นเดียวกันค่ะ มีการโอนเปลี่ยนแปลง หน้าถัดไปค่ะ มีการโอน เปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกันก็คือเป็นงบกลางโควิด (COVID) แต่ว่าโอนเปลี่ยนแปลงไป มันก็เอาไปใช้ในกิจการอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโควิด (COVID) แล้วด้วยซ้ำไป หน้าถัดไป หน้าสุดท้ายแล้วค่ะ ดังนั้นการจัดสรรงบประมาณมันควรจะต้องดูถึงความพร้อมของการ ดำเนินการแล้วก็ความไม่จำเป็นเร่งด่วนของโครงการด้วย ถ้าจำเป็นจริงมันจะต้องเบิกจ่าย ภายในปีได้อย่างครบถ้วน จึงเป็นที่มาค่ะว่าดิฉันจึงขอตัดลดงบกลางในทุกรายการลงเหลือ ๕๙๐,๐๔๖ ล้านบาทค่ะ ขอบพระคุณค่ะ