จิรายุ ห่วงทรัพย์ วิพากษ์การจัดทำงบประมาณแผ่นดินที่ไม่สอดคล้องกับเศรษฐกิจและมีการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำรัฐบาลรับผิดชอบโดยตรง ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้จ่าย ลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน และเพิ่มความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณและจัดซื้อจัดจ้าง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายค้านติดตามตรวจสอบการทำงานงบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในรายงานของคณะกรรมาธิการเขียนข้อสังเกตไว้มากพอสมควรผมจับเอามา หลากหลายประเด็น เพื่อที่จะให้สอดรับกับการแก้ไขในมาตรา ๕ ที่ผมระบุเพิ่มเติมไปว่าให้นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ จากเดิมท่านประธานที่เคารพครับเขียนเพียงแค่ กระทรวงการคลัง พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นนิติบุคคล บุคคลใดจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ส่วนใหญ่ ก็ลอยตัวกันนะครับ ผมจึงได้แก้ไขและขอสงวนความเห็นไว้ที่ระบุว่าให้นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ซึ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการเป็นรัฐมนตรี แล้วก็ยัง มีตำแหน่งอีกหลากหลายในกระทรวงการคลัง ท่านประธานที่เคารพครับ ภาพรวมของการ จัดทำงบประมาณปีนี้เป็นการจัดทำงบประมาณไม่สอดคล้องกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ของประเทศในปัจจุบัน เนื่องจากมีภาระชดเชยหนี้ภาครัฐเป็นจำนวนมาก ไม่ได้เขียนเอง กรรมาธิการเขาเขียนไว้ เพราะฉะนั้นที่ผมบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องรับผิดชอบด้วย ไม่ใช่บอกว่าเป็นของรัฐบาล เป็นเรื่องของ ครม. ผมไม่เกี่ยว ก็พวกท่านทั้งนั้นล่ะครับที่ช่วยกันทำงบประมาณแล้วก็ทำ งบประมาณแบบเทน้ำเทท่า ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ งบประมาณรายจ่ายส่วนใหญ่ เป็นงบรายจ่ายที่ต้องจ่ายตามกฎหมายหรืองบรายจ่ายที่ต้องผูกพันหากต้องการมีงบประมาณ เพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาในแต่ละปี มีความจำเป็นต้องหารายได้เพิ่มขึ้นและปรับโครงสร้าง งบประมาณ ทำไหมล่ะครับ เขียนกันไว้หน้า ๒๓๔ ท่านคณะกรรมาธิการทำกันไหมครับ รัฐบาล ต่อมาท่านประธานครับ ควรปรับปรุงกระบวนการใช้เงินนอกงบประมาณให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น สวาปามกันมูมมามมากไม่เคยเจอมาก่อน ผมเป็นผู้แทนมาหลายครั้ง มาหลัง ๆ นี้อาการหนักท่านประธานครับ คุยกันนอกห้องบ้าง ในห้องบ้าง เหยียบเท้ากันจน หัวแม่โป้งบวมกันไปหมดแล้ว ๑.๔ การใช้จ่ายงบกลางหน่วยงานควรใช้กรณีเฉพาะฉุกเฉิน หรือไม่ได้คาดไว้ล่วงหน้าเท่านั้นเพื่อความโปร่งใส ๑.๕ หน่วยงานที่มีภารกิจเหมือนกัน หรือคล้ายคลึงกัน ควรมีการควบรวมหน่วยงานกันหรือบูรณาการกันหรือแบ่งแยกภารกิจกัน ให้ชัดเจนเพื่อลดความซ้ำซ้อน ท่านประธานกรรมาธิการท่านอาคมครับ ท่านเคยคิดจะแก้ไข บ้างไหมครับ เมื่อสักครู่ผมอภิปรายไปแล้วหลายกรมนั้นใช้เงินทับซ้อนกันมากโขเลย บางกรมนี้ ทำงานกันเหมือนกันเป๊ะ เวลาไปประชุมกัน ไปเจรจาความ ๓ กรม ผมพูดไปแล้วแค่แบนเดียว ก็เมาแย่แล้ว นี่ ๓ กรม ท่านประธานครับ หน่วยงานที่มีภารกิจเหมือนกัน คล้ายคลึงกัน ควรจะมีการควบรวมหน่วยงานหรือแบ่งแยกภารกิจให้ชัดเจนเพื่อลดความซ้ำซ้อนและ ประหยัดงบประมาณของประเทศ ทำไหมล่ะครับ อธิบดีคนนั้นเข้ามาขอ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ตัดนิดเดียวขนหน้าแข้งร่วงเลยนะครับ ต่อมาท่านประธานครับ ๑.๖ การจำแนกมาตรา ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ควรสอดคล้องกับเอกสารงบประมาณเพราะอะไรรู้ไหมครับ อธิบดีบางคน ปลัดกระทรวงบางคนเข้ามาให้ลูกน้องทำ ผมนี้นั่งเป็นกรรมาธิการงบประมาณ มาหลายครั้ง ยังไม่รู้เลยว่าลูกน้องเขียนผิดมา อย่างนี้มันต้องจัดให้กลับไปเป็นคนชงกาแฟ อย่าให้เป็นอธิบดี อย่าให้เป็นปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อายเขา ท่านประธานครับ ทุกหน่วยงานควรศึกษาระเบียบกฎหมายและความเหมาะสมของงบประมาณที่เสนอขอรับ จัดสรรงบประมาณ ท่านประธานกรรมาธิการงบประมาณก็ได้แต่พูดในบันทึกแบบนี้ เคยบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรมไหมครับ ท่านเคยตรวจไหมครับว่ากระทรวง ทบวง กรม อะไรต่าง ๆ มันไม่ได้ทำแบบนี้ไหม ปีหน้าก็อย่าให้ขึ้น ๒ ขั้น ไม่ใช่ว่าขึ้นอธิบดีแล้วจะต้องไป เป็นรองปลัด ไปเป็นปลัดกระทรวง มันน่าเขียนกฎหมายเป็นอธิบดีแล้วยังชัวร์ (Sure) ไม่มั่วนิ่มต้องให้ขึ้น แต่ถ้าไม่ชัวร์ (Sure) แต่แถมมั่วนิ่มด้วย อันนี้ต้องลดระดับลง ท่านประธานครับ นี่เป็นข้อสังเกตของท่านทั้งนั้นนะครับ ผมอ่าน ไม่หมดมันเยอะมาก ผมก็หยิบมาบางอันครับ สำนักงบประมาณควรวางแนวทางในการขอรับ การจัดสรรงบประมาณรายการครุภัณฑ์นอกบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ให้มีมาตรฐาน และความเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ฮั้วประมูลเยอะ คู่เทียบท่านรัฐมนตรีเคยไปดูไหม บางบริษัทมันเคยเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด พอมันสนิทกับข้าราชการระดับสูงเดี๋ยวนี้มันเป็น บริษัทจำกัด เขียนสเปก ทีโออาร์ (Spec TOR) เขียนคู่เทียบกัน ท่านเคยให้สายสืบลงไปดู บ้างไหมครับว่าแต่ละบริษัทมันมีลักษณะเป็นตึกแถวแต่มันมารับงานราชการ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทได้หรือ จิรายุก็บริษัทเขาทำเอกสาร โรงงานก็อาจจะมีที่อื่น ไม่ว่ากันครับ ที่ผมถึงบอกอย่างไรครับว่ามาตรา ๕ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องมารับผิดชอบนะครับ รองนายกรัฐมนตรีที่คุมโน่น คุมนี่ให้นโยบายอย่างเดียว อ้ายพวกนี้ชอบอ้าง โอ้โฮ บางคน อ้างบิ๊กป้อมจนน่าเกลียด ก็ไม่เป็นอะไร ก็ผมบอกอย่างไรครับว่าบางเรื่องผู้หลักผู้ใหญ่ รู้หรือเปล่าผมไม่แน่ใจ ท่านประธานครับ ต่อนะครับ กระบวนการพิจารณางบประมาณ ต้องเปิดเผยโปร่งใส ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และคณะกรรมาธิการวิสามัญ ควรได้รับข้อมูลจากหน่วยงานก่อนการประชุมพิจารณางบประมาณ มากันที ๑๐ ลัง แต่ละกระทรวง แต่ละกรม ยกลังมาให้ ปัดโธ่เอ้ยแค่การ์ตูนขายหัวเราะ ๕๐ กว่าหน้ายังอ่าน ไม่ครบเลย ฟุตโน้ต (Footnote) มาไหม คัดย่อมาบ้างไหม และอธิบายบ้างไหม แต่ผมชื่นชม ทางสำนักวิชาการของสภา ผมใช้วิธีการในการอ่านข้อมูลของสำนักวิชาการ และขอบคุณ ท่านเลขาธิการสภานะครับ ท่านประธานครับ ที่ผมพูดเช่นนี้เพื่อเตือนสติให้กับรัฐบาลในช่วง เทกระจาดล็อต (Lot) สุดท้าย ตลาดปิดแล้ว ตลาดวายแล้ว งบปี ๒๕๖๖ จบแล้วจบกัน จะไปเจรจาต่อรองอะไรกัน บางคนทำก่อนเกษียณ บางคนเตรียมไว้รับขึ้นเป็นปลัดบ้าง บางคนเตรียมไว้เลือกตั้งหมดแล้ว ปี ๒๕๖๖ ต่อไปนี้จบข่าว ผมจึงบอกท่านประธานครับว่า มาตรา ๕ ผมสงวนความเห็น และผมติดใจมากเลยครับ จึงต้องบัญญัติเพิ่มเติมไปครับว่า ไม่ใช่ว่าอะไรก็โยนแต่กระทรวงการคลังครับ ท่านนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีรับ และรัฐมนตรีว่าการต้องมีสิทธิติดคุกไปพร้อม ๆ กัน ถ้าจัดทำงบประมาณแบบแยบยล นนทการ ผมจึงฝากท่านประธานนะครับว่าผมไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในมาตรา ๕ และขอสงวนความเห็นในการแปรญัตติ ขอบพระคุณครับ