ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2566 ที่มีวงเงินสูงถึง 3.185 ล้านล้านบาท โดยเสนอให้ปรับลดลง 10 เปอร์เซ็นต์ พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการใช้งบเกินดุลต่อเนื่อง การจัดสรรงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และการเน้นใช้จ่ายในงบบุคลากรและสวัสดิการเฉพาะกลุ่มแทนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของโครงการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนที่ไม่คุ้มค่า และเรียกร้องให้ชี้แจงการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนเข้าใจบริบทการคลังโดยรวม พร้อมเน้นย้ำถึงปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อน การเพิ่มขึ้นของหนี้ภาครัฐ และความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงงบประมาณ จึงเสนอให้ตัดลดงบเพื่อคืนทรัพยากรสู่ประชาชนอย่างมีเหตุผลและเป็นธรรม
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขอใช้สิทธิในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้แปรญัตติในมาตรา ๔ ของพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๖ ครับ แต่ก่อนที่ผมจะเข้าสู่เนื้อหาครับก็ต้องเรียนท่านประธานว่าท่านประธานกรรมาธิการได้กรุณา ตอบยืนยันว่าจะไม่ปรับลดใดต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าเป็นการตอบที่เร็วไปสักนิดหนึ่ง ที่ท่านควร จะฟังตัวแทนของประชาชนโดยเฉพาะผู้แปรญัตติให้ครบถ้วนก่อนว่าเขามีเหตุผลมีเงื่อนไข มีหลักเกณฑ์ มีหลักการประการใดที่คิดว่ายังจำเป็นที่จะต้องขอให้มีการปรับลดงบประมาณ ของปี ๒๕๖๖ ท่านประธานครับ ผมขอใช้กรอบของกรรมาธิการท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ ในการอภิปราย ในการปรับลดงบประมาณที่พูดถึงเรื่องของภาพกว้าง ภาพใหญ่ ภาพไกล แล้วก็ภาพรวมครับ ในภาพกว้างครับงบประมาณประจำปี ๒๕๖๖ นั้นอยู่ที่วงเงิน ๓.๑๘๕ ล้านล้านบาทเศษ ผมขอปรับลดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นวงเงิน ๓๑๘,๕๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งอยู่ในกรอบครับ แล้วอยู่ในกรอบที่ถึงแม้ท่านอาจจะบอกว่ามี การตัดงบประมาณลงไปบางส่วนประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น แต่ก็ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่ผมได้กรุณาขอยืนยันว่าจำเป็นที่จะต้องขอให้มีการปรับลดครับ พวกเรา เติบโตมาครับในยุคสมัยที่งบประมาณในขณะที่พวกผมเป็นวัยหนุ่มสาวนั้นมีงบประมาณทั้งปี ไม่ถึง ๑ ล้านล้านบาทเศษด้วยซ้ำเติม พวกผมเติบโตมาในยุคที่ประเทศไทยยังมีการใช้ งบประมาณที่เรียกว่างบประมาณเกินดุล และในบางช่วงเวลาก็มีการใช้งบประมาณที่เรียกว่า งบประมาณสมดุล ผมยังคลางแคลงใจ ว่าถึงแม้หลายปีที่ผ่านมาเราจะมีการใช้งบประมาณในการขาดดุลมาโดยตลอดซึ่งบางครั้ง ตัวเลขขึ้นไปถึง ๓.๓ ล้านล้านบาทเศษ ผมก็ต้องถามแทนพี่น้องประชาชน ซึ่งโจทย์แรก ท่านยังไม่เคยอธิบายในภาษาที่คนโดยทั่วไปเข้าใจว่าในขณะที่พวกเรามีการจัดเก็บรายได้อยู่ที่ ๒.๖ ล้านล้านบาทเศษ ตัวเลขบวกลบนิดหน่อยไม่มากไม่เกินไปกว่านั้น แต่เราจำเป็นต้องใช้ จ่ายถึง ๓.๑๘๕ ล้านล้านบาทนั้น ตกลงแล้วท่านต้องใช้วิธีการกู้ ท่านต้องใช้วิธีการหาเงิน ท่านต้องใช้วิธีการเอาเงินในอนาคตที่เป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปจ่ายหนี้สาธารณะ ถึงแม้เราอาจจำเป็นที่จะต้องใช้การใช้งบประมาณแบบขาดดุลแบบนี้ในการแก้ไขปัญหาของ ประเทศ แต่ตกลงแล้วในภาพกว้างดังกล่าวนั้นท่านชี้แจงให้พี่น้องประชาชนที่ฟังภาษา ไม่ได้เข้าใจคำว่า วินัยการเงินการคลัง ไม่ได้เข้าใจคำว่า พ.ร.บ. งบประมาณ ไม่ได้เข้าใจคำว่า หนี้สาธารณะ นั้นจะเข้าใจได้อย่างไรถึงเหตุผลความจำเป็น และประเทศไทยมีแนวโน้ม จะต้องใช้งบประมาณในการขาดดุลแบบนี้ไปถึงเมื่อไร อย่างไร นั่นเป็นกรณีของภาพกว้างครับ
ในกรณีของภาพใหญ่ เมื่อพูดถึงพื้นที่ทางการคลังครับ เมื่อผมดูรายละเอียด แล้วพบว่าในพื้นที่ทางการคลังโดยแท้มีการใช้งบประมาณอยู่ที่ประมาณ ๒๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ท่านอาจจะพูดถึงงบกลางอีกประมาณเกือบ ๆ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขประมาณ ๑ ใน ๕ ของงบประมาณทั้งหมด แต่ว่าทั้งหมดทั้งมวลเงินจำนวนมาก ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ทางการคลังที่ควรเป็นภาพใหญ่ของอนาคตของประเทศ แต่ไปอยู่ในเรื่อง ของบบุคลากร ไปอยู่ในเรื่องของงบผูกพัน ไปอยู่ในเรื่องของงบสวัสดิการ ซึ่งคำถามของ งบสวัสดิการนั้นก็ถูกตั้งคำถามมาโดยตลอดว่าวันนี้ในสถานการณ์แบบนี้ประเทศไทย ยังจำเป็นที่จะต้องมีสวัสดิการในลักษณะที่เป็นสวัสดิการจำเพาะเจาะจงให้กับบางกลุ่ม มากน้อยขนาดไหน เพียงใด ผมไม่ได้พูดถึงสวัสดิการที่พี่น้องประชาชนจะได้รับแบบถ้วนหน้า แต่ผมพูดถึงสวัสดิการซึ่งแม้กระทั่งกรณีของรถควบคุมสั่งการหรือรถประจำตำแหน่ง ในหน่วยราชการอื่นนั้นถือเป็นงบสวัสดิการที่จำเป็นต้องพูดถึงหรือไม่ โดยเหตุผลดังกล่าว จะเห็นได้ว่างบประมาณภาพใหญ่นั้นไม่ได้นำไปสู่ในการแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับพี่น้อง ประชาชน เคยมีงบกลางที่ผ่านกระทรวงการอุดมศึกษาไปสนับสนุนให้วิสาหกิจชุมชน ขอเงินมาใช้ที่นำไปสู่การเพิ่มปัจจัยการผลิตที่ผมเคยอภิปรายคร่าว ๆ ในการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ไปบอกกับพี่น้องประชาชนวิสาหกิจชุมชนที่จังหวัดพะเยาว่าคุณจะได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อวิสาหกิจชุมชน แต่ท้ายที่สุดปัจจัยการผลิตที่ให้ไปคือไก่ ๖๐ ตัว พี่น้องประชาชนเขาฝาก มาเลยครับ อย่าดูแคลนเขาว่าเป็นคนโง่ ไม่ใช่เขาคิดไม่เป็นว่าไก่ ๖๐ ตัวนั้นราคาเท่าไร ไม่ใช่เขาคิดไม่เป็นว่ากระชังปลานั้นราคาเท่าไร แล้วทั้งหมดทั้งมวลนั้นไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท นั่นคือประเด็นภาพใหญ่ที่เราจำเป็นต้องทบทวนว่าตกลงเรากำลังเดินหน้าการแก้ไขปัญหา ในพื้นที่ทางการคลังในแบบใด ประการใด ซึ่งผมเห็นว่าบางส่วนนั้นท่านก็เขียนในข้อสังเกต
ในกรณีของภาพไกลนะครับ ท่านสมาชิกหลายท่านพูดถึงในอนาคต หรือฉากทัศน์ของประเทศไทยชัดเจนว่าเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่วันนี้เรากำลัง ยังหาตัวเลขกันอยู่เลย เลิกกันสักทีเถอะครับ พวกบิ๊กดาตา (Big Data) พวกแมปปิง (Mapping) ใด ๆ ต่าง ๆ ที่ทำข้อมูลกันซ้ำแล้วซ้ำอีก สำนักงานสถิติท่านก็ทำข้อมูลแบบหนึ่ง สำนักงานที่สำมะโนประชากรก็มีข้อมูลแบบหนึ่ง กระทรวงนั้นกระทรวงนี้ก็มีข้อมูลแบบหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าท้ายที่สุดไม่ได้ตอบโจทย์ในประเด็นเรื่องของภาพไกลในการมองประเทศอย่างไร และแน่นอนครับ ภาพไกลดังกล่าวยังรวมถึงหนี้ภาครัฐที่มีมากขึ้นในทุก ๆ ปี แล้วผมไม่มั่นใจ ว่าในหนี้ภาครัฐดังกล่าวนั้นพี่น้องประชาชน ลูกหลานของเราในอนาคตจะต้องแบกรับอีก เป็นจำนวนเท่าไร ในท้ายที่สุดท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลและบางประเด็นที่ผมได้นำเรียน ดังกล่าวข้างต้น ผมคิดว่าสำหรับพรรคก้าวไกลนั้น พรรคก้าวไกลเรามองงบประมาณ แบบก้าวไกลว่าต้องกระจายไม่กระจุก ต้องตอบโจทย์ทุก ๆ ปัญหา สวัสดิการต้องถ้วนหน้า และปวงประชาต้องเข้าถึงการใช้งบประมาณได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้น งบประมาณที่เราตั้งไว้ในปี ๒๕๖๖ มิได้ตอบโจทย์ดังกล่าวแต่ประการใด ด้วยเหตุผลทั้งหมดนั้น ผมคิดว่าในภาพรวมยังยืนยันที่จะขอตัดลดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในวงเงิน ๓๑๘,๕๐๐ ล้านล้านบาท เพื่อคืนความสุขให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง ขอบคุณครับท่านประธาน