วิษณุ แจงความคืบหน้าสอบทุจริต 15 ราย-ปิดบางคดีไม่เกี่ยวข้อง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕

วิษณุ เครืองาม ชี้แจงความคืบหน้าการตรวจสอบหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกรณีทุจริต โดยเฉพาะจากสำนวนที่คณะกรรมการชุดอาจารย์วิชาส่งต่อตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้ ป.ป.ท. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ ทั้งการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ที่อยู่ระหว่างไต่สวนข้อมูล 15 รายจาก 19 ราย การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของอัยการสูงสุดที่ส่งผลให้รองอัยการสูงสุดต้องออกจากราชการ การพิจารณาเป็นคดีพิเศษโดยดีเอสไอ การตรวจสอบมรรยาททนายความ และการสอบข้าราชการตำรวจที่บางรายยังต้องสอบเพิ่มเติม คาดว่าจะสรุปได้ภายในเดือนสิงหาคม

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มา ตอบกระทู้ถามในวันนี้ ความจริงท่านผู้ถามได้สรุปเหตุการณ์ความเป็นมาของเรื่องไว้ค่อนข้าง ชัดเจนแล้วก็มันเป็นข้อเท็จจริงเดียวกับที่รัฐบาลมีอยู่ในเวลานี้ กระทู้นี้ได้ตั้งคำถามไว้ เมื่อประมาณ ๕ เดือนที่แล้ว แต่ด้วยเหตุบางอย่างจึงได้มาตอบกันในวันนี้ ความจริงหลังจาก วันที่ท่านได้ตั้งกระทู้ถามเมื่อ ๕ เดือนก่อนนั้น มันก็มีเหตุการณ์บางอย่างได้พัฒนาคืบหน้ามา ซึ่งท่านผู้ถามก็อาจจะได้ทราบจากสื่อมวลชนหรือเรื่องสถานการณ์ภายนอกอยู่แล้ว ขออนุญาตกราบเรียนว่าสำหรับคำถามข้อที่ ๑ ที่ถามเรื่องความคืบหน้าในเรื่องนี้นั้น ขอสรุป ให้ทราบในเบื้องต้นดังนี้ครับท่านประธานว่า หลังจากที่คณะกรรมการชุดท่านอาจารย์วิชา มหาคุณ ได้ดำเนินการตรวจสอบเสร็จก็ได้ส่งเรื่องมาให้รัฐบาลตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ รัฐบาลก็ได้ มอบให้สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ท. หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตในภาครัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในฝ่ายบริหารเป็น เจ้าภาพรับไปดำเนินการประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็ได้มีการประสานไปยัง หน่วยงานที่เขามีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ ๕ หน่วยงานด้วยกัน เพราะฉะนั้นถ้าจะถามถึงความ คืบหน้าก็คือความคืบหน้าที่ ๕ หน่วยงานนั้นได้ดำเนินการ

หน่วยงานที่ ๑ ก็คือได้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีอำนาจสูงสุด ในการตรวจสอบเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับเรื่อง มามีรายชื่อที่จะต้องตรวจสอบทั้งหมด ๑๙ รายชื่อ ตามบันทึกการตรวจสอบของชุด ท่านอาจารย์วิชา แต่ในจำนวน ๑๙ รายชื่อนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่ามีผู้ที่ควรจะกัน เอาไว้เป็นพยาน ๒ คน แล้วก็ยังมีคนที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องในขณะนี้อีก ๒ คน จึงได้ตัดออก ไปก่อน ๔ คน เหลืออยู่ ๑๕ คนจาก ๑๙ ซึ่ง ๑๕ ชื่อนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับเรื่องไว้ ไต่สวน โดยไม่มอบให้คณะอนุกรรมการชุดใดดำเนินการแต่ใช้อำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ช. เต็มคณะเป็นกรรมการไต่สวนด้วยกันทั้งสิ้นซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวน อาจจะมีความ คืบหน้าบางอย่างแต่ว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่สามารถที่จะไปล่วงรู้หรือไปสอบถามได้ ที่จริง ก็เคยมีการสอบถามเป็นระยะ ๆ ก็ได้คำตอบว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่ นั่นเป็นกรณีของ สำนักงาน ป.ป.ช หน่วยงานที่ ๑

หน่วยงานที่ ๒ ก็คือส่งเรื่องไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบพบว่า มีผู้ที่เป็นอัยการอยู่ในค่ายที่ควรจะตรวจสอบ สำนักงานอัยการสูงสุดได้ตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาตรวจสอบอยู่นานพอสมควร แล้วก็ได้มีมติเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ภายหลังวันที่ท่าน ผู้ตั้งกระทู้ได้ตั้งกระทู้ถามแล้ว แต่ข้อเท็จจริงนี้ก็เป็นที่รู้กันอยู่ในทางสื่อมวลชนแล้วว่า สำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งลงโทษทางวินัยบุคคลหนึ่งซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองอัยการ สูงสุดแต่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ให้ออกจากราชการ ส่วนอีกคนหนึ่งสำนักงานอัยการสูงสุด อยู่ระหว่างการตั้งกรรมการตรวจสอบวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ปรากฏผลการ ตรวจสอบในส่วนนั้นและยังไม่ได้มีการสั่งลงโทษ แต่ก็อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ

หน่วยงานที่ ๓ ที่ได้มีการสอบถามไปก็คือกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ที่เรียกว่าดีเอสไอ (DSI) เรื่องนี้รัฐบาลก็ได้ส่งรายชื่อทั้งหมดไปให้ทางนั้นได้ตรวจสอบเพื่อจะ ขอให้รับเป็นคดีพิเศษและดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ ในชั้นต้นคณะอนุกรรมการ กลั่นกรองเรื่องคดีพิเศษได้เสนอมายังคณะกรรมการคดีพิเศษว่ายังไม่มีเหตุที่จะรับเรื่องนี้ ไว้เป็นคดีพิเศษ เพราะว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่นตามปกติแต่คณะกรรมการ คดีพิเศษเห็นว่าที่จริงน่าจะมีเหตุควรรับเป็นคดีพิเศษได้จึงได้ชี้ประเด็นบางประเด็นให้ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองไปตรวจสอบเพิ่มเติม แล้วรายงานกลับมายังคณะกรรมการ คดีพิเศษในการประชุมคราวต่อไปคือคราวถัดจากครั้งนั้นซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึงวงรอบของ การประชุม ก็อีกไม่กี่วันนี้ล่ะครับก็จะถึงวงรอบแล้ว ก็จะได้มาพิจารณากันเรื่องจะรับเป็น คดีพิเศษหรือไม่

หน่วยงานที่ ๔ ที่ส่งเรื่องไปก็คือสภาทนายความ เพราะเรื่องนี้มีผู้ที่เป็น ทนายความเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ ๑ ราย เป็นผู้ที่ได้ยื่นคำร้องร้องเรียนไปยังที่ต่าง ๆ ขอความ เป็นธรรมให้แก่ผู้ต้องหาในคดีนี้ซ้ำ ๆ ซาก ๆ หลายครั้ง สภาทนายความได้ตั้งคณะกรรมการ มรรยาททนายความขึ้นมาดำเนินการตรวจสอบ แต่ผู้ถูกตรวจสอบที่เป็นทนายความก็ไม่ได้ให้ ความร่วมมือได้เบี่ยงบ่ายอ้างว่าเป็นกรณีที่สถานการณ์โควิด (COVID) กำลังระบาดบ้าง ติดภารกิจบ้าง ก็ผัดผ่อนกันมาหลาย ครั้งสุดท้ายก็ได้ขอยื่นเอกสารบางอย่างซึ่งเอกสารนั้น จะต้องไปเรียกมาจากสำนักงานอัยการสูงสุด คณะกรรมการมรรยาททนายความก็ดำเนินการ ติดต่อประสานไปแล้วก็ได้สั่งไปว่าในที่สุดจะปิดสำนวนตรวจสอบภายในอีกไม่กี่วันนี้ เข้าใจว่า ภายในเดือนสิงหาคมนี้ถ้าหากท่านผู้ที่ถูกกล่าวหา คือทนายความนั้นไม่มาและไม่มาให้ ถ้อยคำใด ๆ ก็จะชี้ขาดไปฝ่ายเดียว นั่นก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง

หน่วยงานที่ ๕ ส่วนสุดท้ายก็คือส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องนี้มีชื่อที่ปรากฏอยู่ในสำนวนการตรวจสอบของชุดท่านอาจารย์วิชา เป็นนายตำรวจ ตั้งแต่ยศพันตำรวจเอกลงมาอยู่หลายราย แล้วก็เป็นพันตำรวจเอกได้ส่งไปยังสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้นก็ได้ตั้งประเด็นออกเป็น ๓ เรื่อง ๑. ให้สอบในทางวินัย ๒. ให้สอบในทางอาญาและ ๓. ให้ดำเนินการแก้กฎระเบียบต่าง ๆ ตามคำแนะนำของกรรมการชุดท่านอาจารย์วิชาเพื่อทำให้การดำเนินกระบวนการในชั้น ตำรวจเป็นไปด้วยความเรียบร้อยราบรื่นไม่เกิดปัญหาเหมือนกับในเวลาที่ผ่านมาที่อาจเป็น ช่องว่างอยู่ คณะกรรมการทางฝ่ายตำรวจซึ่งมีท่านจเรตำรวจแห่งชาติเป็นประธานและ อาจจะมีกรรมการชุดอื่นอีกหลายชุดได้มีมติว่าให้ยุติเรื่องสำหรับการตรวจสอบนายตำรวจ บางรายด้วยเหตุผลบางอย่าง ซึ่งก็ชัดเจนอยู่ในสำนวนว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้เป็น การดำเนินการไปตามขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่ได้รายงานมา ขณะเดียวกันก็มีนายตำรวจยศพันตำรวจเอกบางรายที่ยังต้องตรวจสอบพยานหลักฐานต่าง ๆ เพิ่มเติมจึงยังไม่สามารถจะยุติได้ในขณะนี้ ส่วนนายตำรวจชั้นพันตำรวจเอกโดยเฉพาะท่านที่ ท่านผู้ตั้งกระทู้ถามได้เอ่ยชื่อไปนั้น มันมีข้อหาบางข้อหาที่คณะกรรมการได้ตรวจสอบและ เห็นว่าไม่น่าจะเป็นความผิดให้ยุติไปได้บางข้อหา แต่บ้างข้อหานั้นน่าจะมีมูลที่จะต้อง ตรวจสอบต่อไปให้ได้ความชัดเจนแล้วก็จะได้พิจารณาว่าจะลงโทษทางวินัยหรือไม่ประการใด ต่อไป ทั้งหมดนี้คือความคืบหน้าที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่ ๑ มีนาคมอันเป็นวันที่ท่านได้ตั้งกระทู้ ถามมา แต่หลายเรื่องมันยังไม่จบในเวลานี้แต่คำตอบอาจจะมีได้ภายในเดือนนี้ เพราะว่า หลายหน่วยงานก็ได้ตอบกลับมาที่สำนักงาน ป.ป.ท. ของฝ่ายบริหารแล้วเข้าใจว่าจะสามารถ เร่งรัดและปิดสำนวนได้ในไม่กี่วัน คำว่าไม่กี่วันก็คือตามวันที่ที่เขาตอบมาเมื่อคำนวณแล้วก็ คงจะเป็นในเดือนสิงหาคมนี้ครับ