ธีรัจชัย ถามนายกฯ คดีอยู่วิทยา ขอเร่งจับดำเนินคดี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕

ธีรัจชัย พันธุมาศ ตั้งกระทู้ทวงความยุติธรรมในคดีรถชนตำรวจเสียชีวิตของนายวรยุทธ อยู่วิทยา พร้อมเปิดโปงการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมโดยระบบเครือข่ายอำนาจที่ช่วยเหลือผู้ต้องหา พร้อมเรียกร้องให้ติดตามดำเนินคดีทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เกี่ยวข้องทั้ง 8 กลุ่มอย่างจริงจัง

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้เร่งรัดการติดตามจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่มีการได้ขับรถเฟอร์รารี (Ferrari) พุ่งชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ถึงแก่ความตายโดยไม่หยุดรถทันทีหลังจากชนผู้ตาย เรื่องนี้เป็นที่สนใจของประชาชนเนื่องจากว่าผู้ขับรถชนนั้นเป็นคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและ สังคมระดับสูง และต่อมามีการสั่งฟ้อง ตำรวจสั่งฟ้องไปยังอัยการ และมีการร้องเรียนถึง ๑๓ ครั้ง มีการเปลี่ยนความเร็วจากเดิมเป็น ๑๗๗ กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการขับรถเร็ว มาเป็น ๗๙.๒๓ กิโลเมตรต่อชั่วโมง การร้องเรียนขอความเป็นธรรม ๑๓ ครั้ง กับผู้ต้องหาก่อน ครั้งที่ ๑๔ กระบวนการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ตั้งคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ เข้ามาโดยเปลี่ยนแปลงความเร็วจาก ๑๗๗ กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เป็น ๗๙.๒๓ กิโลเมตรต่อชั่วโมง สืบเนื่องกันมาและก็มีการทำสำนวนการสอบสวน ขึ้นมาในการศึกษาข้อเท็จจริงว่าดาบวิเชียรนั้นเป็นผู้ประมาทเอง มีการส่งเรื่องให้อัยการ ครั้งที่ ๑๔ มีการเปลี่ยนตัวของตำรวจและรองอัยการสูงสุด โดยให้รองอัยการสูงสุดคนใหม่ และตำรวจซึ่งจะคัดแย้งย้ายออกไป เอาตำรวจคนใหม่เข้ามา หลังจากนั้นมีการสั่งไม่ฟ้องคดี เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนใจของบุคคลทั้งประเทศว่าคนที่มีฐานะร่ำรวย มีเศรษฐกิจระดับสูง จะต้องไม่ผิดเลยหรือ คนที่ยากจนอยากไร้ประชาชนทำทุกเรื่องผิด บางทีผิดมากกว่าที่กระทำอีก บางที่จุดนิดเดียวข้อหาก็มี แต่คนทำผิดเรื่องแค่นี้ไม่สามารถเอาตัวมาดำเนินคดีได้ เรื่องนี้มี การย้ายนายตำรวจที่คุม ตำรวจระหว่างประเทศออกเพราะตำรวจนั้นไปออกหมาย แดงที่จะให้จับกลุ่มทั่วประเทศ และตอนหลังก็เปลี่ยนเป็นหมายที่เฉพาะข้าราชการดูได้ เรื่องนี้ต่อมาเมื่อมีการคัดค้านมากทางนายกรัฐมนตรีได้ตั้งนายวิชา มหาคุณ เป็นคณะทำงาน ของนายกรัฐมนตรีให้ศึกษา เขาใช้เวลา ๓๐ วัน คณะนี้ติดตามมาสรุปไว้ว่ามีการร่วมมือกัน อย่างเป็นระบบของเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ทนายความ พยาน และบุคคลทั่วไปในการเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการดำเนินคดีมาจนถึงปัจจุบันโดยใช้ช่องโหว่ ทางกฎหมาย ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อิทธิพลบังคับและสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และมีข้อเสนอ ให้ดำเนินคดีอาญาและลงโทษทางวินัยคน ๘ กลุ่ม คือ ๑. พนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง กับสำนวน ๒. พนักงานอัยการที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ๓. ผู้บังคับบัญชาที่แทรกแซง การปฏิบัติหน้าที่ ๔. สมาชิก สนช. ซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ ๕. ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองที่แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ ๖. ทนายความซึ่งกระทำผิดกฎหมาย ๗. พยาน ซึ่งให้การเป็นเท็จ ๘. ตัวผู้ใช้ผู้สนับสนุนและการกระทำผิดดังกล่าว เมื่อปี ๒๕๖๔ ผมได้ อภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจเรื่องนี้วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ได้ถามโดยละเอียดแต่ไม่มีอะไร คืบหน้า ต่อมาวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ตัวกระผมก็ได้ถามกระทู้เรื่องนี้ติดตามผล ดำเนินการเรื่องการจะนำคนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด นายวรยุทธ อยู่วิทยา และการติดตาม ตัวต่อท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ส่งท่านรองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม ขออนุญาตเอ่ยนามเข้ามาชี้แจง แต่ไม่ได้ชี้แจงอะไรที่เป็นมรรคเป็นผลในการติดตามตัว ในการดำเนินคดีผู้กระทำผิดอะไรเลย ซึ่งสร้างความรู้สึกไม่สบายใจและไม่พอใจกับประชาชน เป็นอย่างมากที่ฟังการตอบกระทู้ในวันนั้น เรื่องนี้เป็นปัญหาของความเหลื่อมล้ำทางสังคม และกระบวนการยุติธรรมที่ไม่สามารถลงโทษผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจระดับสูงของประเทศได้ รวมถึงคนเกี่ยวข้องที่ช่วยเหลือได้เลย ไม่สามารถตามตัวได้เลย มันเป็นกลไกอะไรของ ประเทศหรือครับ ทำไมคนรวยถึงไม่สามารถดำเนินการติดตาม ตัวผมเองได้มีการชี้แนะ ถึงเรื่องการจับตามตัวนะครับ ให้ออกหมายแดงให้ตรวจสอบระบบการติดตามตัวทางม่านตา ให้ดูการสแกน (Scan) นิ้วมือ แทนที่จะใช้ระบบของหนังสือเดินทางเฉย ๆ ซึ่งตอนที่ผมอภิปรายครั้งนั้นไปก็คือให้ส่ง เขาส่ง เป็นหนังสือที่หมดอายุไปแล้วไปให้ ไม่ใช่หมดอายุครับ ยกเลิกไปแล้วไปให้ ก็ตามไม่ได้อยู่ดี เป็นการเจตนาหรือไม่ ทั้งที่รู้ว่านายวรยุทธ อยู่วิทยา นั้นได้วีซ่า (Visa) ๒๘ ประเทศเชงเกน (Schengen) ในยุโรป ก็ไม่มีการติดตามอะไร มีแค่การส่งหนังสือไปยังสถานทูตต่าง ๆ เขาก็ ไม่สามารถติดตามอะไรได้ ก็ส่งเป็นแค่หนังสือทางพิธีกรรม ไม่มีเจตนาที่จะตั้งใจตามให้ได้ ในส่วนของการดำเนินคดีใน ๘ กลุ่มที่ผมกราบเรียนล่าสุดคดีเกี่ยวกับโคเคนหมดอายุความ โดยกฎหมาย ล่าสุดทางสำนักงานอัยการสูงสุดก็ลงโทษไล่ออกนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด แต่เป็นการไล่ออกแบบสมประโยชน์ คือไล่ออกตรงกับวันที่ขอลาออก แทบไม่เกิดผลอะไรเลยในทางกฎหมาย ในทางที่ทำให้เสียหายอะไรเลย นี่คือกระบวนการ ยุติธรรมที่นายกรัฐมนตรีตั้งคณะทำงานมา แต่ไม่ได้ทำตามที่ตัวเองประสงค์ ทั้งที่มีการชี้ จากคณะของนายวิชา มหาคุณ ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการตั้งและมีข่าวออกมา เสมอว่าอาจจะมีทำเป็นเรื่องของวินัยไม่ร้ายแรงเหมือนกับการที่มีการสอบสวนมา ๒ ครั้ง แล้วจะทำอย่างนั้น เมื่อมีข่าวผมก็แถลงข่าวพูดไปเสมอก็มีการกลับไปตอนนี้ยังมืดบอดว่าจะ ไม่สามารถดำเนินคดีกับใครได้ นายตำรวจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเยอะแยะ เช่น ตำรวจพิสูจน์ หลักฐานระดับพลเอก พันเอก ที่ยังรับราชการ อดีต ผบ.ตร. ก็ยังไม่ได้ดำเนินการ อัยการ เชี่ยวชาญ อัยการกอง ๕ นั้นก็ไม่มี ทนายความก็ยังไม่ทำ พนักงานสอบสวน พันตำรวจเอก วิรดล ทับทิมดี ก็ไม่ดำเนินการ คนที่เปลี่ยนความเร็วจาก ๑๗๗ กิโลเมตร มาเป็น ๗๙.๒๓ กิโลเมตร คือ รศ.ดร. สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ก็ไม่ดำเนินการ และที่สำคัญการไม่มีการตั้ง กรรมการสอบวินัย ผบ.ตร. พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ซึ่งไม่กำกับดูแลในขณะนั้น ไม่มีการดำเนินการทั้งสิ้นเงียบหาย ไม่มีความเห็นแย้งอัยการ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ แสดงไม่เห็นแย้งอัยการที่สั่งไม่ฟ้องก็ไม่ดำเนินการ ตรงนี้เดี๋ยวเป็นคำถามที่จะให้ท่านรอง นายกรัฐมนตรีได้โปรดตอบว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ นอกจากนั้นในส่วนของคณะกรรมาธิการการ กฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สนช. ยังไม่มีใครทำอะไรเลยสักคนหนึ่ง ซึ่งคนสำคัญประธานก็คือเป็นน้องของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นคู่เขย อีกคนหนึ่ง เป็นคู่เขยของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีการดำเนินการหรือ คนที่เกี่ยวข้องอย่างนี้ ท่านช่วยตอบให้ด้วย ต่อมาในส่วนของคนอื่นที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือ พลเอก ประวิตร และ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เกี่ยวข้อง ก็คือ พลเอก ประวิตร เป็นคนย้าย พลตำรวจตรี อภิชาติ สุริบุญญา ออกก่อนแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นคนอื่น เพื่อจะไม่ให้ออก หมายแดงที่ติดตามตัวให้ได้ และมีการย้าย พลเอก ประยุทธ์ มีการย้าย พลเอก อภิชาติ สุริบุญญา ออกจากกรณีที่จะให้ตำรวจกองคดีที่จะเห็นแย้งเพื่อจะสั่งไม่ฟ้องคดีออกไปเวลา ที่เหมาะเจาะ ไม่เคยมีใครตั้งคดีหรือว่าดำเนินคดีกับท่าน พลเอก ประวิตร และ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คำถามแรกก็คือท่านได้ดำเนินการอะไรคืบหน้าไปบ้างไหม ในส่วนนี้ ในการดำเนินคดีเกี่ยวกับคนที่เกี่ยวข้องก่อน เดี๋ยวผมจะถามคำถามที่ ๒ ครับ