จุติ แจงร่าง พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ-เสนอสมุดพกครัวเรือน 1.4 ล้านหลัง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕

จุติ ไกรฤกษ์ ชี้แจงความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ. ผู้สูงอายุแห่งชาติที่ครอบคลุมทั้งสี่มิติ พร้อมเสนอโครงการสมุดพกครัวเรือนเพื่อบันทึกข้อมูลผู้สูงอายุ คนพิการ และครัวเรือนยากจนกว่า 1.4 ล้านครัวเรือน เพื่อให้ 20 หน่วยงานบูรณาการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาระบบดูแลผ่านศูนย์ประสานงานชุมชน โครงการแคร์อีโคโนมี และความร่วมมือกับภาคเอกชน โดยเน้นการเสริมขีดความสามารถโดยไม่เพิ่มงบประมาณรัฐ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ก็ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่าน ส.ส. เท่าพิภพ เรียนตรง ๆ ว่าคิดเหมือนกันเลยนะครับวิธีการอาจจะแตกต่างกันไปบ้าง

ประการแรก ที่ดูแลผู้สูงอายุในระยะยาวขณะนี้ก็คือกระทรวง พม. ได้ใช้ ระยะเวลาประมาณ ๑ ปีช่วงโควิด (COVID) นี่นะครับ ได้เชิญมหาวิทยาลัยทุกแห่งที่มี การวิจัยเรื่องผู้สูงอายุและสวัสดิการ แล้วก็ได้เชิญโรงพยาบาลทั้งหลาย กระทรวงสาธารณสุข และผู้เกี่ยวข้อง องค์กรภาคประชาชนมาร่างกฎหมาย พ.ร.บ. ผู้สูงอายุแห่งชาติ ซึ่งใน พ.ร.บ. นี้ จะครอบคลุม ๔ มิติครับ มิติเศรษฐกิจ มิติสภาพแวดล้อม มิติสุขภาพ มิติสังคม แล้วก็ เทคโนโลยีนวัตกรรม ฉะนั้นกฎหมายนี้จะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีแล้วก็หวังว่าจะส่งให้กับสภา พิจารณาก่อนที่สภาชุดนี้จะหมดไปนะครับ หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคก้าวไกล และพรรคประชาธิปัตย์ด้วยดีนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องสมุดพกครัวเรือน ขณะนี้นี่ก็เรียนท่านตรง ๆ ว่าในช่วง โควิด (COVID) ปีที่แล้วหลังจากที่ข้าราชการทุกคนจากปลัดกระทรวงจนถึงข้าราชการ ชั้นเอกได้ลงไปพื้นที่จัดทีม ๆ ละ ๖ คนไปทั่วประเทศก็ได้พบว่าสมุดพกครัวเรือนที่เราคิดกัน ขึ้นมานี้จะเป็นประโยชน์ เพราะว่าจะทำบันทึกของครอบครัวยากจนซึ่งมีทั้งถึงผู้ดูแล ผู้สูงอายุ แล้วก็คนพิการด้วย มี ๑.๔ ล้านครัวเรือน และสมุดพกนี้จะทำเพื่อที่ว่าบันทึกว่า ความคืบหน้าของปัญหาของครอบครัวนั้นคืออะไร ใครต้องเป็นคนแก้และทำงานแบบ บูรณาการกัน ๒๐ กระทรวง ตรงนี้นี่ถึงแม้ข้าราชการจะย้ายไปแล้วเกษียณไปแล้วคนที่มา ใหม่ติดตามต่อยอดได้ทันทีโดยไม่ต้องไปศึกษา ฉะนั้นการแก้ปัญหานี้ก็จะบอกจากที่ต้อง พึ่งพามาสู่พอเพียงแล้วก็สู่ยั่งยืนนะครับ ฉะนั้นสมุดพกครัวเรือนจะเป็นเครื่องมือของ กระทรวง พม. และรัฐบาลในการที่ดูแลผู้สูงอายุผู้เปราะบางทั้งหลายให้ได้รับการช่วยเหลือ ให้เพียงพอนะครับ

นอกจากนั้นแล้วท่านก็ถามว่าเลิกทำงานแบบโบราณ อยากให้ถ้วนหน้า ท่านพูดถึงเก้าอี้ ๔ ขา พวกผมก็คิดมาเก้าอี้ ๔ ขา แต่อาจจะไม่ได้ใช้ชื่อเหมือนกันนะครับ แต่อยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่ทำเรื่องบ้านบางแคก็เป็นบ้านแรกที่ผมเข้าไปดูวันที่เข้ามารับ ตำแหน่งนะครับก็ได้เห็นปัญหา แล้วก็กราบเรียนว่าวันนี้ว่าจะไปดูว่าศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต ของผู้สูงอายุทั่วประเทศขณะนี้มี ๑,๙๓๖ ตำบล จากประมาณ ๘,๐๐๐ ตำบล เพียงแค่ ๑ ใน ๔ แต่ศูนย์นี้ต้องใช้เงินงบประมาณของรัฐบาลช่วยเหลือแล้วก็ไปอยู่ตรงนั้นปั๊บท้องถิ่น อบต. จะเป็นคนเข้าไปดูแลบริหารพร้อมกับอาสาสมัครพัฒนาสังคมและอาสาสมัคร สาธารณสุขดูแลผู้สูงอายุตรงนี้นะครับ ฉะนั้นตรงนี้ขณะนี้เราก็บอกว่าในเมื่อเราไม่มีงบประมาณไปเปิดศูนย์เพิ่มเติมขณะนี้เราได้ใช้ วัดใช้บ้านคนที่พร้อมจะให้ใช้เป็นศูนย์ประสานงานทำทั่วประเทศขณะนี้ก็เปิดไปประมาณ ๗,๐๐๐ แห่ง แล้วก็ทยอยอบรมซอฟต์แวร์ (Software) คือคนที่จะไปทำงานระบบไปทำงาน เพื่อดูแลผู้สูงอายุนั่นให้ได้ครบนะครับ ใน กทม. ก็กราบเรียนท่านได้เลยว่า กทม. วันนี้ มีภาคเอกชนภาครัฐทั้งหมด ๒๓๙ แห่ง ใน ๕๐ เขต และเอกชนก็ดูแลผู้สูงอายุ ๓๗๔ แห่ง เพราะฉะนั้นขณะนี้ทั่วประเทศก็คือ ๖๑๓ แห่งที่บริการดูแลผู้สูงอายุอยู่ มีทั้งราคาถูก ราคากลาง แล้วก็ราคาแพง ฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าเราก็ได้คิดแบบท่านว่าเราได้ฝึกอาสาสมัคร ที่ดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นหมื่นกว่าคนในช่วง ๓ ปี แล้วก็อาสาสมัครของกระทรวง พม. นี้ก็ คนพิการกับคนสูงอายุแยกการอบรมแต่ว่ากลุ่มเดียวกัน เพราะคนสูงอายุ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ จะเป็นคนพิการติดเตียง ฉะนั้นเรากะว่าวันนี้เรามีอาสาสมัครทั่วประเทศแล้ว ๓๐๐,๐๐๐ คน จากที่ผมเข้ามามันมีแค่ ๔๐,๐๐๐ คน วันนี้มี ๓๐๐,๐๐๐ คน แล้วใน ๓๐๐,๐๐๐ คนนี้ จะช่วยดูแลผู้สูงอายุและคนพิการได้ทั่วประเทศ ถ้าเอา ๑:๑๕ มาคูณนะครับ เราจะสามารถ ดูแลได้ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างที่กราบเรียนไปแล้ว นอกจากนั้นแล้ว กราบเรียนว่าวันนี้ก็เร่งให้ภาคเอกชนนั้นลงทุนเพราะว่าภาครัฐนั้นไม่มีงบ ก็มีการจัดเรื่อง ลำดับการบริการคุณภาพหลายมิติ ๑๐ กว่ามิติ และใน ๑๐ กว่ามิตินี้จะให้ดาว ๑ ดาว ๒ ดาว ๓ ดาว ๔ ดาว ๕ ดาว เพื่อที่ผู้บริโภคลูกหลานจะดูว่าความเหมาะสมของพวก เหล่านี้เป็นอย่างไร วันนี้การเคหะแห่งชาติก็ได้เข้ามาช่วยที่ช่วยเหลือไปสร้างบ้านให้ผู้ดูแล ผู้สูงอายุนี้แล้วก็จะทำงานกับกระทรวงสาธารณสุขมาดูแลเรื่องผู้สูงอายุอีกด้วย ฉะนั้น โครงการที่ทำไว้ก็เตรียมไว้ถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคเหนือ นี่ก็เริ่มทำแล้วนะครับ ก็กราบเรียนท่านว่าวันนี้กระทรวง พม. เองมีบ้านพักผู้สูงอายุมี ๑๒ แห่ง ซึ่งจริง ๆ มันไม่พอที่จะดูแลทั้งหมด ก็อยากจะกราบเรียนท่านว่าวันนี้ก็ได้ทำงานกับ กศน. คือกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการนั้นได้ดูแลผู้สูงอายุเพิ่มเติมอีก ๗ ล้านคน ในส่วนของ กศน. ทุกตำบล กศน. นั้นจะอบรมให้ความรู้ ๗๐ ชั่วโมง ๗๐ ชั่วโมงเพื่อให้เขา สามารถดูแลพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย เขาได้นะครับ แล้วก็มีการลงพื้นที่ร่วมกับ อสม. อพม. ทุกสัปดาห์ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด นอกจากนั้นแล้วผมเห็นด้วยกับท่านที่บอกว่าเราต้องทำ แคร์อีโคโนมี (Care Economy) ซึ่งรัฐบาลก็ได้ดำเนินการมาแล้วประมาณ ๒ ปี วันนี้เราจะมี แคร์อีโคโนมี (Care Economy) เรื่องของผู้ดูแลผู้สูงอายุซึ่งฝึกภาษาญี่ปุ่นกับฝึกภาษาอังกฤษ แล้วก็ฝึกเทคโนโลยี คนกลุ่มหนึ่งก็จะทำให้ไฮเอนด์ (High End) ที่คนมีสตางค์ไปอยู่ได้ แล้วคน ต่างประเทศก็สามารถมาใช้ที่นี่ได้ นอกจากนั้นแล้วเราก็ทำเรื่องของระบบพี่เลี้ยง พี่เลี้ยงนี้ ดูแลผู้สูงอายุ แล้วก็เด็กเล็ก นี่คือแคร์อีโคโนมี (Care Economy) ที่กระทรวง พม. ได้ทำอยู่ ประมาณ ๒ ปี ก็กราบเรียนให้ทราบว่าได้เดินคืบหน้าไปมากพอสมควร ก็ขอขอบพระคุณ ที่ท่านให้ความสนใจแล้วก็คำแนะนำ ก็ขอบคุณมากแล้วก็ดีใจว่าเราคิดเหมือนกัน แล้วก็ ทำเหมือนกันนะครับ ขอบพระคุณครับ