เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อภิปรายนโยบายผู้สูงอายุโดยเสนอแนวคิดเก้าอี้ ๔ ขาและแคร์อีโคโนมี เพื่อสร้างอุตสาหกรรมดูแลผู้สูงอายุที่เน้นการพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี และการกระจายศูนย์ชราบาลสู่ท้องถิ่น พร้อมทั้งหารือเรื่องยูนิเวอร์ซัลดีไซน์เพื่อออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกให้เข้าถึงได้สะดวก และชี้ให้เห็นปัญหาการขาดแคลนศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโดยเรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับมาตรฐานและออกมาตรการรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างทั่วถึง
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ จริง ๆ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีจุตินะครับ ที่ได้ตอบมาในคำถามแรกแล้วก็ได้อธิบายว่าเรามีสิทธิอะไรบ้างสำหรับเป็นผู้สูงอายุนะครับ รวมถึงสิ่งอะไรที่มันมีถ้วนหน้าครับ แบ่งเป็น ๒ อย่างถ้วนหน้า กับอีกอย่างหนึ่งก็คือเป็นกรณี พิเศษ อย่างเช่น การที่ท่านบอกว่าไปซ่อมบ้านที่จังหวัดกำแพงเพชรใช่ไหมครับ ซึ่งผมคิดว่า ความรู้สึกผมคือเป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างหนึ่งนะครับที่เห็นตรงกันจริง ๆ จริง ๆ พรรคท่าน กับพรรคผม กระทู้เมื่อสักครู่ก็เห็นคล้าย ๆ กัน คือจริง ๆ พรรคก้าวไกลกับพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะเหมือนกัน ๙ อย่างใน ๑๐ อย่างครับ ไม่เหมือนกันอย่างเดียวอย่างที่ ๑๐ อะไรอย่างนี้ คือเรามีความคิดที่ตรงกันนะครับว่าเรื่องของท่านที่ท่านจะเจอกับเรื่องของผมที่ไปเจอมี ความเหมือนกันมากใช่ไหมว่ามันจะมี ๑ คนเสมอครับที่แบกครอบครัวอยู่ แล้วเราก็จะมี สทอรี (Story) เหมือนกันว่าเราจะช่วยเหลืออย่างโน้นอย่างนี้นะครับ คือผมคิดอย่างนี้ครับ ก่อนผมจะถาม ผมขออภิปรายเพื่อให้มันชัดเจนมากขึ้น ผมคิดว่าการที่เราไปช่วยเหลืออย่างนี้ มันอาจจะเป็นรูปแบบที่มันล้าสมัยไปแล้ว เพราะว่าปริมาณของคนที่เป็นผู้สูงอายุอย่างที่ ท่านบอกครับ เกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว เป็น ๑๘ เปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ มันไม่เพียงพอ วิธีการปะผุอย่างนี้อีกต่อไปแล้วนะครับ พรรคก้าวไกลเราก็มีนโยบายครับ เรียกว่าเก้าอี้ ๔ ขา อย่างที่ท่านพูดหรือสิ่งที่ประเทศไทยเราทำอยู่เป็นเพียงแค่ขาเดียวเท่านั้นครับ พวกเบี้ย คนชรา เบี้ยผู้ป่วยติดเตียง เป็น ๑ ขาเท่านั้น เรายังมี ๓ ขาที่ต้องทำครับ เพื่อให้ผู้สูงอายุของ เราที่ทำงานมาทั้งชีวิตมีความมั่นคงในชีวิตและนั่งสบายไปจนในระยะเวลาที่เหลือของชีวิต เขานะครับ
เก้าอี้ขาที่ ๒ ที่ผมอยากเสนอคือแคร์อีโคโนมี (Care Economy) ครับ เราต้องมองวิกฤติเป็นโอกาส ในการที่เราจะสร้างบุคลากรที่จะมาดูแลผู้สูงอายุเราต้องสร้าง อุตสาหกรรมทางการแพทย์ที่เราจะมาผลิตนะครับ สิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยีต่าง ๆ ให้กับผู้สูงอายุ อันนี้นอกจากจะดูแลคนในประเทศเราได้แล้ว ผู้สูงอายุของเราได้แล้ว ยังเป็น สินค้าส่งออก ยังเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและอาจจะดึงดูดผู้สูงอายุต่างชาติเข้ามารีไทร์ (Retry) หรือว่าเกษียณในประเทศไทยได้อีก
และขาที่ ๓ ที่เราควรจะทำก็คือการกระจายไปให้ท้องถิ่นครับ ธรรมชาติครับ คุณยายผม คุณตาผมจำได้ แต่ท่านได้เสียไปแล้วนะครับ ขออนุญาต คือทุกคนจะเป็นเหมือน ผมครับว่าแกอยากกลับบ้าน อยากอยู่บ้านที่แกอยู่ ตายายผมเป็นคนอุบลราชธานีครับ แกก็บอกว่าป่วยอยู่กรุงเทพมหานคร พาแกกลับอุบลราชธานีเถอะ ในวาระสุดท้าย เราต้อง กระจายให้ท้องถิ่นครับ ขาที่ ๓ เราต้องกระจายให้ท้องถิ่นไปทำศูนย์ชราบาลต่าง ๆ นะครับ เราจะใช้ทรัพยากรตรงนี้ กำลังคน กำลังงบประมาณของเราที่มีจำกัดได้มีประสิทธิภาพ โดยตอบโจทย์ผู้สูงอายุว่าเขาได้อยู่ในชุมชนของเขาและลูกหลานของเขาก็ได้อยู่ใกล้โดยมีคน ดูแล แล้วลูกหลานของเขาก็ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร ได้ไปทำงานอย่างเต็มที่
ขาที่ ๔ ของเก้าอี้นี้ครับ ที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาของสังคมผู้สูงอายุคือ ยูนิเวอร์ซัลดีไซน์ (Universal Design) ครับ หรือการออกแบบสำหรับทุกคน รัฐต้องส่งเสริม ตรงนี้ครับ อย่าคิดว่าคนชราทุกคนเขาจะอยู่บ้าน บางทีเขาก็ต้องไปทำธุระโน้นนี่นั่นปะปัง รถเมล์เอย ก็ควรจะให้รถเข็นขึ้นได้ เริ่มจากสถานที่ราชการก่อนครับ ผมไม่แน่ใจนะครับ ไม่เคยไปกระทรวง พม. คนนั่งรถเข็นไปได้ทุกที่ในกระทรวงหรือยัง หรือว่าผมก็พูดจริง ๆ นะครับ ในสภาเราก็ไม่ได้ดีไซน์ (Design) ทางเดินอะไรให้กับเป็นยูนิเวอร์ซัลดีไซน์ (Universal Design) ให้คนที่ใช้รถเข็นได้ใช้อย่างสะดวก ผมเห็นสมาชิกหลายท่าน อย่างท่านวรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส. พรรคผมท้องแก่ แกต้องนั่งหลังสุดเลยนะ เพราะแกใช้รถเข็น อย่างนี้ครับ ถ้ามาตรการของรัฐได้ช่วยตรงนี้ก่อนนะครับ ในการใช้มาตรการเก้าอี้ ๔ ขา ผมเชื่อว่าเรา แก้ปัญหานี้ในอนาคตได้แน่นอนนะครับ
ซึ่งอีกปัญหาหนึ่งที่ผมได้ลงพื้นที่มาแล้วก็ฟังมานะครับท่านประธาน ก็คือเรื่อง ของการขาดแคลนศูนย์ชราบาลหรือบ้านพักคนชรา ต้องบอกอย่างนี้ก่อนครับท่านประธาน ว่าเราต้องเปลี่ยนความคิดว่าการที่ให้พ่อแม่เราไปอยู่บ้านพักคนชรามันไม่ใช่สิ่งที่อกตัญญู อะไร แต่จริง ๆ แล้วการไปอยู่บ้านพักคนชราเขาจะได้รับการดูแลที่ดีกว่าด้วยซ้ำ แต่สำคัญ ตรงนี้ครับว่ามาตรฐานตรงนี้ทางรัฐบาลได้ดูแลดีพอหรือเปล่า บ้านพักคนชราอย่างชื่อดัง ในเขต ส.ส. เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคก้าวไกล บ้านพักคนชราบางแค ท่านทราบไหม ครับว่าต่อคิวเข้ายากมากนะครับ คือผมได้ข่าวนะว่าต้องมีการฝากนึกว่าฝากลูกเข้าโรงเรียน ดังคือประเทศไทยมันจะใช้ระบบนี้กันจริง ๆ หรือเปล่าครับจะเข้าโรงเรียนมัธยมหรือประถม ก็ต้องฝากลูก จะฝากพ่อแม่เข้าบ้านพักคนชราก็ต้องฝากจ่ายเงินใต้โต๊ะแป๊ะเจี๊ยะอะไรกัน ก็ว่าไปจะเอาอย่างนี้กันจริง ๆ หรือครับ ก็เลยอยากจะถามครับว่ารัฐบาลมีมาตรการรองรับ ในการเตรียมตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยในเรื่องเกี่ยวกับบ้านพักผู้สูงอายุบ้านพักคนชรา ในอนาคตมีมากน้อยเพียงใดนะครับ และครอบคลุมทุกพื้นที่หรือเปล่า และมีโครงการว่าจะ สร้างให้เท่ากับจำนวนผู้สูงอายุตอนนี้หรือไม่ หรือเป็นสัดส่วนเท่าไรครับก็ฝากท่านประธาน ถามเพื่อเป็นประโยชน์ของทั้งคนในเจน (Gen) ผมเองที่ดูแลพ่อแม่นะครับ แล้วก็อาจจะมีลูก แล้วลำบากอย่างไรผมก็ต้องให้กำลังใจทุกท่านที่ต่อสู้ในรุ่นเดียวกับผมมันไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ มันเป็นเรื่องยากเสมอแล้วก็ให้กำลังใจทุกคนรวมถึงส่งกำลังใจไปยังผู้สูงอายุทุกท่านด้วยครับ ขอบคุณมากครับ