สมคิด เชื้อคง วิพากษ์ร่าง พ.ร.บ. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมของกฎหมายเดิมและคัดค้านความเห็นจากหน่วยงานความมั่นคงที่ยึดมั่นใน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและเปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบได้มากขึ้น
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุบลราชธานี ก็ขอขอบพระคุณท่านผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติในเรื่องนี้นะครับ ท่านรังสิมันต์ โรม ความจริง พ.ร.บ. เราหลายฉบับ ทุกวันนี้ก็แปลกเวลารัฐบาลจะไม่เอาอะไรก็ทำเป็นเท่นะครับ บอกเดี๋ยวจะเอาเข้า ครม. ไปศึกษา ความจริงก็ไม่เอาแต่ต้นนั่นละครับ แต่พูดเหมือนให้มันเป็นหลักการ พอนำไปศึกษา เสร็จกลับมาก็บอกไม่เอา แล้วก็ไม่รู้ศึกษาอย่างไร ก็ศึกษาคล้าย ๆ กันนะครับ ไม่ว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับไหนไปก็แล้วกัน เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานว่ามันก็แปลกในรัฐบาลชุดนี้ เข้ามาบ่อย แล้ว พ.ร.บ. ที่ออกไปก็เจออย่างนี้ ผมบ่นให้ท่านประธานฟังนะครับ คือเรียน อย่างนี้ว่าร่าง พ.ร.บ. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผมได้ดูเอกสารที่ ครม. เอาให้ ผู้แทนกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่จะให้ความเห็น ถ้าท่านนึกอะไรไม่ออกเปิดออกมา ก็แทบจะเป็นมันเหมือนแพตเทิร์น (Pattern) เดียวกัน ถ้าถ่ายเอกสารได้คงถ่ายไปแล้ว เพราะแนวคิดอะไรต่าง ๆ ก็เป็นระบบราชการล้วน ๆ สถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ซึ่งออกมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ใน พ.ร.ก. นั้น แน่นอนยุคนั้นมันอาจจะเหมาะกับสถานการณ์นั้น แต่ยุคนี้ มันก็เปลี่ยนแปลงไปอีกสถานการณ์หนึ่ง เราจะเอามาใช้ทุกอย่างไม่ได้ อย่างนั้นเราก็ต้องเอา กฎหมายปฏิวัติตั้งแต่จอมพล ป. พิบูลสงครามมาสิครับ ตั้งแต่จอมพล สฤษดิ์มาไม่ต้องแก้กันเลย อันนี้ความปรารถนาดีของผู้เสนอของคุณรังสิมันต์ โรม และคณะนั้น เขาปรารถนาที่จะให้ เป็น พ.ร.บ. แล้วให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นคนออก ดีชั่วถี่ห่างอย่างไรพวกเราก็ยังได้พูดคุยกัน ในความเห็นต่าง ๆ ของตัวแทนกระทรวงกลาโหม ผมก็พอที่จะคัดมาเล็กน้อยนะครับ ท่านประธาน ร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอที่เขาไม่เห็นด้วย กำหนดหน่วยงานตรวจสอบมากขึ้น ในพระราชบัญญัติ เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้วอาจจะกระทบกับประโยชน์ในการรักษาความสงบ เรียบร้อย มาก็ประหลาดอีก หน่วยงานดูแลมากขึ้นมันต้องดี มันจะไปกระทบความสงบ อย่างไร ถ้าเราเปิดใจกว้างหน่อยว่าวันนี้โลกมันกว้างแล้ว อะไรที่เขาไปดูก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ช่วยกันนะครับ เพราะฉะนั้นกระทรวงกลาโหมก็ให้ความเห็นไม่เห็นด้วย ก็จะไปเห็นด้วยกับ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เดิม สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็มีด้วย บอกว่าร่าง พ.ร.บ. อาจทำให้เกิดความขัดแย้งแก่ฝ่ายบริหารในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องแก้ไขด้วยความรวดเร็วต่อเนื่องก็เป๊ะเหมือนกับการปฏิบัติงาน ผมก็ยังมองไม่ออกว่ามันจะขัดแย้งกันอย่างไรในเมื่อเราออก พ.ร.บ. ไปแล้ว คนที่ออก พ.ร.บ. ก็คือตัวแทนพี่น้องประชาชน แล้วผู้ปฏิบัติผมเชื่อว่ากฎหมายที่ออกไปรับรองว่าเขาจะต้อง ดูว่าผู้ปฏิบัติ ปฏิบัติได้หรือไม่ อันนี้ความเห็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติก็มาคล้าย ๆ กัน บอกว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่มีถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลสถานการณ์ฉุกเฉิน อันนี้ก็เหมือนลอกกันมาเหมือน ทุกอันนั่นล่ะครับ เนื่องจากสามารถนำไปแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ที่ไม่ปกติได้จริง ท่านให้ ความเห็นอย่างนี้ คือพอจะไม่รับแล้วก็เขียนดี เขียนเท่ แต่ความจริงแล้วนี่ถามว่าสถานการณ์ ฉุกเฉินแล้วท่านก็ยกตัวอย่างว่า นี่สำนักงานข่าวกรองนะครับ เขาบอกว่าเช่นกรณีเหตุการณ์ ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แปลว่ามี พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แล้วสถานการณ์ภาคใต้ ดีขึ้นหรือครับ มันพิสูจน์หรือครับ ผลงานเป็นที่ประจักษ์ว่าดีขึ้นไม่มีอะไรแล้วหรือครับ สรุปแล้วมันก็เดินไปอย่างเดิม เสียหายงบประมาณไม่รู้เท่าไรก็ไปแบบเก่า ปีหนึ่งไม่รู้เท่าไร ถ้าคิดเป็นตัวเลขผมขี้เกียจจำมันมาก เกือบ ๒๐ ปีนี่มันมาก การแก้ไขปัญหาแน่นอน มันต้องมีปัญหา แต่ว่าในเมื่อเขาจะออกกฎหมายที่มันทำงานได้รวดเร็วขึ้น สะดวกขึ้นก็ได้ ทำไมไม่ทำ เราจะไปยึดติดกับเรื่องเก่า ๆ ทำไม อันนี้เป็นความเห็นสำนักงานข่าวกรอง แห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุดก็มาด้วยนะครับ มาด้วย คือไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ที่เขา เสนอว่ากรณีตัดอำนาจในการกำหนดห้ามเสนอข่าว วันนี้จะไปกำหนดกฎเกณฑ์บังคับคน ที่จะเสนอโน่น เสนอนี่ มันไม่ใช่ว่าจะทำง่าย ๆ โลกมันไปไกล โลกมันกว้าง ข่าวสารต่าง ๆ ที่ออกมานี้มันมีมากมาย แล้วทางตัวแทนอัยการสูงสุดก็บอกว่า เนื่องจากในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนชายภาคใต้มีข่าวบิดเบือนจำนวนมาก ท่านรู้ด้วยนะว่าบิดเบือน บิดเบือนก็ไปทำ ความจริงสิครับ ข่าวที่บิดเบือนแก้ง่ายนิดเดียว คือหน่วยราชการทำความจริงให้ปรากฏ ทุกวันนี้มันจะบิดเบือน ไม่บิดเบือนก็เนื่องจากภาคราชการนี้ไม่ทำความจริงให้ปรากฏ ไปโกหกอะไรเขาไว้ ไปตั้งใจที่จะไม่ทำอะไรเขาไว้ เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องห่วงหรอกเรื่องข่าว ถ้าเขาจะกำหนดกฎเกณฑ์ก็ทำได้นะครับ เพราะผมเชื่อว่าหน่วยราชการไม่สามารถ กำหนดการออกข่าว การออกสื่อได้ มันมีหลายช่องทางทั้งทวิตเตอร์ (Twitter) เยอะแยะเลย ท่านจะไปกำหนดอย่างนั้นมันไม่ได้ ท่านต้องไหลตามสถานการณ์ด้วยแล้วก็ทำตามนั้นครับ พอไม่รับก็คล้าย ๆ กัน กระทรวงมหาดไทยก็ให้ความเห็นคล้าย ๆ กันนะครับ กระทรวงการ ต่างประเทศก็มาด้วย ก็เหมือนกันล่ะครับ บอกการขยายระยะเวลาต่าง ๆ เป็น ๓๐ วัน มันเป็นความยุ่งยาก เพราะฉะนั้นเวลา พ.ร.บ. ต่าง ๆ ที่เดินเข้าไปสู่รัฐบาลใช้เวลานานแล้ว กลับลงมาก็ไม่เอา ท่านประธานครับ ต่อไปนี้ถ้าไม่เอาก็ไม่เอาแต่ต้นดีไหมครับ โหวตกัน ตั้งแต่ต้นจะได้รู้ คณะผู้เสนอในสมัยต่อไปเขาจะได้เสนออะไรเพิ่มเติมขึ้นมาได้ เนื่องจากว่า ถ้าตกสมัยนี้ ทางคุณรังสิมันต์ โรม ก็เสนออีกไม่ได้ในกรณีที่เป็น พ.ร.บ. ชนิดเดียวกัน เพราะฉะนั้นฝากกราบเรียนไปยัง ครม. ว่าบางเรื่องที่เป็น พ.ร.บ. ที่มีความจำเป็นในการ ทำงานในการที่จะปกป้องพี่น้องประชาชน นี่ยังไม่รวมถึงว่าเรื่องอื่น ๆ ที่จะต้องป้องกัน การชุมนุมอะไรต่าง ๆ ให้อำนาจเจ้าหน้าที่จนเลยเกินไปนะครับ พี่น้องประชาชนไม่ได้รับ ความคุ้มครอง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมยังเห็นด้วยว่า พ.ร.บ. ที่เขาเสนอสมควรจะรับเข้าสู่ การพิจารณาแล้วตั้งกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ