สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตั้งข้อสังเกตถึงการใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ยืดเยื้อโดยไม่มีการประเมินผล พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นและประสิทธิภาพของกฎหมายดังกล่าว โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่มีข้อครหาเรื่องการอวยผลงานและการละเมิดสิทธิ พร้อมเสนอให้ใช้กลไกถ่วงดุลและสนับสนุนการใช้ พ.ร.บ. แทน พ.ร.ก. เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบและความเป็นธรรมตามกฎหมายมากขึ้น
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ พรรคก้าวไกล แบบบัญชี รายชื่อ ขออนุญาตมาอภิปรายในประเด็นของร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินของท่าน ส.ส. รังสิมันต์ โรม ผมว่ากันในตัวหนังสือเลยครับ ท่านประธาน ที่เป็นหนังสือที่อยู่ในเอกสารนะครับ ผมขอสนับสนุนร่างนี้ ถึงเวลาแล้วครับ พ.ร.ก. นี้ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ถึงปัจจุบัน ผมถามหน่อยครับ กฤษฎีกาทำอะไรอยู่ครับ พ.ร.บ. หลักเกณฑ์และการจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผล ปี ๒๕๖๒ บอกนะครับ นี่คือ พ.ร.ก. กี่ปีแล้วครับ มันหนึ่งในนั้นก็คือ พ.ร.ก. ที่เกิน ๕ ปีต้องประเมินผล กฤษฎีกา ทำอะไรครับ ประเมินผลใช่ไหมครับ พ.ร.ก. ข้อ ๙ ใช้อำนาจ และไปถึงข้อ ๑๑ ๑๒ อีก ผมพูดถึงเรื่องนี้ เรื่องอะไรทำไมครับ ท่านประธานครับ ท่านจำวันที่ ๑๔ ตุลาคม ถ้าเลื่อน ตัวหนังสือลงไป ญัตติหนึ่งญัตติที่เขียนอยู่มันค้างสภาครับ ญัตติที่ผมกับท่าน ส.ส. สุทธวรรณ เสนอด่วนปีกว่าแล้วครับไม่ได้เข้า นั่นคือกันยกระดับ พ.ร.ก. ที่ใช้อำนาจตามมาตรา ๙ จากร้ายแรง เป็นร้ายแรงฉุกเฉิน ฉุกเฉินร้ายแรงอย่างยิ่ง ทำได้อย่างไร เพราะใครเป็นคนทำ ให้ผมเข้าสภาสิครับท่าน ยอมให้ผมพูดสิครับ ผมจะฉีกรัฐบาลให้ฟังเลยครับ กล้า ๆ หน่อย ตั้งกรรมการ ท่านประธานครับ วิกฤติทั้งหลายเห็นอยู่นะครับว่ากฤษฎีกาก็ไม่ได้ทำเรื่องการ ประเมินผล แล้วการที่ท่าน ส.ส. รังสิมันต์ โรม ยกระดับพระราชกฤษฎีกาที่รัฐบาลออก ในฝ่ายบริหารออกนะครับท่านประธาน กับการเป็น พ.ร.บ. อันไหนมันดีกว่ากัน ผมอยากจะ รู้ครับ ถามชาวบ้านเลยก็ได้ครับ กฎหมายที่ออกจากฝ่ายนิติบัญญัติย่อมจะดีกว่าจาก กฎหมายรัฐบาลครับ และรัฐบาลนี้ไปเอาของรัฐบาลไหนมาครับ ผมไม่อยากพูดมากนะครับ ท่านครับ ในเอกสารที่ปรากฏอยู่ในนี้นะครับผมก็จะเข้าเรื่องเลย ผมอ่านเอกสารสรุปนะครับ แล้วก็บันทึกด่วนที่สุด นร ๐๘๑๑/๒๖๑๐ ลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๕ เรื่องนี้ครับ ผลการประชุม ถ้าอ่านดีแล้วท่านประธานครับ ผมกราบเรียนนะครับว่าผมอยากจะหัวเราะ ครับท่านประธาน ขอหัวเราะหน่อยครับท่านประธานครับ หัวเราะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เลยครับท่าน ท่านอ่านในนี้นะครับ โดยเฉพาะ ตลกมากครับ เป็นการอวยครับ อวยแบบสุดลิ่มทิ่มประตู สงสัยตอนนั้นท่าน ส.ส. ผมเดินออกไปแล้วเลยอวยกันใหญ่เลยในการประชุมนี่ครับ ผมจะบอก เป็นชิ้น ๆ เลยว่าที่พูดนี่มีทั้งโกหก มีทั้งอวยนะครับ ดูนะครับ ในหน้า ๓ หน้า ๔ ครับ ท่านประธานครับ ในเอกสารครับ ผมไม่พูดนอกเรื่องครับ ท่านครับ ข้อ ๑ ที่ขีดไว้เลยครับนี่ พ.ร.ก. สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ดีมากและมีประสิทธิภาพ แม้บางครั้งยังไม่สามารถระงับเหตุ ยุติได้นะครับ เหตุยุติได้กี่ปีแล้วครับ ชายแดนภาคใต้ครับ พ.ร.ก. นี้ใช้ชายแดนภาคใต้ครับ กี่ปีแล้วครับ เอา ๖๕ แล้วลบด้วย ๔๘ สิครับท่าน ๑๖ ปีกว่า ๑๗ ปีแล้วครับ ใครรับผิดชอบ ชายแดนภาคใต้ครับ ผมไม่อยากบอกครับ ทำอะไรไม่ได้เลยครับ เพราะไปฆ่ากันครับ อ้างใช้ กฎหมายครับ ถูกต้อง ต้องถูกต้องสิครับ ถ้าไม่ถูกต้องถูกฟ้องครับ อ้างถูกต้องครับ ทำชอบ ด้วยกฎหมาย แต่จริง ๆ แล้วประชาชนบอกซ้อมทรมานครับ นี่ครับ มีการพูดเลยครับ ชัดเจน ครับท่านประธาน ใช้อำนาจนะครับ ในข้อนี้บอกว่ามีการได้ผลประโยชน์จากการที่เจ้าหน้าที่ ผู้แทนของอัยการ บอกเลยนะครับ ความผิดที่เกิดขึ้นนี่นะครับได้มาจากการซักถามของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารนะครับ จากการซัดทอด ความผิดนี่ ซักถามหรือซักซ้อมครับ นี่ก็คือ ประเด็นสำคัญ ท่านได้ข้อเท็จจริงจริงหรือเปล่าครับ ถูกอุ้มหาย ถูกฆ่าตาย ถูกทรมาน ถูกร้องเรียน ขึ้นอยู่บนศาลต่อสู้คดีเยอะแยะเลยครับท่าน นี่ก็คือความจริง ผมถึงหัวเราะครับ ว่าเขียนได้อย่างไร อวยกันขนาดนี้นะครับ ซัดทอดมันคือซัดซ้อมทรมานท่านประธานครับ อันนี้ยิ่งหนักใหญ่ครับท่านประธาน ท่านดูครับ ข้อ ๒.๑ ครับท่านประธาน เขียนไว้เลยครับ นี่ของสภาความมั่นคงแห่งชาติครับ เขียนไว้ชัดเลย เห็นว่าโดยหลักการแก้ไขสถานการณ์ ฉุกเฉินต้องมีความรวดเร็ว การให้อำนาจจัดการเป็นของฝ่ายนิติบัญญัติ นี่ครับ ฝ่ายที่นี่ครับ อาจไม่ทันท่วงทีกับการระงับเหตุ ดูถูกครับ ดูถูกท่านประธานด้วยครับ อยู่ข้างบน เป็นฝ่าย นิติบัญญัติ แก้ไขไม่ได้ครับไม่ทันท่วงที ฝ่ายบริหารเก่งกว่าครับ ฝ่ายนิติบัญญัติ ถ้าพูดตรง ๆ ก็โง่เขลาครับ พูดแบบชาวบ้านบอกว่านิติบัญญัตินี่โง่มากครับ ไม่ฉับไวผมไม่เห็นฉับไว ตรงไหนเลยครับ มีครับ วันที่ ๑๔-๑๕ คืนวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๓ หรือวันที่ ๑๕ ยกระดับ พ.ร.บ. ฉุกเฉินธรรมดาเป็นร้ายแรง ยกแบบรวดเร็วครับ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ข้ามคืนเลยครับ แต่ถ้าไปดูราชกิจจานุเบกษานั้นลงก่อนวันที่ ๑๖ ลงก่อนเวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกาแน่นอน ผมเชื่อครับ เพราะมันอยู่ในร้านคอมพิวเตอร์ ถ้าพรินต์ (Print) ออกมาปั๊บรู้เลยครับ เปิดได้เลยครับว่ามันถูกร่างตั้งแต่วันนั้น และเขียนเนื้อความ ไว้ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ ผมพูดได้เพียงแค่นี้ครับท่านประธานครับ
ขออีกนิดเดียวครับท่านประธานครับ เพื่อให้จบ ท่านครับ ท่านดูในสภา กลาโหม ผมก็อยากจะหัวเราะครับ ท่านประธานครับ ผู้แทนครับ นี่ก็เขียนไว้ครับ เขียนไว้ชัด เลยครับท่านประธาน บอกว่าที่เป็นทั้งหมดนี่ครับ การยกร่างฉบับใหม่นี้มีหลักว่าต้องเป็น ปัญหาข้อกฎหมายที่เกิดขึ้นนะครับ มีปัญหาข้อเท็จจริงนะครับ มิใช่ปัญหาข้อเท็จจริง หรือเป็นปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ก็มันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่แท้ ๆ ท่านประธาน ก็รู้ครับ ตำรวจ ทหาร หรือผู้ใช้พระราชกำหนดนี้ เอาข้อกฎหมายที่ตราไว้ดีครับ ตราไว้ดีครับ แต่ไปเพี้ยนครับ นี่เห็น ๆ อยู่เขียนมาอย่างนี้ครับท่านประธาน แล้วไม่ให้ผม โจมตีได้อย่างไร พระราชกำหนดไม่มีปัญหาข้อกฎหมาย ใช่ครับพระราชกำหนดไม่มีปัญหา ข้อกฎหมาย แต่คนปฏิบัติไม่เขียนต่อล่ะครับ นี่มันต้องเขียนว่าแต่ผู้ปฏิบัติผิดเพี้ยน เลือกปฏิบัติ ไม่กระทำการตามกฎหมายเพราะอะไรครับ พ.ร.ก. ไม่ให้ความคุ้มครองอย่างไร ที่ฟ้องแพ่งไม่ได้นี่ทั้งนั้นเลยครับ นี่คือสิ่งที่ปรากฏอยู่ในเอกสารนี้ ผมถึงบอกว่าอยากหัวเราะ สุดท้ายท่านประธานครับ มีหน่วยเดียวครับ ผมชื่นชมมากครับ กล้าท้าทายอำนาจ ท่านเขียน ผู้แทน ที่เหลือทั้ง ๑๐ หน่วย อวยหมดครับ อวย ๆ โอ๊ยดีหมดครับ สุดยอดครับเจ้านาย ทำได้ถูกครับ ดีจังเลยครับ แต่มีหน่วยนี้หน่วยเดียวกล้าครับ สำนักงานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนครับ ขอบคุณคุณปวีณา จันทร์เอียด ผู้ชำนาญการ ขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่เสียหาย เห็นด้วยครับ สรุปครับ เพื่อเพิ่มกลไกถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหารมันชัดเจนอยู่แล้ว สภาแห่งนี้เป็นสภามาจากการเลือกตั้ง สภาหน่วยงานหนึ่งเขาบอกเราโง่ครับ นิดเดียวครับ ท่านประธานไม่เกินนี้สรุปแล้วครับ แล้วก็เห็นด้วยกับระยะเวลา ๓๐ วันที่ใช้ที่ท่านโรมพูด ในเงื่อนไขตาม พ.ร.บ. ทั้งหมดเพื่อลดอำนาจ เพื่อถ่วงดุล และเพื่อเป็นไปด้วยกฎหมาย ผมเชื่อว่าสมาชิกในสภาแห่งนี้คงอยากจะเห็น พ.ร.บ. มีมากกว่า พ.ร.ก. เพราะ พ.ร.ก. ใช้มา นานแล้ว ๑๖ ถ้าไม่ผมจะตามดูว่าสำนักงานกฤษฎีกาจะประเมินผลสัมฤทธิ์ที่ชาวบ้าน ร้องเรียนอย่างไรครับ ขอบคุณครับท่านประธาน