อมรัตน์ วิจารณ์ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ชี้ถูกใช้คุมการเมือง ไม่โปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๔ สิงหาคม ๒๕๖๕

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล วิพากษ์การใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ถูกต่ออายุต่อเนื่องถึง 19 ครั้ง โดยมองว่าถูกนำมาใช้ควบคุมการชุมนุมมากกว่าการจัดการวิกฤตสุขภาพ และร่วมกับมาตรา 112 และมาตรา 44 กลายเป็นเครื่องมือค้ำจุนอำนาจ พร้อมเรียกร้องให้เปิดคลิปประกอบการประชุมเพื่อแสดงหลักฐานและผลักดันร่าง พ.ร.บ. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินของพรรคก้าวไกลที่เน้นการถ่วงดุลอำนาจ การตรวจสอบการประกาศภาวะฉุกเฉิน และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างแท้จริง

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดนครปฐม ก่อนที่ดิฉันจะอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่เสนอโดยท่านรังสิมันต์ โรม และ ส.ส. พรรคก้าวไกล เพื่อที่จะให้เห็น ถึงความล้าสมัยไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์สังคมในปัจจุบันของกฎหมายฉบับนี้ และเพื่อให้ เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มี ๒ จงใจ คือ ๑. จงใจคุกคามสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชน และ ๒. จงใจสร้างคดีความทางการเมืองเพื่อขัดขวางการเคลื่อนไหวขับไล่นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา และมีการใช้ที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายด้วย ดิฉันจะขอ กล่าวถึงสถานการณ์ของการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินในปัจจุบันสักเล็กน้อย ท่านประธานครับ อาจกล่าวได้ว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินฉบับที่ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ นี้เป็น ๑ ใน ๓ กฎหมายที่เป็น ไม้ค้ำยันให้กับระบอบประยุทธ์อีก ๒ กฎหมาย คือมาตรา ๑๑๒ และมาตรา ๔๔ ท่านประธานค่ะ ภาวะตีบตันทางการเมืองที่ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เกิดขึ้นจากการ จงใจบีบให้เกิดภาวะตีบตันแล้วทำรัฐประหาร กฎหมายแรกที่เป็นไม้ค้ำยันให้กับระบอบ ประยุทธ์ คือการประกาศใช้มาตรา ๔๔ ภายหลังการยึดอำนาจเพียง ๓ วัน การใช้มาตรานี้ ทำให้เกิดสิ่งที่รับไม่ได้คือการที่พลเรือนต้องไปขึ้นศาลทหารอย่างน้อย ๒,๑๗๗ คน และอย่างน้อย ๑,๗๒๐ คดี ในเวลานั้นค่ะท่านประธานแม้แต่การจะทำภาพตัดต่อล้อเลียน พลเอก ประยุทธ์ ล้อเลียน พลเอก ประวิตร ด้วยการเอาภาพ ๒ คนนี้มาใส่ลงไปในกระทง เพียงเท่านั้นเป็นเรื่องขำขันก็ถูกดำเนินคดีข้อหาความมั่นคงมาตรา ๑๑๖ และถูกนำตัวไป ขึ้นศาลทหาร ศาลทหารท่านประธานทราบไหม ศาลทหารที่มีตุลาการมีผู้พิพากษาอยู่ ๓ คน และกำหนดว่า ๒ ใน ๓ นั้นไม่จำเป็นต้องจบนิติศาสตร์ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ ทางกฎหมาย ศาลทหารที่มีวิธีการพิจารณาที่ไม่ต่อเนื่องที่มีการล่าช้าจนกระทั่งทำให้ผู้ต้องหา ทนไม่ไหวบางคนจำเป็นที่จะต้องรับสารภาพ เพราะทนทรมานไม่ไหว บางคนต้องลี้ภัย ไปต่างประเทศ เพราะทนสภาพบีบคั้นไม่ไหว เพราะเป็นศาลที่ไม่ได้มีมาตรฐานในทาง กฎหมายเลย แม้ว่าก่อนหน้านั้นกฎหมายมาตรา ๑๑๒ ที่เอามาใช้เป็นไม้ค้ำยันระบอบ ประยุทธ์ ๑ ใน ๓ ของกฎหมายที่เป็นไม้ค้ำยันนี้ แม้ก่อนหน้านั้นในเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๖๓ แม้ว่าตัว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เองจะได้ออกมาแถลงต่อสื่อมวลชนด้วยตัวเอง ออกมาเตือนสติให้ประชาชน ให้เยาวชนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตาของ ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ที่ทรงห้ามไม่ให้ใช้มาตรา ๑๑๒ ในการดำเนินคดีต่อคนที่ละเมิดสถาบัน แต่ต่อมาในครึ่งปีหลังของปี ๒๕๖๓ เกิดการเบ่งบานของม็อบ (Mob) ประชาธิปไตยขับไล่ ทรราชขึ้นมา พลเอก ประยุทธ์ก็นำมาตรา ๑๑๒ กลับมาใช้อย่างกว้างขวางอีก ใช้กับผู้ที่ ชุมนุมทางการเมือง ใช้กับผู้ที่ออกมาขับไล่ตัวเอง ผู้ที่เห็นต่างกับรัฐบาล ปิดกั้นเสรีภาพในการ แสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญรองรับ เรียกง่าย ๆ ก็คือว่าเอามาใช้เป็นกฎหมายปิดปากประชาชนโดยไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่ตัวเอง ได้ออกมาแถลงไปแล้ว อันนี้ดิฉันอยากทราบว่าเป็นการขัดพระราชประสงค์หรือไม่ อย่างไร และ พลเอก ประยุทธ์จะต้องรับผิดชอบในกรณีนี้หรือไม่ อย่างไร กฎหมายตัวที่ ๓ ที่เป็นไม้ ค้ำยันระบอบประยุทธ์คือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ฉบับที่เรากำลังจะขอให้ยกเลิกไปค่ะ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่ใช้มาแล้ว ๒ ปีครึ่ง คือ พ.ร.ก. ที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ประกาศใช้และต่ออายุมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งปัจจุบันต่ออายุเป็นครั้งที่ ๑๙ แล้ว ครั้งนี้ล่าสุดจะไปสิ้นสุดในวันที่ ๓๐ กันยายน ซึ่งดิฉันแน่ใจว่าจะต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหมดอายุรัฐบาลนี้ ทำอย่างนี้ไม่มีความละอายใจ เลยนะคะ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ฉบับนี้เกิดขึ้นในปี ๒๕๔๘ มีวัตถุประสงค์เพื่อจะใช้กับสถานการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ แต่ก็ถูกนำมาอ้างในสถานการณ์ที่ต่อสู้กับเชื้อโรคทั้ง ๆ ที่เรามี พ.ร.ก. โรคติดต่อ ซึ่งเอามาแก้เป็นบางมาตราก็สามารถใช้ได้แล้ว แต่จงใจที่จะเอามาใช้ เพื่อควบคุมการชุมนุมขับไล่รัฐบาลเท่านั้น คนที่ตกเป็นเหยื่อของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ส่วนใหญ่ จะเป็นเด็ก สตรี และคนชรา ขอสไลด์ (Slide) ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

เป็นเด็ก เป็นนักเรียน เป็นนักศึกษาที่ออกมาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยโดยสุจริต สันติ ปราศจากอาวุธ ใส่หน้ากากอนามัยครบถ้วนและไม่ได้อยู่ในสถานที่แออัดก็โดน ไม่ต้องบรรยายกันมาก เราก็เห็นด้วยภาพแล้ว ขอภาพแรกด้วยค่ะ เมื่อสักครู่ดิฉันลืมให้ท่านประธานดูภาพแรกไป ห้องโสตขอสไลด์ (Slide) แรกด้วยค่ะ นี่ค่ะยืนอยู่คนเดียวปิดปากมีแมสก์ (Mask) ใส่ก็โดน ดำเนินคดี อีกภาพหนึ่งขอเป็นภาพต่อไป นี่ค่ะท่านประธาน คนที่อยู่ในภาพสตรีวัย ๖๗ ปี ชื่อป้าเป้า นางวรวรรณ แซ่อึ้ง อันนี้ถูกดำเนินคดีข้อหาประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ค่ะ ท่านประธาน ลองมองภาพนี้ให้ดี ๆ ว่าใครประทุษร้ายใครคะ ข้อหาข่มขู่ประทุษร้ายเจ้าหน้าที่โดยกำลัง โดนหิ้วตัว ด้วยเจ้าหน้าที่ คฝ. อาวุธครบมือกับประชาชนมือเปล่า ผู้หญิงอายุ ๖๗ ปีค่ะ เหตุที่โดนรวบตัวนี้แล้วก็ถูกดำเนินคดี พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปแล้วดิฉันเป็นคนไปดูแลเองค่ะ การที่โดนหิ้วครั้งนี้เกิดจากป้าเป้าคนนี้ได้เห็นเหตุการณ์ที่ตำรวจกำลังหิ้วเด็กผู้ชายที่ไปจอดรถ นั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์เพื่อดูเหตุการณ์การชุมนุมก็ถูกรุมกระทืบและป้าเป้าคนนี้เข้าไปช่วย เข้าไปบอกว่าให้หยุดการกระทำเช่นนั้น ตอนนี้ถูกตัดสินเมื่อเร็ว ๆ นี้ค่ะ ศาลชั้นต้นตัดสิน จำคุก ๑ ปี รอลงอาญา ๓ ปี ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และต้องบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ๒๔ ชั่วโมง ทำไมดิฉันถึงได้ลุกขึ้นมาอภิปรายกฎหมายที่เสนอโดยพรรคก้าวไกล คือ พ.ร.บ. บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะเพื่อที่จะปิดจุดอ่อน ข้อแรก เมื่อเปรียบเทียบกับ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ฉบับที่เราใช้ในปัจจุบันที่นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เมื่อไรก็ได้ตามอำเภอใจ ต่ออายุไปเท่าไร เมื่อไรก็ได้ตามที่เมื่อสักครู่ ส.ส. รังสิมันต์ได้อภิปรายไปแล้วค่ะ เราจะปิดจุดอ่อนในข้อนี้โดยจะต้องนำมาให้สภาพิจารณา เมื่อต้องการที่จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะต้องขออนุญาตจาก ครม. ภายใน ๓ วัน และจะต้องส่งให้สภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของประชาชนทั้งหมดนี้พิจารณาภายใน ๗ วัน เมื่อจะมีการต่ออายุจะต้องต่ออายุได้ครั้งละไม่เกิน ๓๐ วัน ถ้าไม่ได้รับความเห็นชอบ จากสภาผู้แทนราษฎร การประกาศ พ.ร.บ. ฉุกเฉิน นั้นจะต้องมีอันสิ้นสุดไป รวมทั้งการส่ง เข้ามาพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรจะต้องส่งมาพร้อมกับแพ็กเกจ (Package) วิธีการแก้ไข สถานการณ์ฉุกเฉิน ขั้นตอนวิธีการมาให้สภาพิจารณาด้วย และเมื่อมีการหยุดการใช้ พ.ร.บ. ฉุกเฉิน แล้วจะต้องรายงานต่อรัฐสภาของเราภายใน ๓๐ วันด้วยถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การได้ผลของการใช้ พ.ร.ก. นี้ พ.ร.บ. นี้จะมีประโยชน์ให้ฝ่ายบริหารมีความระมัดระวัง ในการใช้อำนาจพิเศษ และเมื่อสภาไม่เห็นด้วยกฎหมายจะต้องตกไป ตรงกับหลักการตรวจสอบถ่วงดุลในระบอบ ประชาธิปไตย และจะสามารถป้องกันการสับสน เช่นเมื่อคราวหนึ่งเคยเกิดการประกาศซ้อน ๒ ครั้งค่ะ ในช่วงวันที่ ๑๕ ถึงวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๓ สร้างความสับสนให้กับเจ้าหน้าที่ เพราะมีการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินร้ายแรงซ้ำกับ พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ ประเด็น ที่สำคัญมากที่สุดที่ดิฉันให้ความสำคัญที่สุด พ.ร.บ. ฉุกเฉิน ฉบับที่เสนอโดยพรรคก้าวไกล เพื่อไปแทนที่ พ.ร.บ. ฉุกเฉิน ที่ใช้ในปัจจุบันนี้ ประเด็นสำคัญที่สุดคือการยกเลิกการจำกัด การใช้อำนาจศาลปกครอง นั่นหมายความว่าอะไรคะ หมายความว่าปัจจุบันที่เราใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ฉบับปัจจุบัน เมื่อประชาชนถูกคุกคาม ไม่สามารถไปเรียกร้องฟ้องร้องคดีนี้ นำคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลปกครองได้นะคะ แต่ พ.ร.บ. สถานการณ์ฉุกเฉิน ของพรรคก้าวไกลได้เปิดโอกาส เมื่อรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเรายังจะมีศาลปกครอง เป็นที่พึ่งของประชาชนได้นะคะ ดิฉันทราบว่ากฎหมายนี้ถูกอุ้มหายไปเป็นเวลาถึง ๖ เดือน ตามที่เมื่อสักครู่ ส.ส. รังสิมันต์ได้พูดไป ดิฉันมั่นใจว่าสภาแห่งนี้อาจจะไม่ได้เห็นด้วย ไม่ยอมยกมือสนับสนุน แต่ดิฉันขอให้ประชาชนที่รักความเป็นธรรมทั้งหลาย ถ้าท่านต้องการ กฎหมายที่มีความก้าวหน้า มีความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์โลกยุคปัจจุบัน และเป็นไปเพื่อพิทักษ์รักษาปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ป้องกันการถูกคุกคามโดยรัฐ ด้วยกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เลือกตั้งครั้งหน้าเลือกก้าวไกลเป็นรัฐบาล แล้วเราจะได้มี กฎหมายก้าวหน้าแบบนี้ใช้กันสักที ขอบคุณมากค่ะ