สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สนับสนุนการแก้ไขร่างกฎหมายเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานและวิเคราะห์ข้อมูลต่อสภาผู้แทนราษฎร พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์ของภาคเอกชนและประชาชน โดยเน้นความจำเป็นในการแบ่งปันข้อมูลอย่างโปร่งใสเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ด้วยที่ ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ได้เสนอการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นี่ครับผมเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่ง ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับว่าในประเทศไทยเรา ณ วันนี้องค์กรหลัก ที่ค้ำจุนประเทศให้อยู่ได้ ๓ หลักเลยก็คือในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทย มีสภาพัฒน์ มีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ นี่ ๓ องค์กรหลักจะเปลี่ยน รัฐบาล จะเปลี่ยน ส.ส. จะเปลี่ยนใครก็ตาม ๓ องค์กรหลักนี้คือเส้นเลือดของประเทศไทย ที่จะชี้ทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทยว่าจะให้อยู่หรือให้ไปอย่างไรบ้าง ในส่วนของธนาคาร แห่งประเทศไทยท่านประธานก็คงจะทราบดีว่าคนที่อยู่ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นองค์กร ที่ได้รับค่าจ้างตอบแทนเงินเดือนนี่สูงมาก ผมมีลูกผมก็อยากจะให้ลูกทำงานธนาคาร แห่งประเทศไทยมากกว่าธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทอื่น ประเทศไทยรัฐวิสาหกิจหน่วยงาน ที่ได้รับค่าตอบแทนสูงมีไม่กี่หน่วยงานละครับ ที่ถ้าบอกแล้วเราต้องทำนายทายทักว่าคนนี้ เก่งแน่นอน แล้วก็ต้องมีเส้นสายแน่นอน ไม่มีกี่องค์กรละครับ เพราะฉะนั้นดัชนีในส่วนของ สังคมธนาคารแห่งประเทศไทยก็ถือว่าเป็นกลุ่มของพนักงานที่มีความเก่ง ถือว่าอยู่ในชั้นบน ของสังคมส่วนน้อยในประเทศไทย เพราะฉะนั้นการที่ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เสนอการแก้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รายงานให้สภาผู้แทนราษฎร ทราบเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ธนาคารแห่งประเทศไทยให้เหตุผลไว้เยอะแยะมากนะครับที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งผมดูแล้ว อ่านแล้วฟังไม่ขึ้นนะครับ เช่นบอกว่าธนาคารแห่งประเทศไทยมีความโปร่งใส อยู่แล้วในด้านข้อมูล ผมไม่ได้เถียงครับว่าไม่โปร่งใส แต่สิ่งที่ต้องการแก้ไขเรียกร้อง ผมต้องการที่จะให้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รายงานแล้วก็วิเคราะห์ด้วย ความโปร่งใส การเข้าถึงข้อมูลของพี่น้องประชาชนในวันนี้อย่าว่าแต่ประชาชนทั่วไปเลยในการเข้าถึง ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม เช่น ในเรื่องของโรงแรม ในเรื่องของโรงงานยังต้องไป สอบถามธนาคารพาณิชย์เลย แล้วธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ก็ไปก็อปปี (Copy) มาจาก ธนาคารแห่งประเทศไทยนี่ละครับ แต่คราวนี้มันเชื่อมโยงกันในเรื่องของเงินกู้ครับ เพราะฉะนั้นการที่ภาคเอกชนหรือภาคอุตสาหกรรมเขาเป็นหนี้ธนาคารพาณิชย์แล้วเขาไม่ได้ รับข้อมูลเลยว่าวันนี้สถานการณ์ประเทศในนโยบายการเงินและการคลังของประเทศมันจะมี ทิศทางบวกหรือลบ มีสถานการณ์ยูเครน-รัสเซียแล้วมันจะมีผลกระทบกับเรื่องโรงแรม อย่างไร มีสถานการณ์อ่อนไหวในเรื่องไต้หวัน-จีนอนาคตมันจะเป็นอย่างไร ช่วยวิเคราะห์ ให้องค์กรภาคเอกชนที่ลงทุนที่เป็นลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ ในขณะเดียวกันธนาคาร พาณิชย์ทั้งหมดมีสมาคมธนาคารพาณิชย์ก็อยู่ภายใต้กติกาของธนาคารแห่งประเทศไทย วันนี้เราต้องยอมรับนะครับว่านักเศรษฐศาสตร์หรือว่าการที่จะเทรด (Tread) เงิน การเอา เงินเข้า เอาเงินออก นักเศรษฐกิจ นายธนาคาร ภาคเอกชนมีความรู้น้อยมาก เพราะฉะนั้น อันนี้ก็คือเป็นตัวชี้วัดเป็นตัวที่อ่อนด้อยของข้อมูลของนักธุรกิจของประเทศไทย ผมไม่ใช่มอง ในเรื่องของการมีการตรวจสอบข้อมูลนะครับ แต่ผมมองว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้อง เป็นพี่เลี้ยง จะต้องเป็นองค์กรหลักในเรื่องของการให้ข้อมูลกับนักธุรกิจไทยในภาพรวม แต่ถ้ามีข้อมูลที่ถูกต้องหวงแหนข้อมูล ไม่ได้วิเคราะห์ข้อมูล ไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถ เพื่อที่จะแบ่งปันให้กับนักธุรกิจ ผมคิดว่าในเรื่องนี้เป็นเรื่องของการแชร์ข้อมูล แล้วก็ให้ข้อมูล โดยเราต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่จะต้องยึดหลักยึดโยง เพื่อที่จะให้เป็นกติกาได้ในสังคม ภาคธุรกิจต่อไป วันนี้นักธุรกิจไทยไม่เข้มแข็งก็เนื่องจากว่าสมาคมธนาคารหรือธนาคาร เวลามีเงินเห็นว่าคนนี้มีเครดิตดี มีทรัพย์สินเยอะก็ไปเชิญชวนให้เปิดวงเงินกู้กันทีเป็น พันล้าน เชียร์กันให้ลงทุน พอในภาวะวิกฤติเนื่องจากไม่มีข้อมูลที่แท้จริงเศรษฐกิจไปไม่ไหว วันที่ไปกู้วันนั้นนี่ครับผู้จัดการธนาคารอุ้มขึ้นบันไดไปนั่งในห้อง ผู้จัดการเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว เปิดแอร์ (Air) เย็น ๆ วันที่นักธุรกิจแย่เนื่องจากว่าวิเคราะห์ข้อมูลไม่เป็น เชื่อข้อมูลฝ่ายเดียว ก็ปรากฏว่าธุรกิจล้ม วันที่ธนาคารทวงหนี้วันนั้นผู้จัดการไม่ไปอุ้มนะครับ ให้คนขับ มอเตอร์ไซค์ใส่หมวกกันน็อกไปอุ้มมา มันช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้ ทั้งนักธุรกิจขนาดเล็ก นักธุรกิจขนาดใหญ่ก็ดีไป ถ้ากู้แล้วเขาบอกว่ากู้ให้ธนาคารง้อเลย กู้สักหมื่นล้าน แสนล้านนี่นะครับ ธนาคารก็จะใช้พิธีพระสวดมนต์ว่าอย่าให้ลูกหนี้มีอันเป็นไป ขอให้ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องของความเชื่อมันทำไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำได้ ก็ต้องทำแบบท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ในการที่จะแก้กฎหมาย ร่างกฎหมายเพื่อที่จะให้สภาได้ รับรู้ รับทราบแล้วก็ได้นำข้อมูลเหล่านี้ได้ไปกระจาย แล้วก็ให้พี่น้องประชาชนทุกส่วนเข้าถึง ข้อมูลที่แท้จริง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องใจกว้างแล้วก็ต้องไป ดำเนินการรูปแบบว่าจะทำอย่างไรเพื่อที่จะรายงาน อย่ามีอัตราสูงเกินไปว่าองค์กรของท่าน ภาคประชาชนจะเข้ามาตรวจสอบข้อมูล ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เป็นการตรวจสอบ ข้อมูล ผมคิดว่าเป็นเรื่องของการช่วยชาติมากกว่า นโยบายการเงินการคลังของประเทศ ถึงจะมีความเข้มแข็งในอนาคตต่อไป อันนี้ก็สรุปว่าขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยและเพื่อน สมาชิกได้เห็นด้วยกับร่างฉบับการแก้ไขฉบับนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ