นิคม บุญวิเศษ อภิปรายประเด็นองค์กรอิสระที่ควรอยู่ภายใต้การตรวจสอบของประชาชนและต้องรับผิดชอบต่อสภานิติบัญญัติ โดยเน้นว่าองค์กรเหล่านี้ไม่ควรถูกตั้งอยู่เหนือการตรวจสอบ แม้จะมีความเป็นอิสระจากการเมือง แต่ต้องโปร่งใสและรับผิดชอบต่อเงินภาษีของประชาชน พร้อมยกตัวอย่าง กสทช. และธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐบาลและต้องรายงานต่อสภานิติบัญญัติอย่างสม่ำเสมอ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย ตอนแรกกระผมก็กะจะนั่งฟังแล้วไม่อภิปรายครับ พอได้รับฟังคำชี้แจงแล้วก็ ต้องลุกขึ้นมาอภิปราย จากที่ผมได้ฟังท่านประธานพูดนะครับ ผมก็รู้สึกว่าถ้าไม่อภิปรายนั้น จะเป็นการบันทึกในที่ประชุมแห่งนี้ จะทำให้องค์กรบางองค์กรมันห่างเหินจากพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะคำว่า องค์กรอิสระ ท่านประธานที่เคารพครับ คำว่า องค์กรอิสระ ถ้าเข้าใจจริง ๆ หมายถึงว่าเป็นองค์กรที่หน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ไม่สามารถมาควบคุมได้ ไม่แทรกแซงได้ แต่องค์กรนี้เป็นองค์กรของประชาชนที่จะมากำกับดูแลการทำงานของ ฝ่ายรัฐบาลเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อประชาชน เขาจึงเรียกว่า องค์กรอิสระ แต่องค์กรอิสระที่เราให้อำนาจหน้าที่จนมากเกินไปนี้ไม่ยึดโยงกับประชาชนจนหลงลืมอำนาจ ตัวเอง จนลืมว่าใครเป็นเจ้านายของตัวเอง องค์กรเหล่านี้ไม่ควรจะมีคำว่า องค์กรอิสระ ครับ ผมจะบอกให้เลยว่าองค์กรเหล่านี้พยายามจะแยกตัวเองว่าอิสระ แม้กระทั่งต่ออำนาจของ ประชาชนด้วยซ้ำ เมื่อมีความอิสระมากนี่ความโปร่งใสมันไม่มีครับท่านประธาน ไม่สามารถ ตรวจสอบได้ เข้าหายาก ประชาชนซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนเข้าไม่ได้ พรรคต่าง ๆ ที่บอกว่าอย่าไปก้าวก่าย อย่าไปแทรกแซง กลัวถูกยุบพรรค จริง ๆ แล้วเข้าใจผิดครับ ผมยกตัวอย่างเช่น กสทช. ที่ท่านประธานพูดเมื่อสักครู่ กสทช. เป็นองค์กรของรัฐองค์กรหนึ่ง รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนครับ พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการ ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม ๒๕๕๓ เขียนไว้ชัดเจนว่า กสทช. เป็นองค์กรของรัฐองค์กรหนึ่งทำหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่โดยอยู่ภายใต้กำกับ การดูแลของนายกรัฐมนตรี เพราะนายกเป็นผู้รักษาการใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ เห็นไหมครับ ไม่ใช่องค์กรอิสระที่จะแตะต้องไม่ได้เลย ฉะนั้นถ้าธนาคารแห่งประเทศไทยก็เช่นกัน ท่านก็อยู่ภายใต้กระทรวงกระทรวงหนึ่งเช่นกัน ซึ่งกระทรวงนี้ก็คือรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับ รัฐมนตรีก็มาจากประชาชนใช่หรือไม่ ฉะนั้นทุกองค์กรประชาชนจะต้องเป็นใหญ่ ถ้าท่านบอกว่าท่านเป็นองค์กรอิสระแล้วไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ ตรวจสอบได้ นี่คือการห่างเหินกับอำนาจของประชาชนมากเกินไป ผมคิดว่าถ้าคิดอย่างนี้ก็เป็นเจ้า เถอะครับ มาจากสวรรค์เถอะครับ ไม่อยากจะให้ประชาชนรับทราบ ไม่อยากจะมารายงาน กลัวการตรวจสอบหรือครับ อย่าลืมสิว่าเราให้อำนาจท่านแล้ว อำนาจท่านคือไม่ต้องการให้ รัฐบาลเข้าไปแทรกแซง เข้าไปครอบงำ ให้ทำหน้าที่โดยอิสระเพื่อพี่น้องประชาชน แต่ไม่ได้ หมายถึงว่า ส.ส. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนตรวจสอบไม่ได้ ไม่ใช่ ถ้าคิดอย่างนี้ก็ตายละครับประเทศไทยนี่ แล้วงบประมาณมาจากไหน ก็มาจากภาษีของ พี่น้องประชาชนใช่หรือไม่ นอกจากว่าท่านไม่รับเงินเดือน ท่านเป็นอิสระ ท่านมาทำงาน แบบจิตอาสา อย่างนี้ไม่ตรวจสอบหรอกครับ ฉะนั้นเมื่อไรที่ท่านรับเงินเดือน ท่านยังกินภาษี ประชาชนคำว่า อิสระ นั้นอิสระต่อนักการเมือง อิสระต่อการครอบงำ แต่ไม่ใช่อิสระต่อ พี่น้องประชาชน นั่นหมายถึงว่าการมารายงานต่อสภานี้ท่านมารายงานต่อพี่น้องประชาชน เพราะสภาคือ ส.ส. ส.ส. มาจากเสียงส่วนใหญ่ของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นมารายงาน เถอะครับ ๓ เดือนครั้ง ๑ เดือนครั้ง ถ้าท่านขยันมาเราก็ยินดีที่จะให้คำแนะนำ เพราะว่า ถ้า ส.ส. หรือสภาไม่มีการแนะนำหรือตรวจสอบ การทำงานของท่านก็จะทำงานไปเรื่อย ถูกไหม เหมือนช่วงที่ผ่านมาการปล่อยเงินกู้เช่นกัน งบประมาณของประเทศเยอะแยะ มากมาย ท่านไปออกกฎกติกาให้ธนาคารพาณิชย์ได้ประโยชน์ แทนที่ประชาชนที่ยากจน เอสเอ็มอี (SMEs) ที่ยากจนนะครับ ที่มีวิกฤติในช่วงไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ต้องการ เงินกู้ก็ไปออกกฤษฎีกาทำให้ไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้ได้ ยกตัวอย่างอย่างนี้ครับถ้าเกิดสภาไม่มี การอภิปรายก็ไม่มีการแก้กฎหมายหรอกครับ เพราะเริ่มแรกบอกว่าให้เฉพาะเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เป็นลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์กู้ได้ในอัตราที่ไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของเงิน ค้างครับ เขาเรียกเงินกู้ พอเราอภิปรายไปท่านก็มาแก้ใหม่ว่าโอเค (OK) ให้เอสเอ็มอี (SMEs) รายใหม่เขาสามารถกู้ได้ด้วย ก็ลักษณะนี้เช่นกันครับถ้าเราไม่มีการอภิปรายถามว่าธนาคาร แห่งประเทศไทยจะรู้คนเดียวได้อย่างไร ถูกไหมครับ เพราะอย่าลืมว่าท่านถือเงิน เราเป็น ประชาชน แต่ถ้าท่านคิดออกมาที่สวนทางกับประชาชน เอารัดเอาเปรียบประชาชน แล้วประชาชนที่ไหนละครับจะมีสิทธิ มีเสียงมาพูดได้ นอกจากให้ ส.ส. เป็นคนพูดให้ ฉะนั้นการรายงานในสภาถูกต้องแล้วครับ อย่ากลัวการตรวจสอบ อย่ากลัวเลยครับองค์กร อิสระทั้งหลายให้พึงระลึกเลยว่าท่านอยู่ภายใต้ประชาชนนะครับ เราให้เกียรติท่านว่าเป็น องค์กรอิสระอย่ามีการครอบงำ นั่นคือเกียรติสูงสุดแล้ว เราไม่ก้าวก่ายท่านหรอกครับ แต่ถ้าท่านคิดว่าท่านเป็นคนอิสระแต่ไม่สามารถตรวจสอบจากประชาชนได้ อันนี้ผมคิดว่า เป็นเรื่องที่คิดผิด ขอให้พวกท่านได้คิดเถอะครับว่าพวกเราทุกคนอยู่ภายใต้ประชาชน ฉะนั้นการตรวจสอบเป็นเรื่องที่ถูกต้องเรื่องที่ทำให้ท่านรู้สึกโปร่งใส แล้วพวกเราทุกคน ก็จะช่วยกันนะครับ ขอความกรุณาว่าอย่าคิดว่าองค์กรนี้เป็นองค์กรอิสระเหมือน ป.ป.ช. เหมือน ปปง. เหมือน กกต. ครับ ไม่ใช่ครับ ธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ภายใต้กระทรวงครับ กสทช. ก็เช่นกันครับอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. กสทช. ซึ่งนายกรัฐมนตรีรักษาการอยู่ ไม่ใช่องค์กร อิสระเหมือนที่กฤษฎีกาพยายามจะเขียนกฎหมายให้เป็น ขอฝากไว้ด้วย ขอบคุณมากครับ