พิสิฐ แจงบทบาทรัฐสภา กำกับองค์กรอิสระไม่แทรกแซง-ย้ำความเป็นอิสระ ธปท.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๔ สิงหาคม ๒๕๖๕

พิสิฐ ลี้อาธรรม ชี้แจงข้อมูลประกอบการประชุมด้วยการแจกเอกสารทั้งแบบพาวเวอร์พอยต์และใบแถลงข่าว พร้อมขอให้ฉายสไลด์เพื่อประกอบการอภิปราย เนื่องจากมีข่าวจากสื่อมวลชนที่นำเสนอไม่ตรงกับความเป็นจริง และย้ำถึงบทบาทของรัฐสภาในการกำกับดูแลองค์กรอิสระโดยไม่แทรกแซงการทำงาน โดยเฉพาะการรักษาความเป็นอิสระของธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักกฎหมาย

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแจกเอกสาร ๒ ชิ้นนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการแจกเอกสาร)

ชิ้นแรกเป็นพาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ซึ่งมีวางอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ของท่านสมาชิกแล้ว และอีกชิ้นหนึ่งจะเป็น ใบแถลงข่าวนะครับ ซึ่งกระผมได้ทำขึ้นเมื่อวานนี้นะครับ เพราะว่ามีการให้ข่าวในสื่อมวลชน อย่างไม่ค่อยถูกต้องนัก ก็ขออนุญาตใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงครับ ช่วยฉายสไลด์ (Slide) ที่กระผมได้ขอให้ทางเทคนิคได้เตรียมไว้ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ในการทำงานของพวกเราในสภา ทุกท่านก็ทราบดีครับว่าพวกเรามีหน้าที่ในการที่จะดูกฎหมาย มีคณะกรรมาธิการที่จะเชิญ หน่วยงานต่าง ๆ มาชี้แจง แล้วเราก็ให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาลไป เราไม่ได้มีบทบาทหน้าที่ในการ ไปกำหนดนโยบายโดยตรง เรามีหน้าที่เพียงแต่เป็นผู้เสนอนะครับ ขณะเดียวกันนี่นะครับ ในรัฐธรรมนูญก็มีบทบัญญัติ กฎหมายต่าง ๆ ก็มีบทบัญญัติด้วยที่จะให้หน่วยงานอิสระต่าง ๆ ได้มาชี้แจงต่อสภาในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของกระบวนการยุติธรรม กระบวนการตรวจสอบหรือองค์กรอิสระอื่น สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เช่น ศาล ศาลก็ต้องมา รายงานต่อสภา ไม่ว่าจะเป็นศาลยุติธรรม ศาลปกครอง หรือศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่ละปีที่เพื่อนสมาชิกก็ได้มีโอกาสอภิปรายแสดงความเห็นต่าง ๆ ส่วนการตัดสินใจ ดำเนินการนั้นอยู่ที่องค์กรอิสระเท่านั้นเองนะครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ในกระบวนการ ยุติธรรมกฎหมายก็มีระบุไว้ครับว่าให้ส่งรายงานมายังรัฐสภานะครับ ทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ หรือทางด้าน กสทช. ก็เช่นกันครับ มีระบุเพราะ กสทช. ได้ถือว่าเป็นองค์กรอิสระ ก็ต้องมีการส่งรายงานมา ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ทราบดีครับ แต่ละปีเราก็มีการอภิปรายกัน สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อันนี้ก็คือตัวบทกฎหมายของ กสทช. มีระบุไว้ชัดว่าต้องรายงานรัฐสภา ต่อไปครับ องค์กรอิสระอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น กกต. หรือ ป.ป.ช. หน่วยงานตรวจสอบ สตง. ก็ล้วนแต่ต้องส่งรายงานให้สภาเพื่อที่สภาจะได้ศึกษา แล้วก็ให้ความคิดเห็นต่อไปนะครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ นี่คือ สตง. เราใช้เวลากับ สตง. หลายครั้งในการที่จะพูดคุยกับ สตง. ในสภาแห่งนี้ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อันนี้ก็เป็นอีก ตัวอย่างหนึ่งว่าเป็นกฎหมายของ สตง. ที่มีระบุไว้ชัดว่าให้รายงานต่อทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ยังมีอีกหลายองค์กรครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ธนาคารเอสเอ็มอี (SME Bank) ซึ่งมีงบดุลเพียงแสนกว่าล้านบาทก็มารายงานให้พวกเรา ได้รับทราบ พวกเราก็ได้มีความเห็นฟีดแบก (Feedback) กลับไป สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เอ็กซิมแบงก์ (Exim Bank) ก็เช่นกัน มีการมารายงานแล้วเราก็ให้ความเห็นไปนะครับ ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างขององค์กรอิสระ ที่มีการทำงานเป็นเอกเทศจากรัฐบาล แล้วสภาก็ได้รับทราบข้อมูลนะครับ พวกเราก็นำไป เผยแพร่ต่อให้กับประชาชน ประชาชนที่ติดตามการทำงานของสภาทั้งทางวิทยุหรือทาง โทรทัศน์ก็มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลอย่างกว้างขวางนะครับ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของเอ็กซิมแบงก์ (Exim Bank) สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เท่าที่ผ่านมาไม่เคยมีปรากฏครับว่าพวกเราในสภา แห่งนี้ได้เข้าไปแทรกแซงหรือเข้าไปก้าวก่ายการทำงานขององค์กรอิสระเหล่านั้น เพราะถ้ามี ก็จะเป็นเรื่อง เนื่องจากรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดว่าห้ามนะครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นองค์กรอิสระที่กระผมเองก็มี ส่วนเกี่ยวข้องในฐานะที่เป็นนักเรียนทุนมาก่อน ผมได้ทำงานอย่างเต็มที่ในธนาคารเป็นเวลา กว่า ๑๗ ปีก็มีความผูกพันอย่างมาก แล้วก็อยากจะเห็นองค์กรนี้เป็นองค์กรอิสระที่ได้รับการ ยอมรับนับถือ มีหน้าที่ต่าง ๆ มากมายด้วยกัน ผมไม่ลงรายละเอียดนะครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ งบดุลของธนาคารใหญ่กว่าธนาคารเอสเอ็มอี (SME Bank) หรือธนาคาร เอ็กซิมแบงก์ (Exim Bank) เป็นจำนวนกว่าร้อยเท่า งบดุลของที่แบงก์ชาติสูงถึง ๖ ล้านล้านบาท ๒ เท่าของงบประมาณแผ่นดิน เพราะฉะนั้นบทบาทของธนาคารสูงมากครับในเชิงเศรษฐกิจ ในเรื่องของการดูแลการไหลเวียนของเงินและด้านต่าง ๆ มีความเป็นอิสระซึ่งอยู่ในกฎหมาย ของแบงก์ชาติ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ กฎหมายแบงก์ชาติ ฉบับที่ ๔ เขียนไว้ชัดครับว่า แบงก์ชาติมีความเป็นอิสระ แต่ให้กระทรวงการคลังกำกับนะครับ กำกับดูแลไม่ได้หมายถึงว่า เป็นผู้ดำเนินการ เพราะฉะนั้นเวลาที่เราถามรายละเอียดจากกระทรวงการคลัง ท่านจะไม่ทราบ เพราะท่านเป็นเพียงแต่ผู้กำกับ เหมือนกับที่แบงก์ชาติกำกับแบงก์พาณิชย์ จะให้แบงก์ชาติ ไปตอบเรื่องของแบงก์พาณิชย์เองก็คงจะไม่ได้นะครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เพราะฉะนั้น โดยสรุปนะครับ องค์กรอิสระต่าง ๆ ทุกวันนี้กฎหมายใหม่ ๆ จะมีการระบุไว้ว่าให้มารายงาน ต่อสภา เพื่อประชาชนได้รับทราบแล้วก็โอกาสที่ทางสมาชิกจะไปแทรกแซงก้าวก่ายคงไม่ได้ เพราะกฎหมายเขาเขียนห้ามไว้มีความผิดถ้าเกิดมีการละเมิดเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นประเด็น ที่ทางกฤษฎีกาได้เขียนมาว่าทางแบงก์ชาติออกแบบไว้ให้อยู่ในการควบคุมของฝ่ายบริหาร ก็เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับประเด็นที่เขียนไว้ในกฎหมาย โดยเฉพาะในหมายเหตุของแบงก์ชาติ ฉบับที่ ๔ ที่เขียนว่าธนาคารรับผิดชอบต่อฝ่ายบริหาร โดยไม่ได้บอกว่ารับผิดชอบต่อสภาด้วย พวกเราในที่ประชุมแห่งนี้คงทราบดีครับว่า ไม่เคยมีปรากฏว่ารัฐบาลท่านมาชี้แจงอะไร แทนแบงก์ชาติ เพราะพวกเราก็ใช้วิธีการที่จะเชิญเจ้าหน้าที่แบงก์ชาติต่าง ๆ มาถาม มาหารือในที่ประชุมของกรรมาธิการ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือดีมากแล้วก็ต้องขอบคุณท่านผู้ว่าการ ที่อนุญาตให้สมาชิกได้มีโอกาสซักถามเจ้าหน้าที่แบงก์ชาติ แล้วแบงก์ชาติทำงานหนักมาก ในการชี้แจง แต่ข้อมูลเหล่านี้ไม่ค่อยเข้าถึงประชาชน เพราะฉะนั้นทุกวันนี้ประเทศไทยเราจึง มีแฮนดิแคป (Handicap) มีความอ่อนด้อยในเรื่องของการเงิน ประชาชนไม่ค่อยรู้เรื่อง การเงิน แล้วก็เป็นหนี้เป็นสินกันมากมาย ไม่รู้จักที่จะคำนวณอัตราดอกเบี้ยทบต้นเหล่านี้ เป็นต้น เพราะฉะนั้นเรื่องของการเปิดเผยข้อมูลการให้ความรู้ การให้ประชาชนได้รับข้อมูล ข่าวสารทางเศรษฐกิจและการเงินจึงเป็นเรื่องสำคัญของการพัฒนาประเทศในยุคใหม่ ที่ต้องการความโปร่งใสและต้องการการมีข้อมูลมาศึกษาดูแล เพราะฉะนั้นประเด็นที่กระผม นำเสนอนะครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปนะครับ ก็คือที่จะให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการ มารายงานต่อสภา ส่วนรายละเอียดจะรายงานอย่างไร ผมก็เปิดช่องให้กับกรรมาธิการ ที่อาจจะตั้งขึ้นเพื่อจะมากำหนดเรื่องนี้ต่อไปกับแบงก์ชาติร่วมกัน หลักก็คืออยากจะให้มีการ ยึดโยงกันระหว่างการทำงานขององค์กรอิสระ ซึ่งมีงบดุลถึง ๒ เท่าของงบประมาณแผ่นดิน ได้มีโอกาสที่จะใช้เวทีของสภาแห่งนี้พูดจากับประชาชนทั้ง ๖๖ ล้านคนทั่วประเทศ เพราะว่า เวลาที่เราอภิปรายในสภาประชาชนเขาจะให้ความสนใจ แล้วก็ให้การรับรู้ที่มาก จริง ๆ แล้ว ผมเชื่อว่าการทำงานของแบงก์ชาติมีความซับซ้อนแล้วก็มีรายละเอียดมากนะครับ แล้วก็ข้อมูลต่าง ๆ มีมากด้วยกัน ยากที่คนภายนอกจะเข้าถึง แล้วแต่ละปีนะครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ขอโทษ กลับไป สไลด์ (Slide) เมื่อสักครู่นี้ครับมีการให้ข้อมูลกับ ต่างประเทศอย่างเต็มที่ เพราะต่างประเทศเขาต้องการข้อมูล เช่น ไอเอ็มเอฟ (IMF) แต่ละปี ก็จะส่งทีมมาประชุมกับเจ้าหน้าที่ของแบงก์ชาติที่เรียกว่า อาร์ทิเคิล โฟร์ คอนซัลเทชัน (Article IV Consultation) ซึ่งสมัยก่อนผมก็เกี่ยวข้องด้วยครับ เราต้องทำข้อมูลทุกอย่างที่เขาเรียก ไม่ว่าข้อมูลเศรษฐกิจ การเงินใด ๆ ก็ตาม แล้วเขาก็ไปเขียนรายงานและงานของประเทศไทยก็ถูกส่งไปทั่วโลก ธนาคารกลางและกระทรวงการคลังทุกประเทศได้รับข้อมูลของประเทศไทยหมด เพียงแต่ว่า พวกเราไม่ได้เห็นในสภานี้ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าในการทำงานของแบงก์ชาติท่านเห็นมีข้อมูล เต็มที่แล้ว ข้อมูลเหล่านี้เปิดเผยออกมาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าช่องทางในการเข้าหาประชาชน ระดับรากหญ้า ผมเชื่อว่ายังยากอยู่ ยังน้อยอยู่ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เพราะฉะนั้นในเรื่อง ของความเป็นกลางของธนาคารกลาง ในเรื่องของความเป็นอิสระก็มีรองรับไว้ทั้งใน พ.ร.บ. แบงก์ชาติ ทั้งในกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ห้ามไม่ให้สมาชิกเข้าไปก้าวก่าย เพราะฉะนั้น ประเด็นเรื่องของการที่จะเป็นห่วงว่าเราจะไปก้าวก่ายแทรกแซงนี้ ผมคิดว่าท่านตัดไปได้เลย เราไม่มีทางที่จะไปทำได้ แล้วก็ความเป็นอิสระนี้ท่านจะได้รับการประกันมากขึ้นถ้าหากท่าน มายึดโยงกับสภา เพราะว่าสภาเราจะเป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลว่า การทำงานนั้นเหมาะสมหรือไม่ ตัวอย่างเช่นการที่แบงก์ชาติจะดำเนินนโยบายการเงิน ท่านก็ต้องมีเป้าหมาย มีวิธีการ แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลท่านอาจจะมีอะเจนดา (Agenda) ในการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ อยากจะปล่อยเงิน อยากจะอัดฉีดเงิน จะหาเงินจากที่ไหน ในอดีตหลายประเทศในโลกที่ล่มจมส่วนใหญ่ก็เอามาจากตรงนี้ครับ คือรัฐบาลก็ไปบีบ แบงก์ชาติให้เอาเงินออกมาใช้จ่าย เป็นผลทำให้เศรษฐกิจเกิดปัญหาเงินเฟ้อ เกิดปัญหา อัตราดอกเบี้ย ซึ่งประเทศไทยโชคดี แบงก์ชาติกับกระทรวงการคลังก็ยังเหนียวแน่น ไม่ทำอย่างนี้ แต่อนาคตเราก็ไม่อยากให้มันมีช่องโหว่ มีจุดอ่อนเกิดขึ้น การที่ท่านมายึดโยง กับสภา มารายงานสภาเป็นระยะ ๆ ก็จะเป็นการทำให้เกิดความสว่างขึ้นมาว่าจะทำอะไร ที่มันผิดแผกครรลองครองธรรมคงไม่ได้เพราะสภาตรวจสอบอยู่ ผมจึงเชื่อว่าวิธีการแบบนี้ โดยสรุปนะครับ สไลด์ (Slide) สุดท้ายเลยครับ การให้ธนาคารแห่งประเทศไทยยึดโยงกับ อันนี้เป็นตัวอย่าง ก่อนไปสไลด์ (Slide) สุดท้าย เป็นตัวอย่างว่าประเทศพัฒนาแล้วที่ก้าวหน้า ก็มีการกำหนดให้แบงก์ชาติต้องไปรายงานต่อรัฐสภาในรูปแบบต่าง ๆ แม้กระทั่งเพื่อนบ้านเรา ธนาคารกลางของอินโดนีเซียซึ่งถือว่าเป็นธนาคารกลางที่มีอิทธิพลมาก เป็นพี่ใหญ่ของ อาเซียน (ASEAN) ก็ต้องรายงานทั้งต่อรัฐบาลและรัฐสภา ผมเองโดยส่วนตัวก็เคยใกล้ชิดกับ ผู้ว่าการแบงก์ชาติท่านหนึ่งในยุคที่ผมเป็นเจ้าหน้าที่แบงก์ชาติอยู่ ก็ได้เรียนรู้จากเขาเพราะว่า เขาก็ทำงานกับรัฐสภาอย่างใกล้ชิด บางครั้งมีความไม่ชอบมาพากลกับรัฐบาลบ้างถึงขนาดว่า ผู้ว่าการแบงก์ชาติถูกรังแกก็มี ก็อาศัยสภาละครับเป็นตัวค้ำยันให้ เพราะฉะนั้นสไลด์ (Slide) สุดท้ายครับ ผมก็อยากเห็นแบงก์ชาติมีที่ยืนในสภาด้วย ได้มีโอกาสที่จะใช้สภาในการสื่อสาร ข้อมูลซึ่งท่านทำอยู่แล้วเยอะมาก เพียงแต่ว่าระดับรากหญ้า ระดับประชาชนยังไม่ค่อยเข้าถึง ต้องอาศัยกูรู (Guru) หรืออาศัยผู้รู้บางท่านมาบอกกล่าวอีกทีหนึ่งครับ แต่อย่างไรก็ตาม ประชาชนทั่วไปก็ยังมีระดับของความรู้เกี่ยวกับการเงินน้อยมาก ยังหวังแต่ว่าแบงก์ชาติ จะต้องตรึงดอกเบี้ยต่ำ แบงก์ชาติจะต้องตรึงอัตราแลกเปลี่ยนให้คงที่ เหล่านี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นผมไม่อยากเห็นเหตุการณ์เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วนี้เกิดขึ้นอีก ที่การตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ อยู่ที่คนสองคน แล้วเมื่อผิดพลาดประเทศชาติเสียหายใหญ่หลวง ผมอยากเห็นระบบมีการ เปิดเผยข้อมูล มีความยึดโยงกัน นี่คือสังคมยุคใหม่ครับ เรื่องของความโปร่งใส ผมไม่ได้ต่อว่า ท่านผู้ว่าแบงก์ชาติเขาไม่โปร่งใส่นะครับ ท่านนี่พยายามเต็มที่ แต่มันเป็นเทรนด์ (Trend) ของสังคมที่อยากเห็นการทำงานของหน่วยงานรัฐมีการถ่วงดุล มีการตรวจสอบได้ มีความสะดวกรวดเร็ว เพราะว่าวิกฤติเศรษฐกิจโลกมันย่อมมาแล้วมาอีก แล้วในระยะ ข้างหน้านี้พวกเราก็ต้องเตรียมรับกับเหตุการณ์ของเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความวุ่นวาย อยู่ทุกวันนี้ ก็ขออนุญาตกราบเรียนแต่เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณมากครับ