สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา ๗/๑ ของพระราชบัญญัติ โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนเงินสะสมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเรียกร้องความชัดเจนเกี่ยวกับความมั่นคงสูงในการลงทุน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ พรรคก้าวไกล สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ขออภิปรายและตั้งคำถามกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ในมาตรานี้เนื่องจากมีการแก้ไขนะครับ อย่างนี้ท่านประธานครับ มาตรา ๗/๑ นั้นได้ยกเลิก ข้อความในมาตรา ๗๐/๘ ของพระราชบัญญัติเดิมแล้วให้แก้ไขข้อความใหม่โดยเขียนว่า ให้สมาชิกตามมาตรา ๗๐/๖ ส่งเงินสะสมเข้ากองทุนโดยคำนวณตามบัญชีอัตราเงินเดือน และตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ทั้งนี้ต้องส่งเงินสะสมดังกล่าวจะต้องไม่เกิน ร้อยละ ๓๐ ของเงินเดือน มี ๒ ประเด็นครับ ประเด็นเรื่องเงินเดือน แล้วก็ไม่เกินร้อยละ ๓๐ ร้อยละ ๓๐ นี้ผมเข้าใจเพราะว่ามันอยู่ในหลักการแต่มันเป็นหลักการเรื่องของการที่ กำหนดให้มีการส่งเงินสะสม มีแก้ไขใน (๒) ที่เขียนว่า เงินสะสมส่งไม่เกินร้อยละ เพราะว่า มันเขียนไว้ในหลักการเลยเกินไม่ได้ อันนี้ผมเข้าใจในคำถาม แต่ทีนี้ประเด็นเป็นอย่างนี้ครับ หลังจากนี้ท่านประธานครับ คำว่า เงินเดือน ผมอยากเรียนนิดเดียวครับคำว่า ประเด็น เงินเดือน คนที่คำนวณอาจจะเข้าใจเรื่องเงินเดือนคลาดเคลื่อนไปบ้าง ผมมีเงินเดือน ๗๐,๐๐๐ กว่าบาท ส.ส. ครับ แต่มีเงินประจำตำแหน่งอีก ๓๐,๐๐๐ กว่าบาท ที่จริงเงินเดือน มันน้อย ข้าราชการจะมีเงินเดือน แต่มันมีเงินประจำตำแหน่ง เงินค่าตอบแทนอื่น ๆ นะครับ เบี้ยประชุม เงินค่าวิชาชีพ เงินค่าเช่ารถประจำตำแหน่ง อีกเยอะแยะครับ ผมก็เลยคิดว่ามันต่ำไป แต่ถือว่าไม่เกินหลักเกณฑ์ หลักการที่กำหนดไว้ แต่จริง ๆ แล้วมันต่ำไป จริง ๆ ทั้งเดือนก็ได้ ผมเคยใช้เงินเดือนของผมตอนอยู่ตำแหน่ง ทั้งเงินเดือน แต่ผมไปใช้เงินที่อื่น คือเงินที่มันเกิน ตอนเป็นผู้บัญชาการเงินเดือนแสนกว่าบาท ผมเอาอีก ๕๐,๐๐๐ บาทฝากเข้าไปเลยเป็นเงินเดือน ๕๐,๐๐๐ กว่าบาท ไม่ได้ใช้เลยครับ ก็เป็นเงินสะสมทุกวันนี้กินดอกเบี้ยหลายแสนบาทครับ เงินปันผลครับ มันพอครับ สมัยนี้ข้าราชการครูเดี๋ยวนี้มีเงินทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่เงินเดือนอีกเยอะแยะ บางคนเกือบแสน ผมถึงว่าตรงนี้กรอบคิดผมยังไม่เห็นด้วย แต่ก็เป็นคำถามท่านประธานครับว่าการที่เอาอัตรา เงินเดือนมาเป็นตัวครองผมก็ยังอิหลักอิเหลื่อ แล้วก็เป็นไปตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง และตามอัตราคำว่าและตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงอะไรครับ ไม่ใช่เงินเดือน มันบวก เพิ่มใช่ไหมครับ ช่วยอธิบายหน่อยเป็นเงินที่ผมพูดไปแล้วใช่หรือไม่ สมมติว่าเงินเดือนเท่านี้ และตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง คือมีเงินพ่วงอีก ๕๐,๐๐๐ บาท ผมส่งได้ไหมครับ ๖๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ๓๐ เปอร์เซ็นต์จากเงินเดือน ๑๐๐,๐๐๐ บาทช่วยตอบด้วย ทีนี้กลับไปท่านประธาน โดยเฉพาะเรื่องของประเด็นในหลักการมันย้อนขึ้นไปถึงตัว มาตรา ๗๐ ด้วย เรื่องของการเปิดโอกาสให้ เพราะว่าเงิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเงินสะสม การส่งเงินสะสมดังกล่าวไม่เกินร้อยละ ๓๐ มันเพื่ออะไร เพื่อเอาไปลงทุนตามมาตรา ๗๐ ซึ่งมาตรา ๗๐ ได้มีการแก้ ผมก็เลยขอแถมนิดหน่อยว่าในมาตรา ๗๐ มันจะมีเรื่องของการ เลือกแผนการลงทุนเรื่องตามมาตรา ๗๑ (๒) มาตรา ๗๑ (๓) ซึ่งจะมีเรื่องของการลงทุน ที่เกี่ยวกับเงินที่เอา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมผูกไว้ที่ไม่เกินร้อยละ ๓๐ ว่าเอาไปลงทุนในมาตรา ๗๐ มันมีการลงทุนที่เขาเรียกว่าหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ ก็มีหรือจะแตกต่างก็ได้ใน (๓) ของมาตรา ๗๑ (๓) ผมถามล่วงไป นิดเดียวท่านประธานเพื่อให้เกิดความเข้าใจในที่ประชุมนี้ครับ ทุกวันนี้ก็ยังลงทุนใน ตลาดหลักทรัพย์อยู่ เพราะว่ามันมีมูลค่าและมันมีความมั่นคงสูง อย่างเช่น เศษ ๕๐ มีความมั่นคงสูง เศษ ๑๐๐ ก็กลาง ๆ แต่ถ้าเป็นมายด์แมป (Mind Map) มันก็จะมีความ มั่นคงต่ำ มีความเสี่ยงสูง ฉะนั้นในการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๗๐ ทั้งหมดเรื่องของเงิน ฝากธนาคาร พันธบัตร ตราสารหนี้หรือแสดงสิทธิต่าง ๆ และกองทุนสามารถเอาไปลงทุน ในความมั่นคงสูงในตลาดหลักทรัพย์อย่างนี้อะไรเป็นตัววัดที่ร้อยละ ๖๐ อะไรเป็นความ แตกต่างในมาตรา ๗๑ (๓) ที่บอกว่าจะแตกต่างอย่างไรก็ได้ เพราะเขียนไว้ในมาตรา ๗๐ ในวรรคถัดมา แล้วที่สำคัญคือไม่ยินยอมก็ถือว่ากองทุนเอาไปลงทุนได้ แต่ผมก็ยังติดใจ ตรงนี้ไม่ยินยอมอย่างไรก็ต้องส่งรายงานให้เจ้าตัวเขาทราบว่าเอาเงินเขาไปทำอะไร อันนี้เป็น ส่วนสำคัญ ช่วยตอบผมเรื่องความมั่นคงสูงนิดหนึ่งที่ไปเกี่ยวข้องกับเอาเงินไปร้อยละ ๓๐ เพื่อให้เกิดความกระจ่างในที่ประชุมแห่งนี้นะครับ แต่ผมก็ยังสนับสนุนการแก้ไขมาตรานี้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ