สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างแก้ไขมาตรา ๔๓/๑ ที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินสะสมร้อยละ ๓๐ ของ กบข. เพื่อจัดหาที่อยู่อาศัยในช่วงบั้นปลายชีวิต ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลไม่เคยมีเจตนาตัดสิทธิข้าราชการบำนาญ และเน้นว่าการใช้เงินดังกล่าวสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗ และ ๗๗ ที่ว่าด้วยการขจัดอุปสรรคการดำรงชีวิต พร้อมเสนอให้พิจารณาขยายความหมายของ "ที่อยู่อาศัย" ให้ครอบคลุมโครงการสวัสดิการผู้สูงอายุในอนาคต
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตใช้สิทธิสมาชิกในการตั้งคำถามของการแก้ไข เพิ่มเติมในมาตรา ๔๓/๑ ดังกล่าวนี้ ท่านประธานครับ ผมเป็นอดีตข้าราชการบำนาญ ผมรับเงิน กบข. ก็เคยรับ เงินบำนาญก็ยังรับอยู่นะครับ สิ่งแรกที่ยืนยันครับว่าพรรคก้าวไกลไม่เคยคิดตัดเงินบำนาญใครทั้งสิ้นที่เป็นข้าราชการ และเป็นอดีตข้าราชการชัดเจนนะครับ อย่าปล่อยข่าวเช่นนี้ออกไป ในการทำหน้าที่ ผมกราบเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้ที่พรรคเราต้องการให้มีการใช้เงินที่มีอยู่นี่อย่างสมบูรณ์ เมื่อสักครู่ฝ่ายกฎหมายก็ดีหรือกรรมการจากเสียงส่วนน้อยที่กล่าวถึงเรื่องการขัดกันของ กฎหมาย ผมยึดกฎหมายอย่างนี้ครับกฤษฎีกาในมาตราที่ท่านอาจจะเพิ่งใช้ครั้งแรก มาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญเขียนว่าการปรับปรุงกฎหมายนั้นจะมีความจำเป็นหรือไม่ สอดคล้องสถานการณ์ ขณะนี้สถานการณ์และที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตคือการจัดทำ กฎหมายใหม่นี่คือสิ่งที่เป็นรากเหง้าของการเขียนก่อนที่จะกำหนดในหลักการ ฉะนั้นเราเอง มักจะไม่คำนึงถึงรัฐธรรมนูญที่ตราไว้นะครับ นี่คือหลักการที่ครอบคลุมใหญ่กว่าหลักการ ที่เขียนไว้ซึ่งลงรายละเอียดน้อยกว่าแล้วก็ไม่ได้เคยเขียนเรื่องประเด็นอุปสรรคการดำรงชีวิต และสิทธิของพลเมือง ฉะนั้นการดำเนินการเพื่อขจัดอุปสรรคการดำรงชีวิตหรือการประกอบ อาชีพเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชนมันตราอยู่ในมาตรา ๑๗ วรรคหนึ่งนะครับ ชัดเจน ผมจึงขอค้านในประเด็นของท่านเรื่องของประเด็นผมสนับสนุนที่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ไปแก้มาแล้วนะครับท่าน โดยเฉพาะในมาตรา ๔/๑ ที่ขอแก้ ๔๓/๑ ซึ่งให้สมาชิก ๕ ปีขึ้นไป ขอรับเงินจากกองทุนไม่เกินร้อยละ ๓๐ ของจำนวนเงินสะสมและเงินผลประโยชน์ตอบแทน ดังกล่าวที่บันทึกไว้รายบุคคล เพื่อใช้โดยวัตถุประสงค์เฉพาะในการจัดหาที่อยู่อาศัยของตนได้ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีที่คณะกรรมการกำหนดพูดง่าย ๆ ครับ ผมว่าอันนี้เป็น นิมิตหมายใหม่ครับท่านประธาน เงินคือเฟิร์สต์คัม (First Come) ครับ เงินของเขาครับ ก็ต้องเฟิร์สต์เสิร์ฟ (First Serve) ฉะนั้นเมื่อเขาเอาเข้ามาแรกเข้าก็เป็นสิทธิของเขาอยู่แล้ว แล้วมันเป็นแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ มันไม่ได้ทั้งหมด อีก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ยังอยู่ที่กองทุนนะครับ กองทุนก็ยังเอาไปทำโน่น ทำนี่ในพระราชบัญญัตินี้ได้ ผมเคยครับ อยู่ในสถานการณ์อยู่ปีหนึ่งที่กองทุน กบข. นี้ตกต่ำมากที่สุดครับ เงินฝากล้านกว่าบาท หายฮวบไปเหลือ ๗๐๐,๐๐๐ ครับ งงครับตอนนั้นส่งใบรายงานมาครับ ตกใจมากเลยครับ บอกว่าผู้บริหารทำอะไรกันอยู่ ซึ่งมาตรา ๗๐ ที่จะเอาไปลงทุน อันนี้ข้อดีครับ ผมถือว่าดี คือรู้จักที่จะมีการควบคุม แต่ประเด็นเรื่องของการที่อยู่อาศัยผมถือว่าการเอาไปใช้ใน ที่อยู่อาศัยนั้นมันคือบั้นปลายชีวิตของสมาชิกแล้วมันเป็นแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของยอดเงิน ที่ต้องส่งนะครับ และกฎหมายก็กำหนดเลยว่าต้องส่งไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์อีกนะครับ อันนี้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินสมาชิกที่จะเอาไปเป็นทุนประเดิมเพื่อจะซื้อที่อยู่อาศัยของตน ผมเลยมาถามอันนี้ มาถามกรรมการเสียงส่วนใหญ่ครับว่าในประเด็นของการที่จะกำหนด หลักเกณฑ์นี้นะครับ และเงื่อนไขของกรรมการที่กำหนดเรื่องของกรอบโอเค (OK) ครับ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ผมเข้าใจแล้วครับ แต่มีที่อยู่อาศัยของตนเองได้มันหมายความว่าอะไร โครงสร้างมันมากขนาดไหน เพราะกว่าที่จะรับราชการมาอาจจะมีบ้านอยู่แล้วนะครับ แต่พอดีอาจจะต้องไปใช้บั้นปลายชีวิต เพราะหลังจากนั้นก็ยกให้ลูกไปแล้ว ลูกไม่เลี้ยงแล้ว ก็ต้องไปซื้อบ้านหรือไปเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือห้องในคอนโดอยู่ อันนี้มันเข้าหลักการ พวกนี้ไหม มันจะมีหลักการพวกนี้หรือหลักเกณฑ์เงื่อนไขต่าง ๆ ที่กำหนดมาภายหลังเกิดขึ้น ไหมครับ เพื่อให้คนที่ชราภาพได้ซื้อ อีกหน่อยอาจจะมีโพรเจกต์ (Project) ใหญ่ของรัฐบาล หมู่บ้านสวัสดิการผู้ชรา เพื่อเปิดให้เป็นการดูแลเป็นคอมเพลกซ์ (Complex) ใหญ่ของรัฐบาลฝ่ายกระทรวงพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์อาจจะเกิดขึ้น แล้วดัมป์ (Dump) โครงการนี้ออกมา ผู้เป็น สมาชิกก็สามารถจะเข้าไปอยู่อาศัยโดยใช้เงินเป็นต้นทุนที่จะเข้าไปเป็นทุนประเดิมจากเงินที่ เขามีอยู่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อไปเข้าสู่โครงการที่จะดูแลผู้ชราของกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ก็ได้ เพราะอาจจะเป็นวิลเลจ (Village) ใหญ่ ๆ ที่ดูแลครบวงจร เลยครับ ตั้งแต่สาธารณสุข บ้านสะอาด ตั้งแต่การดูแลสุขภาพ ตั้งแต่ดูแลการออกกำลังกาย ดูแลอาหาร ให้ครบวงจร แต่ขาดเงินครับเงินทุนประเดิม ปรากฏว่าให้เป็นลูก ยกบ้านนี้ให้ลูก ไปแล้ว ไม่มีบ้านของตนเอง นี่ครับสิ่งที่เงินก้อนนี้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์สามารถให้ประโยชน์ เรากำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ผมอายุ ๖๘ ปีแล้วครับ แต่ยังมีบ้านครับ แต่นี่คนที่ไม่มีครับ ผมเป็นห่วงบรรดาสมาชิกทั้งหลายที่มีทุนน้อย ส่ง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมยังบอกว่ายังส่งน้อย เลยครับ ทำไมเปิดน้อยนัก ประเด็นคือให้เขาเก็บหอมรอมริบ บางคนอาจจะโอเวอร์ (Over) ได้นะครับ ผมว่าในอนาคตข้างหน้าและสำคัญที่สุดครับกองทุนเดี๋ยวมันมีอีกหลายมาตรา มาตรา ๗/๑ เดี๋ยวผมจะพูดถึงเรื่องการลงทุนในความมั่นคงสูง ผมจะถามกรรมการด้วยครับ ในมาตรานี้สนับสนุนครับให้คณะกรรมการเสียงส่วนใหญ่ผ่านมาตรานี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ