สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕

มานพ คีรีภูวดล หารือเรื่องการปรับแก้กฎหมายสิทธิมนุษยชน และเรียกร้องการความร่วมมือของสภาผู้แทนราษฎรกับกรรมการสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ประสิทธิภาพในการทำงาน โดยมีแผนการสนับสนุนจากงบประมาณ กรรมาธิการสิทธิมนุษยชน และผลักดันกฎหมายและบประมาณเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน

นายมานพ คีรีภูวดล บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมดูในรายงานประจำปีผมคิดว่านอกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเสนอแนะ ต่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแล้ว ผมคิดว่าในหน้าที่ ๙๔ เป็นข้อเสนอของกรรมการสิทธิมนุษยชน ต่อสภาผู้แทนราษฎรของเรา เป็นเรื่องที่น่าสนใจสภาผู้แทนราษฎรจะละเลยข้อเสนอของ กรรมาธิการไม่ได้ครับท่านประธาน ผมดูแล้วมีอยู่ ๒ ๓ ประเด็น ผมคิดว่าเรื่องแรกก็คือเรื่องของ อำนาจหน้าที่ในการที่จะคลี่คลายปัญหาเรื่องของสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วผมไปเปิดดูในเรื่องของงบประมาณ งบประมาณของกรรมการสิทธิมนุษยชนลดลงทุกปี ช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงของการพิจารณางบประมาณผมแค่นึกว่าเป็นภารกิจของสภา ท่านสมาชิกได้ อภิปรายว่าตรงนั้นทำไมไม่มีอนุกรรมการ ทำไมไม่มีคณะทำงาน ๒ เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกัน หรือเปล่าว่าบทบาทของกรรมการสิทธิมนุษยชนทำไมมีภารกิจยิ่งใหญ่มาก แต่ว่ากระบวนการ ออกปฏิบัติการทำไมมีปัญหา ผมคิดว่า ๒ เรื่องนี้เป็นประเด็น ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมอยากจะเห็นบทบาทของสภาผู้แทนราษฎรต่อการเสนอแนะของกรรมการสิทธิมนุษยชนนี้ ไม่ใช่ว่า ส.ส. สภาเราเสนอ เสนอแนะอย่างเดียวก็ต้องมาดูว่าเขามีเครื่องไม้เครื่องมือเพียงพอไหม อำนาจเพียงพอไหมครับ กฎหมายมันก็ต้องปรับแก้ไปตามรัฐธรรมนูญครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราก็มีกฎหมายว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนอีกฉบับหนึ่ง แต่ว่าการปรับแก้กฎหมายสิทธิมนุษยชน นี่ก็ต้องล้อไปตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เพราะฉะนั้นมีเรื่องสำคัญตามนี้ครับท่านประธาน ผมดูในรายงานของกรรมการก็คือว่าคือกรรมการพยายามเสนอไปที่ฝ่ายบริหารคือ ครม. แล้วก็ รับฟังหลายหน่วยงานแล้วเขายังจะแก้กฎหมายตรงนี้ในมาตรา ๒๖ (๔) ครับท่านประธาน เป็นการให้อำนาจในการที่จะไกล่เกลี่ยกรณีมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นเบื้องต้นนะครับ เท่าที่ผมฟังกรรมาธิการว่าคือก็ไม่ต่างกับกรรมการที่ผ่านมาคือกรรมการอื่น ๆ นะครับ คือรู้ และให้คนอื่นตัดสินใจครับ รู้ข้อมูลรู้ข้อเท็จจริงแล้วก็ให้คนอื่นไปตัดสินใจก็เสนอแนะ ซึ่งเรื่อง เหล่านี้ผมคิดว่าอาจจะต้องมาเทียบดูนะครับว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนในต่างประเทศเขามี อำนาจในระดับไหน แล้วกลับมาดูที่ประเทศไทย ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าการปรับแก้กฎหมายครั้งนี้ ที่ผ่านมาที่ทำให้อำนาจกรรมการสิทธิมนุษยชนลดลงมันเกี่ยวข้องกับปี ๒๕๖๐ มันเกี่ยวข้องกับ เรื่องรัฐประหารปี ๒๕๕๗ ด้วยหรือไม่ อันนี้ผมตั้งถามคำถามนะครับ เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ ผมอยากจะเห็นความร่วมมือของสภาผู้แทนราษฎรกับกรรมการสิทธิมนุษยชน ผมดูรายงานของ ท่านแล้วครับ ท่านพยายามเสนอไปหน่วยงาน เสนอไปกฤษฎีกา เสนอไป ครม. ครม. ให้ปรับปรุง และอยู่ในช่วงปรับปรุงและเสนอต่อ ผมไม่แน่ใจว่า ครม. คิดอย่างไร เพราะฉะนั้นทางออก อีกทางหนึ่งก็คือสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านประธานกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ท่านศุภชัย ใจสมุทร เมื่อสักครู่นี้ท่านก็อภิปราย ว่าทำอย่างไรสภาผู้แทนราษฎร ในกลไกกรรมาธิการสามัญที่มีอยู่นี้กับกรรมการสิทธิมนุษยชนจะมาทำงานร่วมกันอย่างไร ผมเห็นช่องทางครับถ้าหากว่ากฎหมายฉบับนี้ที่กรรมการได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหา ผมอยากจะเห็นเวทีการพูดคุย มันต้องมีการเปิดทางหลายทาง เพื่อให้ประสิทธิภาพเพื่อให้น้ำหนักในการทำงานของกรรมการสิทธิมนุษยชนได้ผลตามที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายไว้ ผมดูแล้วผมคิดว่ามีข้อเรียกร้องเยอะแต่ว่ามี อำนาจไหม มีดาบไหม มีอาวุธไหม ในการทำงาน เพราะฉะนั้นคือถ้าเป็นไปได้อยากจะให้มี การหารือกันทั้งสองสภานะครับ

ประเด็นสุดท้าย เรื่องงบประมาณ เรื่องงบประมาณก็มีความจำเป็นคือตลอด ระยะเวลา ๒ ๓ ปี แล้วถ้าเราย้อนดูงบประมาณกรรมการสิทธิมนุษยชนได้งบน้อยลงค่อนข้าง จะเยอะ ที่ผมพูดอย่างนี้คือผมก็ไม่ได้อยู่ในกรรมาธิการงบประมาณ แต่ถ้าเราเทียบงบประมาณ ของฝ่ายความมั่นคงโดยเฉพาะกลาโหมไม่ว่าจะซื้ออาวุธต่าง ๆ เหล่านี้เยอะแยะมากมาย แต่ขณะเดียวกันองค์กรที่จะทำหน้าที่ในการปกป้องสิทธิมนุษยชนแล้วจะต้องรายงานกับ องค์กรระหว่างประเทศจะต้องรายงานกับนานาอารยประเทศในเวทีสากลกลับพบว่าสถานการณ์ ความรุนแรง สถานการณ์ความหลากหลายความซับซ้อนเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีเยอะขึ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสภาแห่งนี้ก็อยากจะขอให้ทางกรรมการสิทธิมนุษยชนว่าเรา จะทำหน้าที่ร่วมกันตรงนี้ผ่าน ๒ เรื่อง ก็คือการผลักดันกฎหมายและเรื่องของบประมาณ ไม่แน่ใจว่าองค์กรของท่านได้เข้าสู่กรรมาธิการงบประมาณหรือยัง ถ้ายังไม่ได้เข้าผมคิดว่าก็มี ความจำเป็นที่จะนำเสนอข้อเสนอแนะมุมมองนี้ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน