สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕

คำพอง เทพาคำ หารือเรื่องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเรือนจำและค่ายทหาร และเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ความสนใจและติดตามเรื่องนี้ นอกจากนี้ยังพูดถึงการขยายความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนในระดับชุมชนและเครือข่าย และหวังว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนชุดนี้จะสร้างเครือข่ายที่กว้างขวางขึ้น

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สิ่งที่ผมอยากจะพูดในเรื่องของ สถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ประกอบกับรายงานฉบับนี้ก็คือ เรื่องที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติควรจะให้ความสนใจและติดตามและมีรายงานด้วย นอกจากเรื่องของ สิทธิมนุษยชนในแดนสนธยาอย่างเรือนจำนะครับ ไม่ว่าจะเป็นนักโทษเด็ดขาดหรือผู้ต้องขัง ระหว่างรอพิจารณาคดี ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสามารถที่จะเรียกรายงานจากเรือนจำ ได้นะครับ

อีกอย่างหนึ่งก็คือผมคิดว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนในค่ายทหารนะครับ ข่าวการเสียชีวิตของพลทหารอันเป็นลูกหลานของชาวไร่ชาวนา ของชาวบ้านนะครับ บางคน ก็เป็นเสาหลัก บางคนก็เป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ ที่พ่อแม่กำลังชื่นชมความโตเป็นหนุ่ม ของลูกชายแล้วก็ถูกบังคับเกณฑ์ให้เข้าไปอยู่ในค่ายทหาร ได้ไม่กี่วันก็ปรากฏว่ากลายเป็นศพ ช้ำไปทั้งตัว ล่าสุดบอกว่าเป็นโครงกระดูก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นโครงกระดูกของลูกชายชาวบ้าน คนนี้หรือเปล่ากำลังรอพิสูจน์กัน แต่ว่าลูกชายหายไปในค่ายทหารตั้งแต่วันถูกบังคับเกณฑ์ ซึ่งที่จริงแล้วลูกผู้ชายที่เข้าไปเป็นทหารนี่ที่จริงมันจะต้องเป็นชายชาติทหาร เป็นชายชาตรี กองทหารนะครับ ไม่ใช่กองทาส เราฝึกให้ชายไทยลูกหลานคนไทยที่ถูกเกณฑ์เข้าไปเป็นทหาร เป็นรั้วของชาติ ไม่ใช่ไปบังคับให้เขาทำงานที่ไม่น่าจะใช่เรื่องบทบาทของหน้าที่ของลูกผู้ชาย เยี่ยงทหาร ปีนี้เด็กชายอายุ ๑๗ ปีไปขึ้นทะเบียนกองเกินนะครับ ท่านประธานรู้ไหมครับว่า เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เป็นที่วิตกกังวลของพ่อแม่และตัวเด็กเองด้วยนะครับว่าอีกปี ๒ ปี ๓ ปีข้างหน้าต้องถูกเกณฑ์ ถูกบังคับเกณฑ์โดยการจับฉลาก ไม่รู้ว่าจะจับได้ใบดำ ใบแดง คือคนที่อยากเป็นทหารก็มีนะครับ แต่ไปตั้งกำแพงกันเขาไว้นะครับ เขาอยากจะสอบเป็น ทหารก็ต้องวิ่งต้องเต้น แต่ว่าคนที่ไม่อยากจะเป็น อย่างที่ผมได้เรียนท่านประธานว่าเด็กที่ อายุ ๑๗ ปีปีนี้นะครับ ไปขึ้นทะเบียนกองเกินแล้ววิตกกังวลว่าอีก ๒ ๓ ปีข้างหน้าจะต้อง ถูกเกณฑ์เข้าไปเป็นทหารนะครับ แล้วก็ไม่รู้ชะตากรรมเหมือนกันว่าเข้าไปเป็นทหารแล้วจะมี ชีวิตรอดออกมาหรือเปล่านะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะเรียนท่านประธาน ที่เป็น ผลพวงมาจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนในค่ายทหารก็คือบางคนอดทนกับการกดขี่ข่มเหง การทารุณกรรมในค่ายทหารไม่ได้ หนีครับ ถือโอกาสโดดหนีเลย หนีแล้วก็หนีตลอดชีวิตนะครับ และที่สำคัญก็คือพอเกณฑ์ทหารจะต้องถูกย้ายชื่อเข้าไปอยู่ในค่ายทหารท่านประธาน สังเกต เวลาเลือกตั้งเข้าแถวกันพรึบเลยนะครับ แทนที่จะต้องกลับไปเลือกตั้งที่ภูมิลำเนา ไม่ ต้องเลือก อยู่ที่ค่ายทหาร แล้วชื่อก็อยู่ในนั้นครับ ถ้าเกิดว่าโดดหนีล่ะ หนีทหาร ผิดกฎหมาย แล้วก็ต้อง ถูกติดตามตัวไปตลอดชีวิตนะครับ ไปจนถึงช่วงอายุที่ไม่สามารถเป็นทหารได้นะครับ แต่ถ้า กลับมาเมื่อไรก็ติดคุก หนีตลอดชีวิตครับ แล้วชื่อ เมื่อหนีไปแล้ว ชื่อก็จะถูกคัดออก นานไป ก็ถูกคัดออกจากทะเบียนบ้านของค่ายทหาร เอาไปไว้ไหน ไปไว้ที่ทะเบียนกลางหรือคัดทิ้ง ไปเลยนะครับ แล้วคนคนนี้ก็จะกลายเป็นคนเถื่อนไปตลอดชาตินะครับ เพราะไม่สามารถที่จะ ไปขอมีบัตรประจำตัวประชาชนได้ ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้นะครับ ไม่มีถูกตัดสิทธิไปเลย ความเป็นคนไร้รัฐไปเลยนะครับ ไปถึงลูกถึงหลานด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าแค่คนกลุ่มนี้นะครับ พอไปแต่งงานมีลูกมีเมีย ถ้าลูกเกิดมาก็จะมีปัญหานะครับ ไปแจ้งเกิดแจ้งอะไรก็กลายเป็นว่า เป็นบุตรที่บิดาไม่ปรากฏสัญชาติยาวเลยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง การละเมิดสิทธิมนุษยชนในค่ายทหารมันจะต้องให้มีรายงานด้วย ว่าคุณเอาเยาวชนของชาติ เอาคนหนุ่มคนสาวของชาติเข้าไปอยู่ในค่ายทหารแล้วคุณไปกดขี่ ข่มเหงเขาแล้วก็ส่งผลกระทบไปอีกหลายเรื่องนะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง อยากจะมีข้อเสนอแนะนะครับ เมื่อครั้งที่เรามีคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนยุคแรก ๆ เรามีการขยายความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนไปยังเครือข่าย ในระดับชุมชนต่าง ๆ ระดับเครือข่ายตั้งแต่จากเมือง จากชุมชนแออัดไปถึงดอย ไปถึงท้องไร่ ท้องนา ชายทะเล ในยุคแรก ๆ เรามีเครือข่าย ผมก็มีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนยุคแรก ๆ ด้วยกันนะครับ ผมยังรำลึกและจำชื่อของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน อาภร วงษ์สังข์ อาจารย์จรัล ดิษฐาอภิชัย ได้ดีครับ เพราะทั้ง ๒ ท่านนี้เป็นคนกลุ่มแรก ๆ ที่ไปสร้างกระบวนการ ความรู้ความเข้าใจและการปกป้องสิทธิมนุษยชนในระดับชุมชน ในระดับเครือข่ายได้อย่าง กว้างขวาง ผมก็ยังรำลึกถึงเขาอยู่ตลอดเวลา ผมหวังว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนชุดนี้ก็จะ เอาประเด็นดี ๆ เหล่านี้ในการที่จะสร้างเครือข่ายมาขยับขยายเชื่อมโยงกับให้พี่น้องเครือข่าย ในชุมชนทุกพื้นที่ในประเทศไทย ขอบคุณครับท่านประธาน