ศุภชัย ใจสมุทร หารือถึงความซับซ้อนของปัญหาสิทธิมนุษยชนในปัจจุบัน พร้อมเสนอให้มีการร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กระผม ขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่าผมเป็นนักกฎหมายและอย่างน้อยเมื่อ ๓๕ ปีที่แล้วผมก็ได้ ทำงานในทางด้านสิทธิมนุษยชนในองค์กรเอกชนของสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ที่เรียกว่า สสส. ผมเป็นกรรมการสมาคมอยู่ ๒ สมัย และได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่บางท่าน ซึ่งตอนนี้ก็มาเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนอยู่ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนว่างานทางด้าน สิทธิมนุษยชนเป็นงานที่มีความสำคัญตลอดมาแม้ว่าตอนนั้นคนที่ทำงานสิทธิมนุษยชน งานหลักก็คือการที่ต้องต่อสู้กับการใช้อำนาจรัฐที่เข้าไปกระทำต่อประชาชนหรือการใช้ อำนาจของเผด็จการ แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะเรียนว่าในวันนั้นปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน มันไม่ได้สลับซับซ้อนเท่าที่เป็นอยู่เหมือนปัจจุบัน เราจะพบว่าวันนี้การละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน หรือปัญหาทางด้านสิทธิมนุษยชนที่เราจำเป็นที่จะต้องให้ความคุ้มครองหรือส่งเสริมให้มันมี ความสลับซับซ้อนขึ้นอย่างมากมาย กระผมขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานว่าผมสนใจ งานนี้มานานพอสมควรและผมเพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากสภาแห่งนี้ให้เป็นประธานของ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการ กระทำกิจการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินการตาม นโยบายด้านกฎหมาย การยุติธรรม สิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน สิทธิในกระบวนการยุติธรรม และความเป็นธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน ซึ่งผมได้ตรวจดูงานย้อนหลังของคณะกรรมาธิการไป นับจากที่ผมเข้าไปเป็นประธาน เราก็พบว่าจริง ๆ ปัญหาเรื่องการร้องเรียนทางด้านสิทธิมนุษยชนมีอยู่มากมายครับ และ หลายเรื่องถึงแม้ว่าจะเป็นปัญหาของปัจเจกบุคคล แต่ความจริงแล้วมันเป็นปัญหาในเชิงระบบ ซึ่งผมคิดว่าในที่สุดแล้วถ้าเทียบกับภารกิจหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นอำนาจเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน หรือหลักการปารีสของท่าน อำนาจของ ท่านยิ่งใหญ่มาก หน้าที่ของท่านยิ่งใหญ่มาก เมื่อเทียบกับสิ่งที่ผมกำลังทำมันเป็นส่วนหนึ่ง น้อยนิดในอำนาจหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมคิดว่าสิ่งต่าง ๆ น่าจะเป็นประโยชน์ ถ้าเราได้มีโอกาสทำงานร่วมกันในลักษณะเป็นการเชิงบูรณาการไป แต่ผมได้มองย้อนหลัง ผมไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการชุดนี้จะได้มีโอกาสได้เสวนา สังสรรค์ แลกเปลี่ยน สนทนาธรรมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนบ้างหรือไม่ และผมคิดว่าถ้าเราได้มีโอกาสทำงาน ร่วมกันในเชิงบูรณาการกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำก็น่าจะเป็นประโยชน์กว่า เพราะสภาแห่งนี้ เป็นสภาของผู้แทนราษฎร เป็นผู้แทนของราษฎร ซึ่งราษฎรเหล่านั้นส่วนหนึ่งก็เป็นบุคคลที่ กำลังถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ผมอยากจะเรียนว่าวันนี้ปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนมีความ สลับซับซ้อนมากขึ้น เพราะในความเป็นจริงเราพบว่าวันนี้เราไม่ได้เป็นประเทศที่อยู่อย่าง โดดเดี่ยวเดียวดาย เรามีแรงงานข้ามชาติเข้ามาจำนวนมากมาย มีเด็กที่เป็นลูกของแรงงาน ต่างชาติที่มาอยู่ในประเทศไทย ตอนนี้เรื่องสถานะของบุคคลเหล่านั้นก็ยังเป็นปัญหาว่า คืออะไร สิทธิในการที่จะศึกษา ได้รับการศึกษาเป็นอย่างไร การรักษาพยาบาลเป็นอย่างไร สิทธิในการได้รับการรักษาของผู้คนในช่วงโควิด (COVID) ที่ผ่านมาก็ดูเหมือนว่าเป็นอุปสรรค เป็นปัญหามากมาย ที่แม้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึงหมด แต่ก็มีบางกลุ่มที่เข้าไม่ถึง เรื่องของ การเรียนการสอนเองก็ทำให้ประสบปัญหาเยอะ สิ่งที่เกิดขึ้นว่าวันนี้ประเทศกำลังจะเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ ก็เป็นโจทย์สำคัญที่เราบอกว่าโอกาสที่จะทำให้พี่น้องประชาชนไม่ได้รับสิทธิ อันควรจะได้ก็เริ่มมีมากขึ้น เหล่านี้ที่ผมเรียกว่ามันเป็นความสลับซับซ้อน หลังจากที่ผมได้รับ การแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ผมได้รับการติดต่ออย่างน้อยจากทูตของประเทศต่าง ๆ อย่างน้อย ๒ ๓ ประเทศที่จะมาพบผม แปลว่าจริง ๆ ปัญหาเรื่องของสิทธิมนุษยชนท่านระบุ ว่าท่านอยากจะมาคุยเรื่องปัญหาสิทธิมนุษยชน ก็แปลว่าความเป็นจริงแล้วความเป็นเรื่อง ของสิทธิมนุษยชนเป็นปัญหาสากลที่แต่ละประเทศเขาให้ความสนใจ เพราะฉะนั้นผมว่า แทนที่เราต่างคนต่างทำงานกัน แทนที่สภาจะทำของผมไป จะสอบเป็นเคสบายเคส (Case By Case) ไป ผมว่าถ้าเราได้มีการร่วมมือกันก็อยากจะฝากว่าคงจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยที่เราจะมี โอกาสได้ทำงานร่วมกัน เพื่อที่จะทำให้การคุ้มครองส่งเสริมเรื่องของสิทธิมนุษยชนจะได้มีความ สมบูรณ์ขึ้น ผมไม่ได้เข้าไปดูรายละเอียดของท่านในเรื่องของรายงานท่านหรอกครับ เพียงแต่ จะบอกว่าวันนี้ผมทราบว่าท่านก็มีงานล้นมือ และสิ่งที่อยากจะฝากท่านก็คือว่าเราควรจะต้อง ทำอย่างไรในการที่จะทำให้เป็นการทำงานในลักษณะที่เป็นการแอกทีฟ (Active) ในการที่จะ ทำให้บรรลุผลจริง ๆ ในการที่จะเข้าไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เวลานี้เราจะพบว่า ปัญหาที่เข้ามาสู่เราจะมีความซับซ้อนขึ้น กฎหมายที่ประชาชนอยากจะเรียกร้องเพื่อปกป้อง สิทธิของพี่น้องประชาชนก็เริ่มมากขึ้น วันก่อนมีกลุ่มชาติพันธุ์ได้เข้ามาหาผมแล้วก็เสนอบอก ว่าเขาอยากจะมีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการส่งเสริมเรื่องชาติพันธุ์และเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แปลว่า วันนี้ปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน ประชาชนต่างก็เรียกร้องเพื่อตัวของประชาชนเอง ไม่ว่าจะเป็น ในเชิงของกลุ่มคนหรือว่าในภาพรวมของทั้งประเทศ เรื่องการชุมนุมทางการเมืองก็จะเริ่ม กลับเข้ามา เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะต้องร่วมมือกัน และผมก็ขอให้ กำลังใจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนนะครับ ในการที่จะทำงานเพื่อคุ้มครอง ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ให้กับพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับท่านประธาน