รังสิมันต์ สนับสนุนแก้ พรบ.ศาลทหาร ย้ำพลเรือนต้องไม่อยู่ใต้เขตอำนาจทหาร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕

รังสิมันต์ โรม อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. แก้ไขธรรมนูญศาลทหาร มาตรา 14 โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ทหารที่ก่อเหตุกับพลเรือนอยู่ภายใต้เขตอำนาจศาลยุติธรรม ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความยุติธรรม ทั้งยังชี้ให้เห็นปัญหาหลายด้านของศาลทหาร เช่น ความไม่เป็นอิสระของตุลาการ การขาดทนายความ ความล่าช้าในการพิจารณาคดี และการจำกัดสิทธิของผู้ต้องหา โดยเฉพาะในคดีมาตรา 112 ที่มีอัตราโทษหนักและเวลาการขอประกันตัวจำกัด จึงเรียกร้องให้จำกัดบทบาทศาลทหารเฉพาะคดีทหารโดยแท้ และไม่ให้พลเรือนต้องขึ้นศาลทหารอีกต่อไป

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกล ขออนุญาตท่านประธาน ในการอภิปรายสนับสนุนกรณีการเสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีเนื้อหาสาระในการแก้ไข ธรรมนูญศาลทหาร ซึ่งในเนื้อหาสาระดังกล่าวเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๑๔ ซึ่งจะทำให้ ทหารที่เป็นผู้ก่อเหตุกับพลเรือนที่เป็นผู้ได้รับความเสียหายจะอยู่ภายใต้ของศาลยุติธรรม ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความยุติธรรมต่อพี่น้องประชาชน เป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ ตามที่มีผู้อภิปรายไปก่อนหน้านะครับ ท่าน ส.ส. กมลศักดิ์ ได้อภิปรายโดยย้ำในเรื่องของการที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้ให้ข้อมูลกลับมา ซึ่งก็ปรากฏจริง ๆ นะครับว่ากรมพระธรรมนูญไม่เห็นด้วย ในขณะที่เราอาจจะเปรียบเทียบกับสำนักงาน ศาลยุติธรรมซึ่งเป็นหน่วยงานที่สำคัญในเรื่องของการอำนวยความยุติธรรมกลับเห็นด้วย จุดนี้น่าสนใจ เพราะถ้าเราไปดูในรายละเอียดเราจะพบว่ากรมพระธรรมนูญไม่เห็นด้วยนะครับ โดยอาจจะสรุปเป็นหลักใหญ่ใจความว่าไม่เห็นด้วยเพราะอาจจะกระทบต่อความมั่นคง เนื่องจากภารกิจของทหาร ภารกิจของกองทัพ หลาย ๆ เรื่องเป็นเรื่องลับ เป็นเรื่องที่สำคัญ ต่อความมั่นคง ในขณะที่ของสำนักงานศาลยุติธรรมครับ ข้อสังเกตน่าสนใจเช่นเดียวกันว่า การให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้จะอำนวยซึ่งประโยชน์ต่อประชาชนในการปกป้องสิทธิ โดยเฉพาะในคดีที่เป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่งหลายครั้งคดีดังกล่าวถ้าไปขึ้นศาลทหาร เสร็จแล้ว ต่อให้สามารถชนะคดีในศาลทหารได้ก็ต้องมาฟ้องอีกรอบหนึ่งในศาลยุติธรรม ซึ่งจะทำให้เกิดความซ้ำซ้อน เกิดความยุ่งยากต่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นก็ต้องขอชื่นชมว่า หน่วยงานที่ฟีดแบ็ก (Feedback) กลับมาที่สภาแห่งนี้ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการแก้ พ.ร.บ. ดังกล่าว แม้กระทั่งอัยการก็ยังมีการตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาในการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ตัวผมเองนะครับ ผมมีโอกาสได้ใช้บริการศาลทหารอยู่หลายครั้ง ทุกวันนี้ ก็ประทับใจอย่างไม่ลืมเลือน ผมคิดว่าจากประสบการณ์และจากการค้นคว้านะครับ ปัญหา ของศาลทหารที่เกิดขึ้น ผมสามารถสรุปออกมาเป็น ๗ ข้อ การสรุปออกมา ๗ ข้อนี้เพื่อจะ เน้นย้ำว่าเราจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงหรือแก้ไขตัวกฎหมายฉบับนี้ จริง ๆ ต้องเรียนย้ำ อีกครั้งด้วยซ้ำนะครับว่าจริง ๆ การแก้ไขตามที่มีการเสนอใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ส่วนตัวผมแล้ว รู้สึกด้วยซ้ำไปว่าแก้ไขน้อยเกินไป อยากให้แก้ไขมากกว่านี้ แต่ไม่เป็นอะไรครับ นี่คือก้าวแรก ของการแก้ไขธรรมนูญศาลยุติธรรม ๗ ข้อที่เป็นปัญหาของศาลทหารนะครับ

ปัญหาข้อแรก ตุลาการศาลทหารขาดความเป็นอิสระและเป็นกลางในการ พิจารณาคดี ตุลาการศาลทหารสังกัดอยู่ภายใต้กระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม รวมถึงผู้บังคับบัญชาทหารสามารถแต่งตั้งตุลาการศาลทหารได้ทำให้ ตุลาการศาลทหารอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาตามระบบทหารแตกต่างจากศาลอื่น ๆ ซึ่งในข้อนี้ ถ้าท่านประธานพิจารณาดี ๆ หลายกรณีเป็นกรณีที่พลเรือนกระทบกระทั่งกับศาลทหาร แล้วถ้าเราต้องปล่อยให้พลเรือนไปขึ้นศาลทหารแบบนี้เขาจะได้รับความยุติธรรมอย่างไร ในเมื่อคู่ขัดแย้งของเขา คนที่กระทำต่อเขาคือทหาร แล้วก็ถูกตัดสินโดยทหาร

ปัญหาข้อที่ ๒ ตุลาการศาลทหารไม่ใช่ทุกคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านทหาร ผมเองมีประสบการณ์โดยตรงในการไปใช้บริการ ต้องเรียนตามตรงว่าบางครั้งใน ๑ องค์คณะ ที่มี ๓ คน อาจจะมีตุลาการศาลทหารแค่คนเดียวที่เรียนจบด้านกฎหมาย ในขณะที่ท่านอื่น ๆ อยู่กับระบบกองทัพมีความรู้แต่ด้านการทหารแต่กลับต้องมาใช้ความรู้ด้านกฎหมายในการ ตัดสินแบบนี้ซึ่งอาจจะกระทบต่อพลเรือน ผมไม่มีปัญหาครับ ถ้าคนที่ขึ้นศาลทหารเป็นทหาร ด้วยกันและความผิดนั้นเป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับกองทัพเกี่ยวกับการทหารโดยตรง ผมไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ กรณีบางครั้งเป็นการชุมนุมทางการเมือง บางครั้ง เป็นการใช้สิทธิบางประการของประชาชนแต่มันไปกระทบกระทั่งและสุดท้ายทหารคนนั้น ก็อาจจะกระทำมิดีมิร้ายสุดท้ายไปขึ้นศาลทหาร แล้วประชาชนเขาจะไว้วางใจศาลทหาร ได้อย่างไร

ปัญหาข้อที่ ๓ ในบางครั้งมีการประกาศกฎอัยการศึกสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา ถ้ามีการประกาศกฎอัยการศึกคือไม่สามารถอุทธรณ์ฎีกาได้ การไม่สามารถอุทธรณ์ฎีกาได้ เท่ากับโดนศาลชั้นเดียวจบเลยนะครับ ตัดสิทธิของประชาชนในการที่จะได้รับการรีวิว (Review) หรือดูอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหากศาลชั้นต้นตัดสินผิดไปอย่างน้อย ๆ จะได้มีศาลสูงในการรีวิว (Review) ดูอีกครั้งเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่ตัดสินไปมันถูกต้องแล้ว แต่ถ้ามีการประกาศ กฎอัยการศึกแบบนี้ศาลทหารไม่มีอุทธรณ์ฎีกากระทบสิทธิต่อประชาชนอย่างร้ายแรง

ปัญหาข้อที่ ๔ ศาลทหารไม่มีทนายความขอแรง ท่านประธานครับ ไม่ใช่ ทุกคนที่มีเงินหรือสามารถเข้าถึงทนายความทั่ว ๆ ไปได้ บางครั้งมันมีต้นทุนบางครั้งมันมี ค่าใช้จ่าย หลายครั้งทนายความขอแรงเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายเบื้องต้นหรือช่วยเหลือ ประชาชนคนคนนั้นได้ถ้าเกิดว่าเขามีความเต็มใจที่อยากจะทำ ศาลทหารไม่มีกลไกแบบนี้

ปัญหาข้อที่ ๕ ศาลทหารพิจารณาคดีล่าช้า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราอาจจะนึกกันว่าทหารเป็นบุคลากรเป็นกลุ่มคนที่มีความรวดเร็วในการตัดสินใจ แต่ความรวดเร็ว เหล่านั้นมักจะถูกใช้ในการยึดอำนาจครับอันนี้รวดเร็ว แต่ถ้าเป็นการพิจารณาคดีเพื่อรักษา ผลประโยชน์ของประชาชนในหลาย ๆ กรณีศาลทหารกระทำการอย่างล่าช้า เพราะการพิจารณา คดีของศาลทหารในหลายครั้งขาดความต่อเนื่อง ท่านประธานครับ ตัวผมเคยใช้บริการศาลทหาร หลายครั้ง คดีผมนี่ไม่จบไม่สิ้นไม่ใช่เพราะว่าศาลทหารพิจารณา ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ แต่เพราะศาลทหารใช้กระบวนการนัดอย่างขาดความต่อเนื่อง สุดท้ายคดีความของผมจบลงได้ เพราะมีการเลือกตั้ง มีการยกเลิกประกาศของ คสช. นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมสามารถเป็น ส.ส. ได้ ก็เพราะผมได้ประโยชน์จากการที่มันมีการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ที่มากขึ้นถึงแม้จะไม่ค่อยเพียงพอก็ตาม

ประการที่ ๖ ครับการตัดสินของศาลทหารในหลายกรณีอัตราโทษสูงมาก ท่านประธานครับ อย่างคดี ๑๑๒ ถ้าเป็นศาลยุติธรรมส่วนใหญ่เลยนะครับจะลงคดีเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณไม่เกิน ๕ ปี ๓ ปีก็มีให้เห็น แต่ถ้าเป็นศาลทหารเฉลี่ย ๘-๑๐ ปี ช่วง คสช. ที่ผ่านมา ใครที่เจอศาลทหารในคดี ๑๑๒ นี้ซวยมากเลยนะครับ เพราะอัตราโทษจะสูงมากถ้าใครไปใช้ บริการศาลยุติธรรมอัตราโทษอาจจะน้อยกว่าศาลทหารถึงครึ่งหนึ่ง นี่คือความแตกต่างข้อที่ ๖ เมื่อเทียบกับศาลพลเรือน ข้อสุดท้ายครับ ข้อนี้พิเศษครับ ศาลทหารเป็นศาลที่เปิดทำการ นอกเวลาราชการเพื่อพิจารณาคดีกับผู้คน แต่ถ้าจะขอประกันตัวศาลทหารจะต้องประกันตัว ในเวลาราชการเท่านั้น ประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองครับท่านประธานผมนี่เคยได้รับ การพิจารณาคดีในศาลทหารตอนเวลา ๔ ทุ่มครับ ถูกส่งไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ประมาณเที่ยงคืน แต่ถ้าผมจะประกันตัวผมประกันตัวเวลานั้นไม่ได้ครับ เพราะว่าศาลทหาร ปิดทำการแล้วนอกราชการ เราจะเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับศาลทหารความได้มาตรฐานสากล ของศาลทหารมันมีปัญหามาก ผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็น จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของศาลทหาร และผมหวังเป็นอย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานครับ ว่าศาลทหารจะไม่มีพลเรือนคนไหนในประเทศนี้ต้องไปขึ้นศาลทหารอีกแล้ว ศาลทหารควรจะถูกใช้ยามศึกสงคราม ศาลทหารควรจะใช้ในเรื่องของการเป็นวินัยของทหาร หรือกิจการที่เป็นทหารโดยแท้ ถ้าฆ่ากันตายระหว่างทหารด้วยกันในความเห็นของผมก็ควร จะขึ้นศาลยุติธรรมด้วยซ้ำ ก็ฝากไว้ครับท่านประธาน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อน ๆ สมาชิก ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะช่วยกันสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ